หนุ่มหื่น! กรีดเบาะมอเตอร์ไซค์เป็นรู ก่อนขึ้นคร่อมสำเร็จความใคร่

หนุ่มหื่น! กรีดเบาะมอเตอร์ไซค์เป็นรู ก่อนขึ้นคร่อม สำเร็จความใคร่บนเบาะกลางวันแสก ๆ ไม่แคร์โลก

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Piyarat Manomaihataitip ได้เผยแพร่คลิปวีดิโอจากกล้องวงจรปิดของหอพักนักศึกษาแห่งหนึ่ง ใกล้กลับมหาวิทยาลัยชื่อดังใน จ.ชลบุรี ซึ่งชายในภาพได้พยายามกรีดเบาะรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาสาว ก่อนขึ้นคร่อมและพยายามสำเร็จความใคร่กับเบาะรถจักรยานยนต์

ล่าสุด วานนี้ (15 มี.ค. 60) นักศึกษาสาว ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในภาพ เป็นครั้งที่สองแล้ว ที่คนร้าย ทำอนาจารรถจักรยานยนต์ใต้หอพัก โดยจะเลือกรถจักรยานยนต์ที่มีเบาะหนา ก่อนใช้คัตเตอร์กรีดเบาะประมาณหนึ่งคืบ ถอดกางเกง และ ขึ้นคร่อมรถเพื่อสำเร็จความใคร่ ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวได้ สำเร็จความใคร่บนรถจักรยานยนต์ 3 คัน ภายในระยะเวลากว่า 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 01.00 – 05.00 น.

และครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 08.30 น. ได้ ขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ 2 คัน ใช้เวลามีเพศสัมพันธ์กับรถประมาณครึ่งชั่วโมง โดยรูปพรรณสัณฐานเป็นชายร่างท้วม ผิวคล้ำ สูงประมาณ 170 ซม. อายุราว 25-30 ปี

ด้าน ตำรวจสืบสวน สถานีตำรวจภูธร.แสนสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของหอพัก ซึ่งเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุชายหน้าคล้ายบุคคลในภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าไปขโมยชุดชั้นในและกางเกงในภายในหอพักใกล้กลับมหาวิทยาลัย คาดว่าน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันและจะตามตัวชายในภาพกล้องวงจรปิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

หนุ่มข้าราชการร้อง สคบ.ศัลยกรรมทำพิษ

หนุ่มข้าราชการ ร้อง สคบ.เอาผิดโรงพยาบาลชื่อดัง หลังศัลยกรรมตาสองชั้น แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แถมบาดแผลเหนือดวงตาฟกช้ำ สภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน

ข้าราชการหนุ่ม สังกัดกระทรวงแห่งหนึ่ง และเป็นลูกของนายทหารระดับสูง ได้นำหลักฐานยื่นร้องทุกข์ กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หลังจากที่ได้เข้าไปรับบริการทำศัลยกรรมตา 2 ชั้นจากโรงพยาบาลชื่อดัง แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
โดยผู้เสียหายรายนี้เล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2551 ได้เข้าไปทำตาสองชั้นที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในราคา 15,000 บาท ซึ่งช่วงแรกก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ต่อมาหนังตาเริ่มหย่อนผิดปกติ จึงติดต่อขอแก้ไขกับแพทย์รายใหม่ที่โรงพยาบาลเดิมในราคาแพ็กเกจ 70,000 บาท โดยครั้งนี้ทำทั้ง ตา คาง และจมูก

แต่ทว่าเมื่อแก้ไขใหม่อีกครั้งเสร็จเรียบร้อย กลับพบว่าหนังตาผิดรูปมากขึ้นกว่าเดิม จึงติดต่อทางโรงพยาบาลขอเข้าไปแก้ไขอีกถึง 2 ครั้ง ประมาณ ปลายปี 2559 แต่การแก้ไขกลับแย่ลงไปกว่าเดิม เกิดบาดแผลเหนือดวงตามากขึ้น จึงตัดสินใจเลิกทำและแจ้งกับโรงพยาบาลขอให้รับผิดชอบดูแลค่าเยียวยา แต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะทางโรงพยาบาล จะคืนให้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ไม่ชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ เมื่อเห็นว่า ไม่สามารถตกลงกันได้จึงได้ จึงเข้ามาร้องเรียนเพื่อ ให้ ทางโรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาสภาพจิตใจย่ำแย่มากไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน เนื่องจากสภาพดวงตาที่เป็นแผลช้ำ ต้องใส่แว่นดำอยู่ตลอด

อย่างไรก็ตาม ทาง สคบ.ได้รับเรื่องไว้ พร้อมจะประสานคู่กรณีเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อให้ตกลงเรื่องของค่าชดเชยต่าง ๆ

หนุ่มไอร์แลนด์ รับกุข่าวคนขับรถตู้จี้ชิงเงิน

ชาวไอร์แลนด์ อ้างว่าถูกคนขับรถตู้ทำร้าย และจี้ชิงเงินสดไป ล่าสุดเรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อหนุ่มต่างชาติ ยอมรับว่ากุเรื่อง ก่อนที่ทั้งคู่ จะจับมือปรับความเข้าใจกัน

วานนี้ ( 15 มีค.) นายเคร่อน ดาฟฟี่ วัย 25 ปี ชาวไอร์แลนด์ และเป็นอาจารย์ในโรงเรียนย่านมีนบุรี ที่อ้างว่าถูกคนขับรถตู้โดยสาร กรุงเทพ – พัทยา กระชากลงจากรถ และผลักจนล้ม แถมชิงเงินสดไปอีก 2,500 บาท ก่อนขับรถหนีไป บริเวณหน้าวัดเนินสุทธาวาส ริมถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี เมื่อ วันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา เข้าให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี

ซึ่งปรากฏว่า เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อหนุ่มไอร์แลนด์ เปิดเผยความจริงว่า หลังไปต่อพาสปอร์ต ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)พัทยา ก็ดื่มเบียร์จนเมาอย่างหนัก ก่อนขึ้นรถตู้กลับที่พัก โดยไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง ส่วนเงินก็ไม่ได้ถูกชิงไป แต่อาจทำกระเป๋าเงินหล่นหายไปก่อนขึ้นรถ ดังนั้นจึงอยากขอโทษคนขับรถตู้ ที่สร้างความเดือดร้อนให้

ขณะที่นายบุตดี ศรีมนตรี อายุ 52 ปี คนขับรถตู้ ได้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ พร้อมร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เห็นผู้โดยสารรายนี้ เมาโวยวาย และสงสารที่รถตู้คันอื่นไม่รับ เพราะเมาหนัก จึงรับมาด้วย แต่พอขึ้นมา กลับนอนเหยียดขาไปถูกผู้โดยสารคนอื่น แถมยังส่งเสียงดังตลอดทาง จึงจำเป็นต้องจอดรถ แล้วให้ลงกลางทาง และยอมรับว่าผลักผู้โดยสารลงรถจริง เพราะถูกเจ้าตัวต่อว่า แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เอาเงินไป โดยมีพยานเห็นหลายคน

ในท้ายที่สุด ทั้งนายเคร่อน และนายบุตดี ได้จับมือปรับความเข้าใจกัน โดยนายเคร่อน ได้ขอโทษฝ่ายคนขับรถตู้ ส่วนนายบุตดี ก็ไม่ติดใจเอาความ เพราะคู่กรณีได้กล่าวขอโทษ และมีการชี้แจงความจริงต่อหน้าสื่อมวลชน ทั้งนี้ พันตำรวจเอก สมโชค ตาผล ผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี ฝากแนะนำคนขับรถตู้โดยสารว่า หากเจอกรณีนี้ ให้พาผู้โดยสารไปส่งสถานีตำรวจ หรือป้อมตำรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชิญตัวลงมา