ชาวสวนลิ้นจี่ พลิกผืนดินหันไปปลูก ‘สตรอว์เบอร์รี่’ สร้างรายได้

เกษตรกร จ.พะเยา พลิกผืนดินที่เคยปลูกลิ้นจี่ หันมาปลูกทำแปลง ‘สตรอว์เบอร์รี่’ จำหน่ายสร้างรายได้ต่อรอบการปลูกหลายแสนบาท 

เมื่อวันนี้ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.พะเยา ลงพื้นที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา หลังพบว่ามีลูกค้าจำนวนมากรวมทั้งผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณสวนสตรอว์เบอร์รี่ สิงห์คำ ในพื้นที่ ต.ห้วยเจริญราษฎร์ อ.แม่ใจ จ.พะเยา พากันเข้าซื้อผลผลิตสตรอว์เบอร์รี่ ของสวนฯสิงห์คำ เพื่อนำไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังสวนสตรอว์เบอร์รี่แห่งนี้ ได้ทำการพลิกฟื้นพื้นที่เคยปลูกลิ้นจี่ หันมาปลูกสตรอว์เบอร์รี่จำหน่าย รวมทั้งจัดสวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงทำให้ผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางสายนี้ต่างเข้าเที่ยวชมและเลือกซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างรายได้ต่อรอบการผลิตนับหลายแสนบาท

โดยนางจักรศิ เมืองมา เกษตรกรระบุว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นสวนลิ้นจี่ แต่เจ้าของที่ได้ตัดต้นลิ้นจี่ออก ตนเองจึงได้มาขอเช่าพื้นที่ปีละ 2 หมื่นบาทและทำการปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ในเดือนตุลาคม และสามารถเก็บผลผลิตได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม ผลผลิตจำหน่ายได้ต่อวัน 1-2 หมื่นบาท ซึ่งจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 250 บาท ลูกค้าสามารถเดินเก็บเองแล้วแต่ชอบขนาดไหนก็สามารถเดินเก็บได้ แต่ในช่วงนี้อากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนทำให้ผลผลิตออกไม่มากเท่าที่ควร แต่ก็ยังสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 100-130-150-250 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก็มีลูกค้าเดินทางมาซื้อที่สวนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจุดนำออกไปจำหน่ายในจุดต่างๆ ใน จ.พะเยา ด้วย

ขนส่งดีเดย์ 1 ต.ค. ผู้ขอใบขับขี่ต้องผ่านโรงเรียนสอนขับรถ

กรมขนส่งทางบก กำหนดระเบียบสอบใบขับขี่ใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องใช้หลักฐานจากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ

รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ขอใบอนุญาตขับขี่ ต้องผ่านการอบรม และ ทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ หลังจากที่ระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

โดยระเบียบใหม่ได้กำหนดให้ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือเอกสารหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักร หรือใบอนุญาตทำงาน

พร้อมด้วยภาพถ่าย ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานการรับรอง ซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดจากโรงเรียนการขนส่งหรือโรงเรียนสอนขับรถ

แจ้งเตือน 61 จังหวัด ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน 14-19 มี.ค. นี้

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเตือน 61 จังหวัดทั่วประเทศ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน 14-19 มี.ค. นี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จะเกิดพายุฤดูร้อน ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 มีนาคม ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จึงประสาน 61 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ภาคกลาง 19 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือ พายุฤดูร้อนพร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อม ทั้งปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงอาจทำให้ภาวะหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือคลี่คลายลงบ้างแต่หาก ยังมีการเผาในพื้นที่ อาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น จึงขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีจุดความร้อนกระจายอยู่ในหลายจังหวัด