รถทัวร์เบรกแตก พุ่งชนรถจอดติดไฟแดงแยกคอกวัว เจ็บ 11 คน

รถทัวร์เบรกแตก ขณะลงจากสะพานปิ่นเกล้าพุ่งชนรถจอดติดไฟแดงแยกคอกวัว พัง 11 คัน เจ็บ 11 คน

พ.ต.ท.วรวุฒิ ชัยสมบูรณ์ สารวัตรจราจร สน.ชนะสงคราม เข้าตรวจสอบ อุบัติเหตุรถทัวร์ 2 ชั้น เสียหลักพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงบริเวณแยกคอกวัวจำนวนหลายคัน ทั้งรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

จากการสอบถามคนขับรถทัวร์คันดังกล่าว ทราบว่า ขณะที่รถลงจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ไม่สามารถบังคับล้อได้เนื่องจากเบรกมีปัญหา ทำให้รถพุงชนรถคันอื่นที่จอดติดไฟแดงอยู่ ได้รับความเสียหาย รวม 11 คัน อาทิ รถเก๋ง BMW ซี่รี่ย์ 5 , รถแท็กซี่, รถบรรทุกเล็ก และจักรยานยนต์ และจากอุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 11 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว และรพ.วชิระ แล้ว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่

มาตรการใหม่! ดื่มแอลกอฮอล์เกิน 50 มก.ประกันไม่จ่าย เริ่ม 1 มิ.ย. นี้

มาตรการใหม่! ตั้งแต่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป ดื่มแอลกอฮอล์ เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น และขับรถประสบอุบัติเหตุ ประกันไม่จ่าย

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยมีสถิติทำให้ผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พบอันดับต้นๆ คือ “เมาแล้วขับ” ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ลำพังมาตรการเดิมๆ ที่เคยใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลวันหยุด ไม่สามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

จึงจำเป็นต้องมีมาตรการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจัง และหนึ่งในกลไกสำคัญคือการใช้มาตรการทางด้านประกันภัยอย่างเต็มศักยภาพเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ โดยสาระสำคัญของคำสั่งนี้ คือ กรณีที่ผู้ขับขี่รถเอาประกันภัยภาคสมัครใจ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้วประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากกรมธรรม์

แต่ในส่วนของผู้ประสบภัยหรือบุคคลภายนอกยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ โดยบริษัทประกันภัย จะไปไล่บี้เรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจ่ายไปจากผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อไป ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าว ไม่กระทบต่อความคุ้มครองของการประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. โดยมีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป