สลด! ผัวยิงเมียก่อนยิงตัวตายตาม ต่อหน้าลูกหลาน

เกิดเหตุสลด สามีใช้อาวุธปืนยิงภรรยา ภายในบ้านหลังทะเลาะกันเพราะหึงหวง ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

วันนี้ 13 มี.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิประสาทบุญสถาน เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายด้วยอาวุธปืน ที่บ้านเลขที่ 169/2 บ้านทุ่งตาเปรี้ยว หมู่ 6 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบศพ นางสุดใจ สามงามเหล็ก และนายชูชีพ ขุนกำแหง ที่อยู่กินกันมาฉันสามีภรรยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ ใกล้กันพบอาวุธปืน .38 วางอยู่บนหน้าอกของนายชูชีพ 1 กระบอก

จากการสอบถามนางจินตนา อิทธิพล ลูกสาวของนางสุดใจ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้แม่และสามีใหม่ ทะเลาะมีปากเสียงกันหลายเรื่อง และได้ทำร้ายร่างกายกัน พร้อมกับข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธยิง ลูกหลานจึงได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ใหญ่บ้านได้เข้ามาห้ามปราม พร้อมทั้งให้แยกกันอยู่ โดยให้นายชูชีพ กลับไปอยู่ที่บ้านที่ ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิรามก่อน

จนกระทั่ง ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. นายชูชีพได้กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วย อาวุธปืน และขวดน้ำมัน พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะเผาบ้าน โดยระหว่างนั้นลูกหลานและญาติอยู่ในบ้านเพื่อห้ามปราม ด้วย แต่สุดท้ายนายชูชีพ ได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงนางสุดใจที่ศีรษะ และใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงตัวตายตาม สร้างความเสียใจให้แก่ญาติพี่น้องและลูกหลานที่อยู่ในเหตุการณ์ เป็นอย่างมาก

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่มีปัญหาหึงหวงกันมา เนื่องจากทั้งคู่มาอยู่กินด้วยกันเป็นเวลาประมาณ 2 ปี กว่า มีเหตุทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนมาในที่สุด ฝ่ายชายตัดสินใจใช้ความรุนแรงยุติปัญหาท่ามกลางความพยายามของญาติๆที่จะให้จบเรื่องนี้ด้วยความละมุมละม่อมแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

โปรดเกล้าฯ ถอดยศ ‘พ.ต.ธนพนธ์ อยู่มั่น’ ประพฤติชั่วร้ายแรง

โปรดเกล้าฯ ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ “พ.ต.ธนพนธ์ อยู่มั่น” ฐานประพฤติชั่วร้ายแรงในหน้าที่ราชการ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอด พ.ต.ธนพนธ์ อยู่มั่น ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากใช้กิริยาวาจาไม่สมควรหรือประพฤติไม่สมควร โต้แย้งพระราชกระแส อวดรู้ อวดดี และกระด้างกระเดื่อง ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เกียจคร้าน ละทิ้งหรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยศทหาร พ.ศ.2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507

ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ประกาศ ณ วันที่ 28 ก.พ.2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ร้องขอคุ้มครองพยาน-เงินเยียวยา ‘คดีน้องปอนด์’ ถูกไขควงแทงดับ

ทนาย สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เข้าพบ ท่านธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้พิจารณาคุ้มครองพยาน และเงินเยียวยา ‘คดีน้องปอนด์’

วันที่ 13 มีนาคม 2560 วันนี้ เมื่อเวลา 13 : 00 น. ที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ทนาย สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้าน การบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ คณะทำงานฝ่ายกฏหมาย พามารดาของน้องปอนด์ หรือ นายธีรพงษ์ หรือ ปอนด์ อายุ 24 ปี นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 ม.ศิลปากร ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม และเป็นผู้เสียหายเข้าพบ ท่านธวัชชัย ไทยเขียวรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลหน่วย งานของรัฐในกระบวน การยุติธรรมเพื่อขอให้ พิจารณาการช่วยเหลือดังนี้

1.ในมาตรการคุ้มครอง พยาน

2.เงินเยียวยา ช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี อาญาสำหรับคดีน้องปอนด์ และเพื่อนที่ถูกคนร้ายร่วม กันใช้อาวุธเป็นขวดแตก เป็นปากฉลามเข้าแทงหลาย ครั้งหมายเอาชีวิต

ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยุติธรรมจังหวัดได้รับคำร้องจากญาติของนายธีรพงศ์แล้ว และจะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา วันที่ 28 มี.ค.โดยจะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาและเงินช่วยเหลือทางคดีส่วนการคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีทีมรับเรื่องคุ้มครองพยานอยู่แล้ว ญาติต้องยื่นเรื่องเพื่อให้พิจารณาว่าจะคุ้มครองพยานในระดับใด เนื่องจากการคุ้มครองพยานอาจกระทบกับสิทธิและเสรีภาพบางประการ ซึ่งในกรณีที่ไม่ได้รับผลกระทบทางคดีมากนักก็จะใช้เพียงมาตรการดูแลความปลอดภัย

พร้อมกันนี้ “ทนายสงกานต์”ได้ออกมาเปิดโปงไลน์หลุดสั่ง 18 ผู้ต้องหาคดีฆ่า “น้องปอนด์”  จากผู้ปกครองของหนึ่งในผู้ต้องหา ว่า มีผู้ปกครองที่เป็นบุคคลมีสี ผู้มีอิทธิผล สั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธลอย และไปให้การในชั้นศาล แล้วจะช่วยให้หลุดพ้นจากคดี ซึ่งทนายสงกรานต์จะนำหลักฐานชิ้นนี้ส่งมอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ภายในวันอังคารที่ 14 มี.ค.นี้

ย้อนไปถึงกรณี ‘คดีน้องปอนด์’ ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 18 คน บุกรุกเข้าไปในหอพัก รุมทำร้ายใช้ไขควงแทงที่ศีรษะ จนถึงแก่ความตายซึ่งผู้ก่อเหตุหลายคน เป็นลูกของผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลมีสี จึงไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย และก่อเหตุความรุนแรงอย่างไม่เกรงกลัวไปทั่ว อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับมูลเหตุที่มีการร้องเรียนว่าขณะนี้ยังมีความคืบหน้าในคดีดังกล่าวค่อนข้างน้อย