“กระรอก” เป็นเหตุ! ต้นตอทำเพลิงไหม้ที่วอล์คกิ้งสตรีท

เผยสาเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงภายในวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา มาจาก ‘กระรอก’ ไต่ขึ้นไปหม้อแปลงจนเกิดประกายไฟ

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงภายในโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้อาคารจำนวน 3 คูหาได้รับความเสียหาย เนื่องจากเพลิงโหมกระหน่ำได้ทำลายตัวอาคารทั้งหมดก่อนเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยจะสามารถระงับเพลิงไว้ได้ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดบ่ายวันนี้ (15 มี.ค.) พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสาเหตุก่อนเปิดเผยว่าได้รับทราบรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่เทคนิคของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากว่ามี “กระรอก” ไต่ขึ้นไปหม้อแปลงจนเกิดประกายไฟและเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ทั้งนี้จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า ทำการตรวจสอบและเซ็ทอัพหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งหมดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซากเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยเกิดเหตุมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก่อนที่จะมีไฟไหม้อย่างรุนแรงในช่วงเช้าวันนี้

อีกปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบคือเรื่องของป้ายโฆษณาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งพบว่าการติดตั้งกีดขวางการบรรเทาสาธารณภัยนั้น ที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้ประชุมแก้ปัญหากันอยู่แล้วโดยมีคณะกรรมการแก้ไขเรื่องนี้คอยติดตามปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดเหตุเกรงว่าจะทำให้รถดับเพลิงเข้าไประงับเหตุไม่ได้ โดยในส่วนป้ายที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกกฎหมายต้องปรับแก้ทั้งหมด ขณะที่อาคารที่โดนไฟไหม้เสียหายนั้นพบว่าเป็นอาคารที่สร้างกันมาเป็นเวลานานแล้วขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่นำหมายไปปิดระงับใช้อาคารและรื้อถอนออกไป เพราเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับประชาชนแล้วด้วยเช่นกัน

สำหรับกรณีของการลักลอบต่อเติมอาคารเพิ่มเติมในเขตถนนคนเดิน จนอาจทำให้มีปัญหาเรื่องของการกระแสไฟฟ้านั้น กรณีนี้ถ้าพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายก็คงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎ หมาย แต่เบื้องต้นเมืองพัทยาเองก็ได้มีการสั่งระงับการต่อเติมในส่วนของผู้ที่รุกล้ำที่สาธารณะอยู่แล้ว ซึ่งทราบมาว่าเจ้าของอาคารอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ แต่เมื่อเกิดเช่นนี้แล้วขั้นตอนต่างๆก็ต้องเปลี่ยนไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับกรณีหม้อแปลงระเบิดและลัดวงจรในพื้นที่ดังกล่าวพบว่าเคยเกิดเหตุมาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าก็ระบุว่าสาเหตุเกิดจากสัตว์ขนาดเล็กอย่าง “กระรอก” วิ่งเข้ามาบนหม้อแปลงจนเกิดการลัดวงจร จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมที่ผ่านมาถึงไม่มีมาตรการป้องกันเสริมเพิ่มเติมหลังเกิดเหตุบ่อยครั้งจนเกิดเหตุขึ้นอีกและขยายผลจนเกิดความเสียหายมากขึ้น

อึ้ง! ถุงยางเกลื่อนสะพานลอย หน้าขนส่งเชียงใหม่

ชาวบ้านร้องเรียน พบถุงยางที่ใช้แล้วถูกทิ้งเกลื่อนบนสะพานลอย หน้าสำนักงานขนส่ง จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าเป็นแหล่งมั่วเซ็กซ์กลางแจ้ง

หลังมีชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ใกล้กับสะพานลอยคนข้าม บนถนนสายเชียงใหม่ –ฮอด หน้าสำนักงานขนส่ง จังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสะพานลอยคนข้าม โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน หลังพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นและแรงงานต่างด้าวใช้เป็นสถานที่มั่วสุมดื่มสุรา แต่ที่หนักสุดคือสะพานลอยแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งพลอดรัก โดยคนเก็บขยะพบถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งไว้บนสะพาน คาดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มามั่วสุมดื่มสุราจนมึนเมาแล้วมีเพศสัมพันธ์กันตรงนั้น

นายโสภณ กิจพรมะณี อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านตำหนัก หมู่ 1 ตำบลแม่เหียะ บอกว่า สะพานลอยคนข้ามจุดนี้อยู่ใกล้กับปลายรันเวย์ของสนามบินเชียงใหม่ จึงมองเห็นเครื่องบินขึ้น-ลงชัดเจน และยังมองเห็นวิวของดอยสุเทพด้วย จึงกลายเป็นสถานที่รวมตัวของวัยรุ่นและกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มักจะมามั่วสุมดื่มสุรากันเป็นประจำ โดยเฉพาะในคืนวันศุกร์ เสาร์ หลังเวลา 22.00 น. แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นลักลอบมีเพศสัมพันธ์หรือพลอดรักกันบนสะพานลอย

ที่ผ่านมามีชาวบ้านที่เดินข้ามสะพานและคนเก็บขยะ พบเห็นขวดเหล้าเบียร์ถูกทิ้งเกลื่อนสะพาน ระยะหลังพบว่ามีถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งไว้บนสะพานลอยด้วย จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล

ด้าน พันตำรวจเอกอภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ระบุว่า จะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าไปดูแล และหากพบมีการกระทำความผิด ทั้งรวมกลุ่มมั่วสุม สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และมีเพศสัมพันธ์กัน ก็จะจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

ร้องตรวจสอบ สายเคเบิลเกี่ยวคอบาดเจ็บ ที่จ.ลำปาง

หนุ่มร้องตรวจสอบ ถูกสายเคเบิลเกี่ยวคอ ขณะขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายเสริมงาม-เกาะคา จ.ลำปาง

นายวราวุธ อินต๊ะจักร์ อายุ 17 ปี ชาวบ้านในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ถูกสายเคเบิลเกี่ยวคอ ขณะขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายเสริมงาม-เกาะคา ทำให้รถเสียหลักล้ม และเป็นแผลลึกบริเวณลำคอ ชาวบ้านต้องเร่งช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา

ด้านผู้เสียหายบอกว่า หลังเกิดเหตุ พบว่าสายเคเบิลที่พันคอ มีความแข็งแรง แต่มีลักษณะหย่อนต่ำ หากขณะเกิดเหตุตนขี่รถมาด้วยความเร็วสูง ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะคาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสายเคเบิลดังกล่าวเป็นของผู้ประกอบการรายใด