ขายดีแม้ไม่มีที่นั่ง! ร้านสเต็กไร้เก้าอี้ ป้องกันลูกค้านั่งแช่ในร้าน

ผู้ชื่นชอบการรับประทานเนื้อ เดินทางไปยังร้านสเต็กแนวญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดใหม่ในนครนิวยอร์ก ที่ซึ่งนอกจากจะไม่มีเมนูสลัดและของหวานแล้ว ร้านยังไม่มีเก้าอี้สำหรับให้บริการลูกค้าอีกด้วย

บรรดาผู้ชื่นชอบเนื้อสัตว์ต่างต่อแถวเพื่อรอชิมสเต็กที่ร้าน “อิคินาริ” ร้านสเต็กแนวญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดใหม่ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งลูกค้าจะต้องยืนทานอาหาร เพราะภายในร้านไม่มีเก้าอี้สำหรับให้บริการ

การให้บริการในลักษณะดังกล่าว ทำให้ลูกค้าทานอาหารรวดเร็วขึ้น ร้านจึงสามารถจำหน่ายอาหารได้ในปริมาณมากขึ้น และได้กำไรมากขึ้น ซึ่งร้านอิคินาริหวังว่าลูกค้าแต่ละคนจะใช้อยู่ในร้านเพียง 30 นาที

นอกจากนั้น ทางร้านยังไม่จำหน่ายเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย รวมถึงของหวานหรือกาแฟให้บริการด้วยเช่นกัน ที่ทำให้ลูกค้าไม่ต้องใช้เวลาอยู่ในร้านนานมากนัก

ร้านอิคินาริ สามารถจำหน่ายอาหารให้กับลูกค้าได้ราว 200 คนต่อวัน ซึ่ง”คุนิโอะ อิชิโนเสะ” ผู้ก่อตั้งร้าน ระบุว่า เขาต้องการที่จะสร้างวัฒนธรรมการยืนกินอาหาร

อิชิโนเสะ ยังวางแผนที่จะ เปิดร้านสเต็กลักษณะนี้ในนครนิวยอร์กอีก 10 สาขา ภายในปีนี้ โดยเขาตั้งเป้าว่าจะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นแนสแด็กให้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี

คาด ‘หุ้นไทย’ มีโอกาสลดลง หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

คาด ‘หุ้นไทย’ มีโอกาสลดลง หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย โดยเช้านี้เปิดตลาดลดลง 1.82 จุด แตะ 1,564.38 จุด 

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (6 มี.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวลดลง 1.82 จุด แตะที่ระดับ 1,564.38 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,057.42 ล้านบาท ขณะที่ บล.กรุงศรี คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ว่า SET Index มีโอกาสลดลง

โดยปัจจัยลบหลักยังเป็นการไหลออกของ Fund Flow ต่างชาติ ซึ่งเป็นการไหลออกเพื่อปรับพอร์ต ก่อนที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ทั้งนี้ ตลาดมั่นใจมากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. หลังจาก นางเยลเลน ประธานเฟด ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 – 15 มี.ค.

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดของ Bloomberg Consensus คาดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 94% เทียบกับวันก่อนหน้าที่ 90% หุ้นในกลุ่ม Big Cap ยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ไหลออก ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.12 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 34.77 บาท ขายออก 35.28 บาท

พลิกวิกฤตแล้ง!! ชาวนาหันปลูกถั่วลิสงขาย รายได้งามกว่านาข้าว

เกษตรกร จ.ชัยนาท หันปลูกถั่วลิสงพืชใช้น้ำน้อย เผยรายได้ดีกว่าการทำนาข้าว 

จากภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรง ทำให้ในหลายพื้นที่ ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เนื่องจากสภาวะขาดน้ำ แต่ยังมีเกษตรกรในพื้นที่ ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท ที่หาทางต่อสู้กับวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยหันไปปลูกถั่วลิสง ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อยและที่สำคัญรายได้ดีกว่าการทำนาข้าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ได้พยายามหาพืชทดแทนมาเพาะปลูกแทนการทำนาข้าว เนื่องจากในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะทำนาปรัง จึงหันไปปลูกถั่วลิสงโดยปรับพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาในการเพาะปลูก

โดยนายกิตติ แพ่งนคร อายุ 58 ปี เกษตรในพื้นที่บอกว่า ปกติพื้นที่แถบนี้เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึง แต่ในหน้าแล้งทุกปีระดับน้ำจะลงต่ำ ทำให้นำรถลงมาไถหว่านปลูกถั่วลิสงได้ โดยอาศัยสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาใช้ ซึ่งถั่วลิสงจะเริ่มเพาะปลูกได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม โดยการลงทุนต่อไร่จะอยู่ที่ 7,000บาท ใช้เวลาในการปลูก 60 วัน เมื่อทำการเก็บเกี่ยวจะมีรายได้ถึงไร่ละ 17,000 บาท หรือ กำไรไร่ละ 10,000 บาท ในการขายส่งให้พ่อค้าคนกลาง

แต่ถ้าขายปลีกให้แม่ค้าที่นำไปต้มขายจะได้ราคาถึง 23,000 บาท ต่อไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกันแบบไร่ต่อไร่แล้วดีกว่าการทำนาเป็นอย่างมาก แต่ว่าถั่วลิสงจะทำได้รอบเดียว เพราะถ้าทำต่อเนื่องก็จะไปเจอช่วงเดือนเมษายนที่แล้งจัด ผลผลิตจะได้ไม่ดีไม่คุ้มค่าการลงทุน