โปรตีนสูง! ใช้แมลงสาบแทนแป้งทำขนมปัง ชี้มีประโยชน์มาก

นักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิลใช้แมลงสาบแทนแป้งทำขนมปัง โดยอ้างว่าให้คุณค่าทางอาหารสูง

ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารชาวบราซิลค้นพบการเปลี่ยนแมลงสาบให้กลายเป็นแป้งและนำไปใช้อบเป็นขนมปัง เพื่อทดแทนการขาดแคลนอาหาร ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

รายงานระบุว่า แอนเดรสซา ลูกัส และ ลอเรน เมเนกอน นักศึกษาวิศวกรรมอาหาร 2 ราย จากมหาวิทยาลัยสหพันธรัฐรีโอแกรนด์ ในประเทศบราซิลเป็นผู้พัฒนาสูตรการทำแป้งจากแมลงสาบ ที่มีส่วนประกอบเป็นโปรตีนมากกว่าแป้งจากข้าวสาลีถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถใช้อบขนมปังหรือทำอาหารได้ทุกชนิด พร้อมทั้งชี้ว่า แมลงสาบเป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด

ทว่าทีมวิจัย ได้นำแมลงสาบชนิดที่มีชื่อเรียกว่า Nauphoeta cinerea ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากการเพาะพันธุ์พิเศษ ผ่านการควบคุมสุขอนามัยในการผลิตตามมาตรฐานของสำนักงานเฝ้าระวังด้านอนามัยแห่งชาติบราซิล (ANVISA) ซึ่งอาหารของพวกมันคือผักผลไม้เท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ใช้แมลงสาบเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีโปรตีนสูงเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นมากถึง 8 ใน 9 ชนิด รวมไปถึงกรดไขมันคุณภาพสูง อาทิ โอเมก้า-3 และโอเมก้า-9 ซึ่งและยังสามารถใช้ตัวแมลงสาบเกือบทั้งหมดมาประกอบอาหาร ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาโรคขาดสารอาหาร และยังสร้างมลพิษน้อยมากรวมถึงลดขั้นตอนในการทำปศุสัตว์

โดยจากผลการทดลองพบว่า ขนมปังที่อบออกมาหนึ่งชิ้น จะมีแป้งจากแมลงสาบเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ สามารถเพิ่มโปรตีนได้มากกว่าขนมปังที่อบจากแป้งจากข้าวสาลีมากถึง 49.16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะได้รสชาติเหมือนขนมปังทั่วไป เพราะมีส่วนผสมจากแป้งแมลงสาบเพียงวเล็กน้อย และมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่ทำให้รสชาติไม่แตกต่างไปจากเดิมมาก

อย่างไรก็ตามนอกจากแมลงสาบ ได้มีการวิจัยกับแมลงชนิดอื่น เช่น จิ้งหรีดและแมลงปีกแข็ง โดยทางองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ในปี 2050 จะไม่มีพื้นที่ในการผลิตอาหารเพียงพอต่อประชากรโลก ดังนั้นการเพาะพันธุ์แมลงเป็นเรื่องที่ประหยัดพื้นที่ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำน้อย และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย นอกจากนี้ แมลงยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งตัว ขณะที่สัตว์ที่มนุษย์บริโภค ไม่สามารถนำมารับประทานได้ทุกส่วน

ที่มา munchies.vice.com

ระทึก! รถบัสรับส่งพนง. ซิ่งชนกระบะ เจ็บระนาว เพื่อให้ทันไฟเขียว

ระทึก! รถบัสรับส่งพนักงาน ซิ่งชนรถกระบะ ทำคนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 20 คน สาเหตุมาจากเพื่อให้ทันไฟเขียว

วันนี้ (2 มี.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.พัฒนานิคม ลพบุรี ว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนกับรถยนต์กระบะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณ ถนนสายลพบุรี-วังม่วง สี่แยกซอย 12 จึงประสานแพทย์เวร ฉุกเฉิน รพ.พัฒนานิคม อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนา เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบ รถบัสรับส่งพนักงาน สีม่วง หมายเลขทะเบียน 30-1150 ลพบุรี พลิกคว่ำลักษณะตะแคง มีผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้หญิง ร้องขอความช่วยเหลือ แพทย์ พยาบาล กู้ภัยฯ จึงเร่งทำการช่วยเหลือนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 20 คน ส่ง รพ.พัฒนานิคม ใกล้กันพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน บต-1012 นครนายก และ รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บย-4747 พระนครศรีอยุธยา ถูกชนจนได้รับความเสียหายทั้งสองคัน

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่รถกระบะทะเบียน บต-1012 นครนายก กำลังจะมุ่งหน้าไป จ.สระบุรี ซึ่งมีรถกระบะทะเบียน บย-4747 พระนครศรีอยุธยา รอสัญญาณไฟสี่แยก รถบัสพนักงานที่ขับมาด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้า อ.วังม่วง เพื่อที่จะให้ทันสัญญาณไฟเขียว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับรถกระบะโตโยต้า ออกตัวจากสี่แยกพอดี จึงชนกันอย่างรุนแรง รถบัสเสียหลักพลิกคว่ำจนมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งมีนายสำรวย บำเพ็ญ อายุ 67 ปี ซึ่งนั่งหลังรถกระบะมาได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช แต่เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ศาลอุทธรณ์แก้คุก 2 ปี ‘ธาริต’ โยกย้ายมิชอบรออาญา 2 ปี

ศาลอุทธรณ์ พิพากษา แก้ คุก 2 ปี “ธาริต – ชาญเชาวน์” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โยกย้ายอดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เป็นธรรม รอลงอาญา 2 ปี

วันนี้ 2 มี.ค. 60 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นโจทก์ฟ้อง ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรณีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ถึง 8 ตุลาคม 2555 นายธาริต และ นายชาญเชาว์ ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทำหนังสือโยกย้าย พ.อ.ปิยะวัฒก์ จากตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่าเดิม คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุก นายธาริต 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้อง นายชาญเชาว์ จำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายธาริต ได้ทำบันทึกเสนอย้ายโจทก์ โดยมี นายชาญเชาวน์ เป็นผู้ลงนามเห็นชอบ ซึ่งโจทก์ได้นำสืบว่าตัวเองได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีสำคัญหลายเรื่อง และมีความเห็นขัดแย้งกับนายธาริต หลายเรื่อง ซึ่ง นายธาริต ไม่ได้ส่งเรื่องย้ายโจทก์ไปยังคณะกรรมการคดีพิเศษให้พิจารณาก่อน จึงส่อเจตนาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์

ศาลจึงพิพากษาแก้ให้จำคุก นายธาริต และ นายชาญเชาวน์ คนละ 2 ปี แต่ทั้งสองคนรับราชการ ทำคุณงามความดี และไม่เคยต้องโทษจำคุก จึงให้รอลงอาญา 2 ปี

ที่มา… INN