นักวิเคราะห์ ชี้!! ‘หุ้นไทย’ สัปดา์หน้าเด้งต่อ หลังแรงซื้อจากต่างชาติหนุน

นักวิเคราะห์ ชี้ ต่างชาติพลิกซื้อ ‘หุ้นไทย’ หนุนตลาดและมีโอกาสปรับขึ้นได้ แนะกลยุทธ์ขึ้นขายลงซื้อ

นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 20-24 มี.ค. 2560 ดัชนียังแกว่งตัวและมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ โดยขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาหนุน

เนื่องจากหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดก็รับรู้ไปหมดแล้ว ส่วนแรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงคาดเดาได้ยากว่าจะขายต่อหรือไม่ แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ ที่ 17 มี.ค. ก็พลิกกลับมาเป็นซื้อ ดังนั้นภาพรวมตลาดน่าจะดูดีขึ้น สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ขึ้นขาย ลงซื้อ

วอนช่วยหญิงชรา ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ต้องเลี้ยงลูกสติไม่ดี

วอนช่วยหญิงชราวัย 75 ปี ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ต้องคอยเลี้ยงดูลูกชายบุญธรรมสติไม่สมประกอบที่ จ.นครราชสีมา

ชาวบ้านบ้านดอนทแยง ม.3 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา แจ้งว่ามีหญิงชราตาพิการทั้ง 2 ข้าง แต่ต้องเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมที่มีสติไม่สมประกอบเพียงลำพัง จากการตรวจสอบพบว่า ที่บ้านเลขที่ 37/1 บ้านดอนทแยง ต.บ้านปรางค์ อ.คง ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ก่อด้วยอิฐบล็อก ภายในบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ พบ นางสุข อายุ 75 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งตาทั้ง 2 ข้างบอดจนมองไม่เห็น และยังมีอาการเจ็บขาอย่างหนัก จนไม่สามารถลุกเดินไปมาได้ตามปกติ

โดยมี นายก้าน อายุ 45 ปี ลูกบุญธรรมที่มีสติไม่สมประกอบอยู่ภายในบ้าน สอบถาม นางสุข ทราบว่า ก่อนหน้านี้ตนเองมองเห็น และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยตนต้องเลี้ยงดู นายก้าน ที่เป็นลูกบุญธรรมที่ตนนำมาเลี้ยงดูตั้งแต่ยังแบเบาะ ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะให้ นายก้าน คอยช่วยเลี้ยงดูตัวเองเมื่อยามแก่ชรา แต่เมื่อนายก้านโตขึ้นก็พบว่าลูกชายมีสติไม่สมประกอบ และเมื่อช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนอนหลับพักผ่อน นายก้าน ได้ใช้ค้อนทุบกำแพงบ้านจนแตก ส่งผลให้เศษอิฐกระเด็นตกใส่ตาของตนเองจนบอดทั้ง 2 ข้าง แต่ตนเองยังแข็งแรง จนกระทั่งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเกิดหกล้ม ทำให้ไม่สามารถลุกเดินได้ ทำให้ตนและลูกชายได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถประกอบอาหารได้ตามเดิม แต่ยังโชคดีที่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงเข้ามาคอยช่วยเหลือดูแลตนและลูกชายอยู่บ้าง

ส่วนรายได้ที่ตนได้รับตอนนี้ก็ได้รับเงินจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการของตน และเบี้ยยังชีพผู้พิการของลูกชาย เพียงเดือนละ 2,300 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอ สำหรับผู้ใจบุญที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค หรือเงินสด สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารออมสิน ประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี นางสุกฤตา แย้มจะบก หรือ นางนรินทร์ สรวงนอก หรือ นางสาว สุข ทองสาย เลขที่บัญชี 020166891430

ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับสุดท้าย “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน”

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2560

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

– ภาคกลาง บริเวณชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

ในช่วงวันที่ 19-20 มีนาคม 2560 พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง มีแนวโน้มลดลง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีต่อเนื่องในระยะนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น. ประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด