‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ เข้ารับทราบข้อหาที่ บช.ปส. แจ้ง 2 ข้อหา

‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ เข้ารับทราบข้อหาที่ บช.ปส.ตามหมายเรียก ฐานฟอกเงิน และสมคบคิด ในคดียาเสพติดที่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายนายไซซะนะ

วันนี้(6 มี.ค.) เวลา 09.30 น. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” พร้อมทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ฐานฟอกเงิน และสมคบคิด ในคดียาเสพติดที่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายนายไซซะนะ ผู้ต้องหาชาวลาว ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดย 1 ในนั้นมีแอเรีย 51 ที่อาคารธนดลแมนชั่น ย่านอินทามระ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) เผยว่า ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่าเบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล 2 ข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติการฟอกเงิน หลังพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาคดียาเสพติด

อย่างไรก็ตามในวันนี้ เบนซ์ เรซซิ่ง มีสิทธิว่าจะให้การหรือไม่ให้การใด ๆ กับพนักงานสอบสวน แต่ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ซึ่งเบนซ์ เรซซิ่ง มีสิทธิยื่นประกันในชั้นศาลแทน โดยคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายผลไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

โดยก่อนหน้านี้นายศรัญ ทนายความของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง”เปิดเผยว่า ได้มีการหารือกับพนักงานสอบสวนในเบื้องต้น ว่า ในวันนี้ นายเบนซ์ จะยังไม่ให้ข้อมูลอะไรกับตำรวจ แต่จะขอให้ขั้นตอนการประกันตัวในชั้นศาลเสร็จสิ้น หากศาลให้ประกันตัว ก็จะมาให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมอีก

นายศรัญ ฤกษ์อัตการ ทนายความของ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เผยว่า จากการที่ได้รับหมายเรียกเบนซ์ ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ซึ่งทางเราให้การไปหมดแล้ว ไม่ได้มีการให้การเพิ่มเติมในประเด็นใด รวมทั้งเอกสารก็ใช้ชุดเก่าที่เคยยื่นไว้แล้ว ในวันนี้หวังว่าไปที่ศาล ตำรวจจะไม่คัดค้านการประกันตัว และมีดุลยพินิจให้ประกันตัวชั่วคราว โดยได้ยื่นหลักทรัพย์ในการประกันตัว เป็นเงินสด 500,000 บาท

‘วิลาศ’ จี้นายกฯ สอบใช้งบดูงานต่างประเทศหน่วยงานรัฐ

“วิลาศ” จี้ นายกฯ ตรวจสอบการใช้งบดูงานต่างประเทศของหน่วยงานภาครัฐ ชี้ อาจจะเป็นประโยชน์เพียงบางหน่วยงาน เสนอยกเลิกใช้หลักสูตรอบรมหน่วยงาน

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแสดงความคิดเห็นเรื่องงบดูงานต่างประเทศของหน่วยงานภาครัฐ ว่า คณะกรรมการมีนโยบายให้ไปตรวจศึกษาดูงานของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ว่ามีผลประโยชน์คุ้มค่ากับที่เสียไปหรือไม่ โดยทางประธานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ก็ได้มีการออกมากำชับการใช้งบให้เกิดความคุ้มค่าเพื่อศึกษาดูงาน

โดยจะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเห็นด้วยที่ต้องตรวจทุกหน่วยงานในการใช้งบดูงานต่างประเทศ แม้ความเป็นจริงจะเป็นประโยชน์ก็ตาม แต่ก็เป็นประโยชน์เฉพาะบางหน่วยงานเท่านั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ถี่ถ้วนในแต่ละหน่วยงานภาครัฐ

นอกจากนี้ นายวิลาศ ยังได้เสนอให้ นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาการใช้งบดูงานต่างประเทศ ว่า สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ การยกเลิกหลักสูตรพิเศษองค์กรอิสระ และ ยกเลิกหลักสูตรพิเศษว่าด้วยการอบรมหน่วยงาน แม้การอบรมจะได้ความรู้ แต่ก็ไม่ควรต้องไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ นายวิลาศ ยังกล่าว ชื่นชม นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ได้ทำตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ในการตัดงบเรื่องของการศึกษาดูงานต่างประเทศ และถือว่าเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ทำตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และให้คนในรัฐบาลตรวจสอบการใช้งบขององค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วย เพราะบางองค์กรอิสระไม่มีความน่าสนใจที่จะไปดูงานต่างประเทศ และหากมีการเปิดอบรมหลักสูตรพิเศษ ก็ควรให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้ด้วย

ยั่วโมโห ! เกาหลีเหนือกร่าง ทดสอบขีปนาวุธใส่เขตเศรษฐกิจญี่ปุ่น 3 ลูก

เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธจำนวน 4 ลูกไปทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจรวดได้ลอยไปตกในเขตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นถึง 3 ลูก

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 มี.ค.) รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงการณ์ กรณีที่กองทัพเกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธหลายลูกออกไปทางทะเลญี่ปุ่น โดยระบุว่าขีปนาวุธมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4 ลูก ซึ่งจากจำนวนนี้ 3 ลูกลงไปตกที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ)ของญี่ปุ่น ขณะที่เกาหลีเหนือเปิดเผยว่า พิสัยการเดินทางนั้นของขีปนาวุธ น่าจะอยู่ที่ราวๆ 1,000 กิโลเมตร

นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่นระบุว่า เกาหลีเหนือกลายมาเป็นภัยคุกคามครั้งใหม่ของญี่ปุ่น และถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ส่วนทางด้าน กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงซึ่งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางของจรวดอย่างใกล้ชิด

รวมถึงนาย ฮวาง เคียว อัน รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าว เกาหลีเหนือต้องการนำมาใช้ต่อต้านอำนาจทางทหารของสหรัฐฯ โดยเกาหลีเหนือมีการเตรียมพร้อมทางการทหารอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC)เกาหลีใต้อย่างเร่งด่วนเพื่อหามาตรการตอบโต้

กระนั้นนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่จรวดของเกาหลีเหนือรุกล้ำเข้าไปตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงอาณาเขต 200 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งที่ญี่ปุ่นมีสิทธิ์ในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

ปี 2559 ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยิงจรวดพิสัยไกลจาก Tongchang-ri ส่งผลให้ทำให้วัตถุขึ้นสู่วงโคจร จนกระทั่งถูกองค์การสหประชาชาติประณามฐานละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งห้ามใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธ รวมทั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังทดสอบยิงขีปนาวุธชนิดใหม่ชื่อว่า Pukguksong-2ลงไปในทะเล

แต่อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการซ้อมรบประจำปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เกาหลีเหนือโกรธแค้นอย่างมาก เพราะเชื่อว่ากิจกรรมนี้เป็นการ “ซ้อมรุกราน”กองทัพเกาหลีเหนือจึงตอบโต้ด้วยการแถลงขู่ทันทีว่าจะงัดอาวุธนิวเคลียร์ออกมาตอบโต้อย่างไม่ปรานี

ที่มา  www.independent.co.uk