ชุลมุน แหม่มเมืองน้ำหอม วิ่งแก้ผ้าฉ่างหน้ากองสลาก อ้างอากาศร้อนจัด

หญิงชาวฝรั่งเศส วิ่งเปลือยกายบริเวณแยกคอกวัว กระทั่งเกิดเหตุชุลมุนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์


วานนี้ (15 มี.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งเหตุสาวต่างชาติเปลือยกาย บริเวณหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลากเก่า) ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. จึงเข้าควบคุมสถานการณ์เนื่องจากหญิงคนดังกล่าววิ่งเปลือยกายในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

รายงานระบุว่าหญิงสาวต่างชาติคนดังกล่าวเป็นชาวฝรั่งเศส วัย 36 ปียืนเปลือยกาย และวิ่งจากหน้ากองสลากเก่า มายังบริเวณเกาะกลางแยกคอกวัว ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว พยายามนำเสื้อผ้ามาปกปิดร่างกายของหญิงสาวแต่เธอกลับวิ่งหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ชนะสงคราม พยายามวิ่งตามเอาเสื้อคลุมตัวหญิงสาว จนกระทั่งสามารถกุมตัวไว้ได้ พร้อมเรียกอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู มารับตัวหญิงสาวไปหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้มารับตัว และให้มาพักภายในเต็นท์ห้องแอร์ จุดต้อนรับนักท่องเที่ยว บริเวณท้องสนามหลวง

จากการสอบถาม หญิงดังกล่าวได้แสดงความขอโทษ พร้อมระบุสาเหตุว่าตนเองร้อนมาก จากการสอบถามพบว่าหญิงชาวต่างชาติพักอยู่ย่านตรอกข้าวสาร จึงพาตัวไปส่งที่พัก ซึ่งเมื่อสอบถามเจ้าของที่พัก ก็ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวมาเข้าพักเพียงคนเดียว

ที่มา metro

เปิดใจ ศ.เคลลี ถูกลูกป่วนขณะให้สัมภาษณ์สดกับ BBC

ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต เคลลี่ ซึ่งถูกลูกๆ ป่วน ขณะให้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ BBC ในประเด็นการเมืองของเกาหลีใต้ กล่าวเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต เคลลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ได้แสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสดังในโลกโซเชียล หลังเขาถูกลูกๆ ป่วน ขณะให้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ BBC เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เห็นชอบให้ถอดถอนประธานาธิบดี ปัก กึนเฮ ออกจากตำแหน่ง

ศาสตราจารย์ เคลลี่ กล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารว่า ขณะนั้น เขากำลังสไกป์ให้สัมภาษณ์กับ BBC ถึงกรณีดังกล่าวจากห้องพักในเมืองปูซาน แต่กลับเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้เขาต้องรีบส่งอีเมลไปขอโทษ แต่ BBC ติดต่อกลับมาขออนุญาตนำคลิปในช่วงเวลาดังกล่าวไปเผยแพร่
เคลลี่ กล่าวว่า เป็นเพราะเขาลืมล็อกประตูห้อง ทำให้ลูกๆ ทั้งสองคน ได้แก่ “มาเรียน” ลูกสาววัย 4 ขวบ และ “เจมส์” ลูกชายวัย 9 เดือน เข้ามาในห้องได้ ส่วน คิม จุงอา ภรรยาของเคลลี่ เผยว่า ตามปกติแล้วหากเด็กๆ เห็นว่าประตูล็อกอยู่ พวกเขาก็จะเดินกลับมาเอง แต่คราวนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น เธอจึงรู้ว่าหายนะกำลังเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนประเด็นที่มีการเข้าใจผิดว่า คิมจองเอ ภรรยาของเขาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก จนก่อให้เกิดการโต้เถียงไปถึงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ เคลลี่ระบุว่า เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจในเรื่องดังกล่าวนัก ส่วนคิมจองเอ ระบุว่า ทางครอบครัวไม่ได้โต้แย้งอะไร เพราะฉะนั้นผู้คนควรหยุดทะเลาะกันได้แล้ว

