สั่งระงับให้บริการ! รีสอร์ทหรูสร้างบนภูเขา มีสไลด์เดอร์ลงทะเลเกาะเต่า

นายอำเภอเกาะพะงัน สั่งระงับให้บริการ รีสอร์ทหรูสร้างบนภูเขา มีสไลด์เดอร์ลงทะเลเกาะเต่า 

วันนี้(2 มี.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. นายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เซ็นหนังสือคำสั่งระงับการให้บริการของทรายแดง รีสอร์ท เกาะเต่า หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไว้ก่อน หลังจากที่มีข่าวว่านายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จากกรณีที่มีรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาของเกาะเต่า มีที่ตั้งจากบนภูเขาลงไปถึงชายทะเลหาดทรายแดง โดยมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่พักรีสอร์ทแบบหลังเดี่ยวบนภูเขา ที่สำคัญมีการติดตั้งเครื่องเล่นสไลด์เดอร์ขนาดใหญ่จากด้านบนรีสอร์ทลัดเลาะลงมาจนบนภูเขาถึงตีนเขาติดชายทะเลหาดทรายแดง โดยผู้ที่ร้องเรียนในครั้งนี้สงสัยว่าสามารถก่อสร้างรีสอร์ท และสไลด์เดอร์ได้อย่างไร ที่สำคัญพื้นที่ที่ก่อสร้างตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติหรือป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายเกริกไร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน ถึงกรณีดังกล่าว โดยนายอำเภอเกาะพะงัน เผยว่า วันนี้ตนได้ออกหนังสือคำสั่งระงับการให้บริการของทรายแดง รีสอร์ท เกาะเต่า ที่มีที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเต่า ที่สำคัญที่ดินบนเกาะเต่าเป็นที่ดินของราชพัสดุ ดูแลโดยกรมธนารักษ์ การที่จะก่อสร้างอะไรบนเกาะเต่าจะต้องได้รับอนุญาตก่อน
ซึ่งในเรื่องนี้นายอำเภอเกาะพะงันจะทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลตำบลเกาะเต่า ถึงการก่อสร้างรีสอร์ทและสไลด์เดอร์บริเวณหาดทรายแดงนั้นได้มีการขออนุญาตแบบในการก่อสร้างหรือไม่

นอกจากนี้ จะทำหนังสือไปยังกรมธนารักษ์ ถึงเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวว่ามีหรือไม่ และทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่า เพื่อสอบถามถึงการก่อสร้างสไลด์เดอร์ขนาดใหญ่ดังกล่าวมีใบอนุญาตหรือสามารถก่อสร้างได้หรือไม่ หากพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการก่อสร้าง หรือในการครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว จะได้ออกหนังสือสั่งปิด พร้อมสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทันที เพราะการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเกาะเต่าจะต้องแจ้งคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ก่อน เพื่อที่จะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบพิจารณาร่วมกันว่าการก่อสร้างมีความเหมาะสมหรือไม่

หนุ่มเดินถือระเบิด กลางแยกไฟแดงคลอง7 ถูกตำรวจยิงสกัด เจ็บสาหัส

หนุ่มเดินถือระเบิด กลางแยกไฟแดงคลอง7 ธัญบุรี ถูกตำรวจยิงสกัด บาดเจ็บสาหัส นำส่งโรงพยาบาล

วันนี้(2 มี.ค.) มีรายงานว่า เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขาสั้นสีกรมท่า เดินถือระเบิดมืออยู่ริมถนนแยกไฟแดงคลอง 7 ธัญบุรี เขต สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แต่ชายคนดังกล่าวกลับมาท่าทีจะปาระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงใส่ร่างชายคนดังกล่าวล้มฟุบกองกับพื้น โดยในมือยังกำระเบิดไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำยางรถยนต์มาวางครอบระเบิดมือไว้ ก่อนนำชายถือระเบิดนำส่งโรงพยาบาล

ขอบคุณภาพจาก @K5_Rescue 

บิ๊กป้อมเสียใจ กราดยิงรถโรงเรียนที่รือเสาะ ยัน ม. 44 ไม่ได้ทำให้คนตาย

พล.อ.ประวิตร ไม่ฟันธงเหตุ 4 ศพ อ.รือเสาะ เป็นคดีมั่นคงหรืออาชญากรรม ระบุเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ยัน ม. 44 ไม่ได้ทำให้คนตายที่วัดธรรมกาย ชี้เรื่องยุ่งเยหยิงทั้งหมดจากคนๆ เดียว 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเหตุรุนแรงที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จนมีผู้เสียชีวิต 4 คน ว่า ได้รับทราบรายงานแล้ว แต่ต้องขอดูก่อนว่า มีสาเหตุมาจากอะไร เรื่องนี้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 กำลังดำเนินการอยู่ เบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ และทำเนื่องจากอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่

ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วัดธรรมกาย, ข่าววัดธรรมกาย

ส่วนสาเหตุจะมาจากการกรณีที่แกนนำสมัครใจเข้าร่วมโครงการกับกองทัพภาคที่ 4 หรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจ ตอบไม่ได้ ขอให้ทางกองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายข่าวได้รายงานมาก่อนว่าข้อมูลเป็นอย่างไร แต่ก็รับทราบและสั่งให้เขาดำเนินการทางด้านยุทธวิธีและทางการข่าวแล้ว

ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ความจริงก็พยายามจะทำทุกอย่างให้เกิดการปรองดอง เกิดความเข้าใจในพื้นที่ ที่ผ่านมาทำมาเยอะแล้ว แต่มีบางส่วนในพื้นที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็ยังฟันธงว่าเป็นกรณีนี้ไม่ได้ว่าจะเป็นคดีความมั่นคงหรือคดีอาชญากรรม เพราะไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ถูกกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาความรุนแรงในพื้นที่ลดลงมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปีก่อน ยิ่งลดลงมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า คนในพื้นที่มีความเข้าใจมากขึ้น

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องวัดธรรมกาย หลังจากเกิดเหตุมีคนเสียชีวิตเพิ่มและกล่าวโยงว่ามีสาเหตุจากการใช้ ม.44 นั้นว่า เรื่องดังกล่าวคงไม่ใช่ เพราะในวัดก็มีสถานพยาบาลที่ดีอยู่ในนั้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าไม่เกี่ยวกัน  ดังนั้นจึงชี้ได้ว่าข่าวดังกล่าวเป็นการสร้างกระแสปลุกระดมให้เกิดความเข้าใจผิดในเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากคนคนเดียวเป็นปัญหาใหญ่โต บ้านเมืองยุ่งเหยิงอย่างนี้ก็เพราะคนคนเดียว และหากมีความบริสุทธิ์ใจจริงก็ควรให้เจ้าหน้าที่ค้น และออกมารับผิดเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม