‘ศรีสุวรรณ’ พาพ่อค้า แม่ค้า ยื่นคำร้อง หลังถูกรื้อถอนร้านข้างวิหารพระมงคลบพิตร

‘ศรีสุวรรณ’ พร้อมด้วยพ่อค้า แม่ค้า ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง หลังถูกเจ้าหน้าที่จัดระเบียบพื้นที่ เข้ารื้อถอนร้านข้างวิหารพระมงคลบพิตร อยุธยา

วันนี้(16 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยพ่อค้าแม่ค้า บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตร อยุธยา เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลังจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไล่รื้อย้ายแผงค้า ร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน ยกเว้นพื้นที่ร้านทรงไทยเอาไว้

ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่ถูกรื้อถอนพื้นที่ค้าขาย บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตร อยุธยานั้น เป็นการจัดระเบียบพื้นที่สีเขียวของเจ้าหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่าร้านค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว บดบังภูมิทัศน์ของมรดกโลก รุกล้ำโบราณสถาน และไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีประกาศให้พ่อค้าแม่ค้าที่บุกรุกข้างวิหารฯ พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ ขนย้าย รื้อของ ออกไปยังสถานที่แห่งใหม่ที่จัดเตรียมไว้ให้บริเวณหลังศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นางสาวสำรวม จันทร์กระจ่าง แม่ค้าที่ได้รับผลกระทบ เผยทั้งน้ำตาว่า ตนค้าขายอยู่ข้างวิหารมานานกว่า 13 ปี รู้สึกผูกพัน และรักมรดกโลกเช่นกัน แต่เพียงแค่ร้านของตนไม่ได้อยู่ในแผนแม่บท จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม การถูกไล่พื้นที่ ทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างมาก แม้ทางเจ้าหน้าที่จะจัดสถานที่ให้ค้าขายแห่งใหม่ แต่พื้นที่ดังกล่าวไม่มีนักท่องเที่ยวรองรับ ประกอบกับเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก สำหรับการมายื่นคำร้องต่อศาลปกครองในวันนี้ ตนก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม และมีโอกาสทำมาค้าขายต่อ รวมถึงอีกหลายครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายเลือกและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ศาลพิจารณาระงับการรื้อถอน และร้องเรียกค่าเสียหายให้กับผู้ค้าทั้งหมดที่ได้รับความเดือดร้อน

โดยตามแผนแม่บทของกรมศิลปากร จะต้องย้ายร้านค้าที่บุกรุกพื้นที่ ไปอยู่ตลาดแห่งใหม่ ที่จัดเตรียมสถานที่และเต็นท์ไว้ให้แล้ว ตรงหลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร แต่จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถเคลื่อยย้ายได้เพราะมีปัญหาร้องเรียนจากผู้ค้า

เผยโฉมผู้ต้องสงสัย ฆ่าเจ้าหน้าที่ อบต. ขณะผ่านด่านเก็บเงิน

กล้องวงจรปิดบนถนนกาญจนาภิเษกพบชายต้องสงสัย ปมฆ่าเจ้าหน้าที่ อบต. ขณะขับกระบะสีดำผ่านด่านเก็บเงิน

จากกรณีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วีรญาภา งามวิลัย หรือเปิ้ลอายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ตำแหน่งฝ่ายนโยบายและแผน (นักบริหารงานทั่วไป) ระดับ 6 ของ อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จำนวน 5 นัด เสียชีวิตบนรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 4กอ-8489 กทม.ที่เกิดเหตุถนนวังน้อย-ธัญบุรี มุ่งหน้าธัญบุรี ก่อนถึงหมู่บ้านเลอวิลล์ หมู่ที่ 1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากคาดสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดี และมีชายติดพันหลายคน และเรื่องขัดแย้งธุรกิจที่ผู้ตายจำหน่ายรถยนต์มือสอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 17.30น. วันที่ 14 มี.ค. 60 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 16 มี.ค. 60 แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บริเวณด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง พบว่ากล้องวงจรปิดที่ด่านเก็บเงินแห่งหนึ่ง พบรถปิกอัพอีซูซุ 4 ประตูสีดำ ซึ่งเป็นรถของผู้ต้องสงสัย โดยกล้องวงจรปิดด่านเก็บเงินเห็นหน้าผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุประมาณ 45-50 ปี สวมแว่นตาสีดำ ผมสั้น ขับเข้ามาในด่านเก็บเงินเวลา 13.18 น.ของวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะมาถึงจุดเกิดเหตุในเวลาประมาณ 16.50 น.ตามที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญมารดามาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งตรวจสอบภาพในรถยนต์ของผู้ตายอีกครั้งหนึ่ง

“ผบ.สส.”สั่งตรวจสอบการดูงานต่างประเทศ วสท.

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีคำสั่งให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณในหลักสูตรดูงานต่างประเทศ ของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร หรือ วสท. รุ่น 57

พลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีคำสั่งให้รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจสอบการใช้งบประมาณในหลักสูตรดูงานต่างประเทศ ของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร หรือ วสท. รุ่น 57 ที่มีการดูงานแถบยุโรปกว่า 13 วัน หลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสมและถูกต้องตามระเบียบ

คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ถึง10 วัน จึงจะทราบผล พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาการใช้งบของ วสท.มีกฎระเบียบชัดเจน หากถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็จะมีบทลงโทษกำหนดไว้ชัดเจน และยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยพบการทำงานบกพร่อง ซึ่งก็ได้ลงโทษทั้งเรียกเงินคืน และอื่น ๆ ตามระเบียบราชการ