กราดยิงรถรับส่งนักเรียน ที่นราฯ เด็กสาหัส 1 ตาย 1 ผู้ใหญ่3

คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถรับส่งนักเรียนไทย – พุทธ ใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พบผู้เสียชีวิต 4 คน เป็นเด็ก 1 คน และ ผู้ใหญ่ 3 คน เด็กอีก 1 สาหัส

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่ นายสมชาย ทองจันทร์ อายุ 57 ปี ชาวบ้านศรีภิญโญ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านธรรมเจริญ หมู่ที่ 6 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านธรรมเจริญ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ

ในขณะที่ นายสมชาย กำลังขับรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ทอง เพื่อรับส่งนักเรียนไทย – พุทธ ไปส่งที่โรงเรียนในพื้นที่ อ.รือเสาะ ในระหว่างทางเมื่อเดินทางมาถึงบ้านธรรมเจริญ หมู่ที่ 6 ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่รถนักเรียนไทย – พุทธ เบื้องต้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต โดยเป็นเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กองกำลังผสม อ.รือเสาะ พบว่ามีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย คือ นายสมชาย ทองจันทร์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางรัตติกา ทองจันทร์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นภรรยา นางสน ทองจันทร์ อายุ 42 ปี รวมทั้ง ด.ช.ธนกิจ ทองจันทร์ อายุ 8 ปี

โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ด.ช.จีรภัทร์ ทองจันทร์ อายุ 12 ปี ถูกนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ล่าสุด กองกำลังผสม อ.รือเสาะ นำโดย พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ และ พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา ผู้บังคับการกรมทหารพราน ที่ 46 นำกำลังเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมกับติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายต่อไป

กอ.รมน.ประณามเหตุกราดยิงรถรับส่งน.ร.

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงรถรับส่งนักเรียนไทย – พุทธ ใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน 1 ในนั้นเป็นเด็กนักเรียน อีกทั้งยังมีเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน ว่า ตนขอประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นฝีมือของคนขี้ขลาด ไร้อุดมการณ์ เพราะผู้ได้รับกระทบส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง

เบื้องต้นหลังทราบเรื่อง ทาง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแล ช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ล่าสุด ทหารร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของผู้ที่ชอบสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเป็นประจำ โดยหลังจากนี้จะนำหลักฐานจากทุกหน่วยมาใช้ในการเร่งติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

มทภ.4สั่งทุกหน่วยเร่งล่าคนร้ายกราดยิงรถน.ร.ที่นราฯ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า บินด่วนด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดเกิดเหตุกลุ่มคนร้าย ซุ่มยิงใส่ราษฎรชาวไทย – พุทธ เสียชีวิต 4 คน โดย 1 ในผู้เสียชีวิต เป็นเด็กนักเรียน เพศชาย อายุ 8 ปี โดย พ.อ.ปราโมทย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ จุดเกิดเหตุ ว่า ทาง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยได้กล่าวประณามกลุ่มก่อเหตุรุนแรงว่าเป็นการกระทำที่สุดโต่งเยี่ยงสัตว์ป่า ไม่ใช่วิธีการของนักรบ ที่กระทำต่อเป้าหมายที่เป็นเด็กและผู้บริสุทธิ์

นอกจากนี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เร่งติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้าย มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว หลังจากนั้น พ.อ.ปราโมทย์ ได้เดินทางไปรับฟังบรรยายสรุปเพื่อที่จะได้ประเมินสถานการณ์ พร้อมกับหาทางปิดช่องโหว่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย พร้อมจะให้การดูแลราษฎรชาวไทย – พุทธ และเป้าหมายอ่อนแอ อย่างเต็มความสามารถ

กสม.ประณามคนร้ายยิงรถน.ร.ชี้ทำแตกแยก

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประณามคนร้ายที่ก่อเหตุกราดยิงรถรับส่งนักเรียน ใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส วันนี้ ว่า เป็นเหตุการณ์ที่ โหดเหี้ยมมาก สมควรแก่การประนาม เพราะเป็นการยิงรถที่มีผู้หญิงและเด็ก ทำให้เกิดการเสียชีวิต ผู้กระทำไม่ฟังเสียงเรียกร้องของภาคประชาชนเรื่องการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะผู้บริสุทธิถือเป็นการสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจระหว่างคนพุทธกับมุสลิมมากขึ้น

ขอบคุณ : ภาพจากเจ้าหน้าที่ชุดตรวจที่เกิดเหตุ และหน่วยกู้ชีพกู้ภัย

ข่าวจาก INN

สุดโหด! ทหารกราดยิง ‘ครัวยี่หร่า’ สาหัส 4 ฉุนเดินชนโต๊ะ

ทหารกราดยิง “ครัวยี่หร่า” ย่านตลิ่งชัน บาดเจ็บสาหัสทันที 4 เหตุไม่พอใจถูกเดินชนโต๊ะในร้านอาหาร เผยเป็นทีมงานคุ้มครองนักธุรกิจคนดัง