เคลลี่กล่าวว่า เขาคิดว่าเรื่องนี้น่ารักมากๆ เขาดูวิดีโอเหมือนกับที่ทุกๆ คนดู ภรรยาของเขารับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างดีที่สุดเท่าที่เธอสามารถทำได้ และมันก็ตลกจริงๆ

เปิดคลิปวงจรปิด 2 คนร้าย ยิงสาว อบต.บึงชำอ้อ เสียชีวิต

เปิดคลิปหลักฐาน 2 คนร้ายจ่อยิงสาว อบต.บึงชำอ้อ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตคารถเก๋ง

ภาพวงจรปิด บริเวณริมถนนสายตัดใหม่ วังน้อย – ลำลูกกา ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เผยให้เห็น 2 ชายต้องสงสัย ที่ก่อเหตุยิง น.ส.วีรญาภา งามวิไล เจ้าหน้าที่ อบต.บึงชำอ้อ เสียชีวิตคารถเก๋ง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยทั้ง 2 คน ได้จอดรถกระบะสีดำ สี่ประตู ห่างจากรถ น.ส.วีรญาภา ประมาณ 10 เมตร จากนั้น ได้เดินมาเปิดกระโปงท้ายรถ น.ส.วีรญาภา ลักษณะค้นหาของบางอย่าง ก่อนเปิดประตูรถ ขึ้นไปนั่งด้านข้าง และด้านหลังคนขับ จนผ่านไปซักพัก คนนั่งข้างคนขับ ได้ลงไปขึ้นรถกระบะ และรถของ น.ส.วีรญาภา ได้ถอยตกขอบถนน ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงที่มีการลงมือยิงแล้ว จากนั้นคนที่นั่งด้านหลังได้ลงมาขึ้นรถกระบะ ก่อนขับมุ่งหน้าไปทาง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ด้านชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ พบทะเบียนสมรสเปื้อนเลือด ซึ่ง น.ส.วีรญาภา ได้จดทะเบียนร่วมกับ นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ อายุ 56 ปี และเป็นกำนันที่จังหวัดระยอง เมื่อ วันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ว่าการอำเภอธัญบุรี โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เชิญนายไพโรจน์ มาสอบปากคำ จนทราบว่า น.ส.วีรญาภา ได้หย่าร้างกับสามีเก่าที่เป็นอดีตนายก อบต. ที่จังหวัดชลบุรี มาได้ประมาณ 2 ปี และคบหากับนายไพโรจน์ มาได้ 4-5 เดือน โดยทั้งคู่จดทะเบียนสมรส เพื่อเป็นหลักฐานรับรองบุตร ในการ “อุ้มบุญ” เพราะ น.ส.วีรญาภา ไม่สามารถมีลูกได้

ส่วนที่สถานีตำรวจภูธร สภ.คลองห้า วานนี้ (15 มี.ค. 60) ชุดสืบสวนได้เรียก นางบานเย็น งามวิลัย อายุ 52 ปี มารดา และคนในครอบครัวของ น.ส.วีรญาภา มาสอบปากคำ โดยทางมารดาให้ข้อมูลว่า เหตุที่ลูกสาวหย่ากับสามีเก่า เพราะมาทราบว่าฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่แล้ว แถมยังมีเรื่องการข่มขู่ เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนขี้หึง ถึงขั้นเคยเอาปืนจ่อหัวลูกสาวมาแล้ว

ต่อมาช่วงบ่าย พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 / ชุดสืบสวน สภ.คลองห้า เพื่อคลี่คลายคดี พร้อมเผยว่า ได้มุ่งประเด็นเรื่องชู้สาวเป็นหลัก พร้อมเตรียมเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอดีตสามี มาสอบสวนอย่างละเอียด