กรมชลฯ แจงปมน้ำประปาชัยนาท ไหลเพียงวันละ 3 ชั่วโมง

กรมชลฯ ชี้แจงปมน้ำประปาชัยนาท ไหลเพียงวันละ 3 ชั่วโมง ส่อแล้งรุนแรง เผยน้ำดังกล่าวคือน้ำบาดาลของตำบล

จากกรณีที่เว็บไซต์ MThai News ได้เสนอข่าวเรื่อง ชัยนาทส่อเเล้งหนัก หลังน้ำประปาไหลวันละ 3 ชั่วโมง สรุปความว่า หลายพื้นที่ของจังหวัดชัยนาท เริ่มได้รับผลกระทบจากสภาวะความแห้งแล้งที่กำลังเริ่มทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างโดยเฉพาะพื้นที่ตำบลไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประปาหมู่บ้านเริ่มไหลเป็นเวลาวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งจากสาเหตุดังกล่าวเป็นสัญญาณว่า หน้าแล้งปีนี้อาจจะรุนแรงไม่แพ้ปี 2559 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด กรมชลประทาน ได้ชี้แจงว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ระบุในข่าวแล้ว พบว่าเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน มีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำบาดาลที่จัดส่งน้ำ โดยองค์การบริหารส่วนตำรวจไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มได้รับผลกระทบจากสภาวะแห้งแล้ง ปริมาณน้ำใต้ดินลดลง ส่งผลให้น้ำที่สูบขึ้นมาใช้อุปโภคบริโภคมีปริมาณจำกัด ทางองค์การบริหารส่วนตำบลไร่พัฒนา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องส่งน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้เพียงวันละ 3 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในเขตชลประทานนั้นไม่มีผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภค และการใช้น้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาแต่อย่างใด

มติ คกก.ปลดออก ‘สุภัฒ’ ฉกภาพญี่ปุ่น

คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กรณี “สุภัฒ สงวนดีกุล” มีมติให้ปลดออก ยังคงได้รับบำเหน็จบำนาญ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับผลสรุปความผิดกรณีที่ นายสุภัฒ สงวนดีกุล อดีตรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขโมยภาพเขียนในโรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่น พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความผิดทางวินัยร้ายแรง เปิดเผยว่า จากพฤติการณ์ของนายสุภัฒ ที่ได้กระทำลงไป ที่ประชุมมีมติ ไล่ออก

แต่ทั้งนี้จากการเข้ารายงานตัว และการพิจารณาคุณงามความดีตลอดการรับราชการ 33 ปี ที่ผ่านมา และความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำครั้งแรก นอกจากนี้เมื่อเทียบมาตรฐาน การกระทำผิดกับข้าราชการที่มีการทุจริตต่อหน้าที่ แต่บทลงโทษกลับเป็นเพียง รอลงอาญาเท่านั้น และนายสุภัฒเอง ได้รับสารภาพพร้อมกับทำบันทึกรายงานต่อผู้บังคับบัญชา และชี้แจงต่อสื่อมวลชน และสาธารณชนทันที

จึงทำให้คณะกรรมการพิจารณาลดโทษลง และมีมติให้ “ปลดออก” แทน ซึ่งนายสุภัฒ ยังคงมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนการลาออก โดยหลังจากนี้จะนำผลสรุปการสอบสวน ส่งให้กระทรวงพาณิชย์เพื่อตัดสิน และสรุปผลสุดท้ายอีกครั้ง

ข่าวจาก INN