พ.ต.ท.พิพัฒน์ วรโชติศักดากร สว.(สอบสวน) สน.บางเสาธง รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ภายในร้านอาหารครัวยี่หร่า ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง พฐ. และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุสุดวุ่นวายข้าวของกระจัดกระจาย พบร่างคนเจ็บนอนจมกองเลือด 4 คน คือ 1. นายภูธเนศ เฉยช้า อายุ 33 ปี ถูกยิงถากขมับขวา และตาขวามีรอยไหม้ 2. นายพินิจ พูลสำราญ อายุ 50 ปี ถูกยิงกรอกปาก กระสุนตุงท้ายทอย 3. นายชัยมงคล สังข์สุข อายุ 49 ปี ถูกยิงที่ข้อมือขวา และ 4. นายอานัฐ ทองใบ อายุ 40 ปี ถูกยิงใต้ราวนมขวา กระสุนฝังใน ต้องช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลศิริราช

จากการสอบสวน นายชมานันทน์ สังข์สุข อายุ 20 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมผู้บาดเจ็บ รวม 5 คน เข้ามาเที่ยวดื่มกินที่ร้านตามปกติ จนกระทั่งช่วงร้านใกล้ปิด วงดนตรีเล่นเพลงสุดท้ายได้สนุกมาก ตนจึงขึ้นไปเต้นบนเวที พร้อมกับให้ทิปนักร้องไปด้วย แต่ไม่ได้มีเรื่องกับใคร พอเพลงจบก็ลงมาจากเวที จังหวะนั้นเองกลุ่มทหารที่นั่งโต๊ะติดกับเวที จำได้ว่าสวมเครื่องแบบ 2 คน และใส่ชุดซาฟารีอีก 2 คน ส่วนอีก 1 คนสวมชุดธรรมดา ซึ่งชายในชุดซาฟารีได้เดินเอาเครื่องชอร์ตไฟฟ้าเข้ามาชอร์ตเข้าที่ตาของ นายภูธเนศ ก่อนจะไล่ชอร์ตพวกตนทุกคนในกลุ่ม

จากนั้นชายที่สวมชุดทหารอีก 2 คน ก็ควักปืนสั้นขึ้นมายิงขึ้นฟ้า 2 นัด คนหนึ่งถือปืนจ่อ ส่วนอีกคนกราดยิงใส่ทุกคนจนได้รับบาดเจ็บล้มลงไปนอนจมกองเลือด ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถจักยานยนต์วิบาก และเก๋งวีออส สีดำ หลบหนีไป เข้าใจว่ามาจากเรื่องที่ตนเดินไปชนโต๊ะพวกเขาตอนขึ้นเวที

เบื้องต้น พฐ. ได้เก็บลายนิ้วมือ ส่วนฝ่ายสืบสวนก็เร่งตรวจกล้องวงจร ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่ากลุ่มชายชุดทหารที่ก่อเหตุกลุ่มนี้เป็นทหารชุดที่คอยติดตามรักษาความปลอดภัยให้กับอดีตนายทหารและนักธุรกิจคนดังรายหนึ่ง ซึ่งได้ประสานให้คนที่สนิทช่วยติดต่อให้มามอบตัวแล้ว

ที่มา… INN

นายกฯ ปล่อยมุข บอก ‘ป.ย.ป.’ ไม่ได้ย่อมาจาก ‘ประยุทธ์อยู่ต่อไป’

นายกฯ เป็นประธานเปิดอบรม หลักสูตร ป.ย.ป. สร้างความปรองดอง พร้อมปล่อยมุข ไม่ได้ย่อมาจาก ‘ประยุทธ์อยู่ต่อไป’ เพราะยิ่งอยู่ยิ่งทรมาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (หลักสูตร ป.ย.ป.) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจได้ทำงานเพื่อประเทศ ซึ่งประเทศชาติต้องสำคัญกว่าอย่างอื่น โดยเฉพาะข้าราชการที่ประเทศต้องมาก่อน แม้เกิดปัญหาต้องฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อคนอื่น และส่วนตัวจำเป็นต้องมายืนและพูดวันนี้ ไม่ใช่เพราะสถานการณ์เลวร้ายจนแก้ไม่ได้ หรือรัฐล้มเหลว ข้าราชการไม่ดี แต่มายืนตรงนี้เพราะเคยเป็นอดีตข้าราชการ ยอมไม่ได้หากประชาชนไม่ไว้ใจหรือให้ร้ายบิดเบือนตลอดเวลา จึงต้องมาพูดเพื่อให้สังคมเข้าใจ และเห็นว่าขณะนี้กำลังปฏิรูปตัวเองและปฏิรูปประเทศตลอดไปเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม หลักสูตร ป.ย.ป. เป็นการมุ่งเน้นกิจกรรมการระดมความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลโดยจัดทำหลักสูตร 3 หลักสูตร ประกอบด้วยหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (ป.ย.ป.1) (สำหรับปลัดกระทรวงและอธิบดี)

หลักสูตรการสร้างผู้นำแห่งการบริหารการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแบ่งเป็นหลักสูตรการสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง สำหรับรองอธิบดี (ป.ย.ป.2/1) และหลักสูตรการสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (สำหรับรองผู้ว่าราชการจังหวัด) (ป.ย.ป.2/2) เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจต่อบริบทใหม่ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบของ ป.ย.ป.

และเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และศักยภาพความเป็นผู้นำ ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาล เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน