พบเหล้าขาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุรา มึน!! ยังไม่ทราบสาเหตุ

พบเหล้าขาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุรารุดขอขวดสุรานำกลับไปตรวจสอบ มึน ไม่ทราบสาเหตุ ระบุเป็นเคสแรก ไม่เคยเจอมาก่อน

ความคืบหน้า กรณีที่ นายนพคุณ พิมพ์เสน อายุ 37 ปี เจ้าของร้านโชว์ห่วย บ.ไพรพยัคฆ์ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พบสุราขาว ขวดเล็กยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีความแปลกประหลาด คือมีน้ำน้ำสุราเป็นสีฟ้า ซึ่งปกติแล้วจะเป็นน้ำใสๆ แตกต่างจากเหล้าขาวหรือสุราปกติที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป

ล่าสุดวันนี้ (27 มี.ค.60) เจ้าหน้าที่ของบริษัทโรงงานผลิตสุราขาว ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับนายนพคุณ เพื่อขอขวดสุราขาวที่บรรจุน้ำสุราสีฟ้ากลับไปตรวจสอบแล้ว ซึ่ง นายนพคุณ ระบุว่า เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เคยพบน้ำสุราสีฟ้ามาก่อน ขวดนี้เป็นเคสแรก และยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จะนำกลับไปตรวจสอบทางเคมีที่โรงงานก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ พร้อมกับเปลี่ยนขวดสุราขาวขวดเล็กให้คืน และยังแถมให้อีก รวม 6 ขวด และแจ้งกับตนว่า หากพบสุราเป็นสีฟ้าอีกให้เก็บไว้ให้ด้วย ไม่ต้องออกข่าวเพราะจะมีผลกระทบกับธุรกิจก่อนจะเดินทางกลับ เจ้าของร้านนิวกันเอง เปิดเผยอีกว่า สำหรับสุราขาวดังกล่าวบรรจุในลังรวมกัน 24 ขวด หรือ 2 โหล ถ้านำมาขายปลีก จะขายในราคาขวดละ 55 บาท

ต่อมาจ้าหน้าที่ของ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ สาขาปราสาท ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังร้านดังกล่าว เพื่อขอตรวจดูขวดสุราดังกล่าว แต่ไม่ทันเนื่องจาก เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุราขาว ได้นำขวดสุราดังกล่าวกลับไปตรวจสอบก่อนแล้ว

พระราชโองการโปรดเกล้าฯ “ทัศนีย์” เป็นรองประธานศาลฎีกา

พระราชโองการโปรดเกล้าฯ “ทัศนีย์” เป็นรองประธานศาลฎีกา พร้อมแต่ตั้งผู้พิพากษาระดับสูงอีก 11 ราย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดํารงตําแหน่งต่างๆ จํานวน 12 ราย ดังนี้

1. นางทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดํารงตําแหน่งรองประธานศาลฎีกา
2. นายชํานาญ รวิวรรณพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดํารงตําแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา
3. นายทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
4. นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร รองประธานศาลอุทธรณ์ ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลฎีกา
5. นายบุญไทย อิศราประทีปรัตน์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา
6. นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ดํารงตําแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์
7. นายพิชัย เพ็งผ่อง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ดํารงตําแหน่งประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์
8. นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดํารงตําแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2
9. นายอภิชาต ภมรบุตร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
10. นางสาวสุมาณี ทองภักดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2
11. นายพิศณุ ตันบัวคลี่ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
12. นายธนิต สุธีรพรหม ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

สดร. เผย ต้นเมษายน ถึงเวลาดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี

สดร. เผยต้นเมษาถึงเวลาดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี 8 เมษายน เตรียมตั้งจุดสังเกตการณ์หลัก 4 จุด พร้อมโรงเรียนเครือข่าย 175 แห่งทั่วประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนส่อง“ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” 8 เมษายน นี้ เห็นชัดด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ หากใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะเห็นแถบเมฆ และดวงจันทร์บริวารหลัก 4 ดวงได้ชัดเจน เตรียมตั้งจุดสังเกตการณ์หลัก 4 จุด กรุงเทพฯ เชียงใหม่ โคราช ฉะเชิงเทรา พร้อมโรงเรียนเครือข่ายอีกกว่า 175 แห่งทั่วประเทศ ไฮไลท์เด็ด!!! ช่วงหัวค่ำ ส่องจุดแดงใหญ่แบบเต็มตา พร้อมชมสุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดี

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนเมษายนดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และเข้ามาใกล้โลก ดาวพฤหัสบดีจะอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 8 เมษายน 2560 เวลาประมาณ 04:28 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ที่ระยะทางประมาณ 667 ล้านกิโลเมตร หรือ 4.46 หน่วยดาราศาสตร์ ในช่วงเวลาดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏสว่างมาก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สามารถสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน มีค่าความสว่างปรากฏประมาณ -2.5 (ความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6)หลังจากนี้ เรายังสามารถชื่นชมความสวยงามของดาวพฤหัสบดีได้จนถึงเดือนกรกฎาคม

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุด นอกจากนี้การที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ หมายถึงเมื่อดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีก็จะโผล่พ้นขอบฟ้า ดังนั้น ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏบนท้องฟ้าให้เรายลโฉมเป็นเวลายาวนานตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันถัดไป

ดร. ศรัณย์ ให้ข้อมูลว่า สดร. เตรียมตั้งกล้องโทรทรรศน์และจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก” 4 จุดสังเกตการณ์หลัก ในวันที่ 8 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 18:00-22:00 น. ดังนี้1) กรุงเทพฯ : ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน2) เชียงใหม่ : หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3) นครราชสีมา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และ 4) ฉะเชิงเทรา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา พร้อมระดมเครือข่ายโรงเรียนในโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ทั่วประเทศ มากกว่า 175 แห่ง จัดกิจกรรมชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาพิเศษที่จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของดาวพฤหัสบดี “ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ” พร้อมกันทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดและสถานที่จัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/NARITpage

นอกจากนี้ สดร. ร่วมกับ อพวช. และ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว สปป.ลาว นำกล้องโทรทรรศน์ดอปโซเนียนที่ สปป.ลาว รับมอบจาก สดร. ตามโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน จัดกิจกรรม “เบิ่งดาวเคราะห์ยักษ์” เชิญชวนครู นักเรียน และประชาชนชาวลาว ร่วมสังเกตการณ์ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกและดวงจันทร์ ในช่วงค่ำวันที่ 7 เมษายน 2560 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว หวังใช้ปรากฏารณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ช่วยพัฒนาองค์ความรู้ ฝึกทักษะและพัฒนาเทคนิคการใช้กล้องโทรทรรศน์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่ประชาชนชาวลาวให้เกิดความตื่นตัวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับในช่วงค่ำของวันที่ 8 เมษายน 2560 ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก บริเวณกลุ่มดาวหญิงสาว (Virgo) ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เราจะสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก เวลาประมาณ 06:14 น. ของเช้าวันที่ 9 เมษายน 2560 หากสังเกตด้วยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะสามารถเห็นดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี หรือที่เรียกว่า ดวงจันทร์ของกาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) รวมถึงแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีได้อีกด้วย หากใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีหน้ากล้องตั้งแต่ 8 นิ้วกำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะสามารถมองเห็นจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี (Great Red Spot) ได้อย่างชัดเจน ในคืนวันที่ 8 เมษายน จะสามารถสังเกตเห็นจุดแดงใหญ่ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 19:00-21:00 น. และจะกลับมาให้เห็นอีกครั้งในช่วงรุ่งเช้าวันที่ 9 เมษายน เวลาประมาณ 04:30 น. จนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น

นอกจากการสังเกตการณ์ดาวพฤหัสบดีที่ใกล้โลกที่สุดในรอบปีแล้ว การสังเกตการณ์ดวงจันทร์บริวาร 4 ดวง ของดาวพฤหัสบดี ก็เป็นอีกปรากฏการณ์ที่น่าติดตาม เนื่องจากดวงจันทร์จะโคจรไปรอบๆ ดาวพฤหัสบดี หากสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงาของดาวพฤหัสบดีเกิดเป็นจันทรุปราคา หรือเคลื่อนที่ผ่านหน้าจนเงาของดวงจันทร์บริวารทอดลงบนดาวพฤหัสบดีเกิดเป็นสุริยุปราคา ในคืนวันที่ 8 เมษายน 2560 จะสามารถสังเกตการณ์ดวงจันทร์ไอโอผ่านหน้าดาวพฤหัสบดี เกิดเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลาประมาณ 19:00-20:00 น. นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

“ตามปกติแล้วดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์หรือใกล้โลกมากที่สุดเป็นประจำทุกปี ครั้งล่าสุดคือวันที่ 8 มีนาคม2559 และครั้งต่อไปในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ขนาดปรากฏของดาวพฤหัสบดีในช่วงที่โคจรมาใกล้โลกในแต่ละปีมีความแตกต่างกันไม่มากนัก เนื่องจากดาวพฤหัสบดีอยู่ไกลจากโลกค่อนข้างมาก ต่างจากดาวอังคารที่มีขนาดปรากฏใหญ่เล็กแตกต่างกันในแต่ละปี (ระยะห่างเฉลี่ยจากโลกถึงดาวพฤหัสบดี 780 ล้านกิโลเมตร ระยะห่างเฉลี่ยจากโลกถึงดาวอังคาร 78 ล้านกิโลเมตร) แต่การส่องกล้องโทรทรรศน์ชมดาวพฤหัสบดีที่เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีโอกาสเห็นแถบเมฆที่เป็นพายุขนาดใหญ่บนดาวพฤหัสบดี จุดแดงใหญ่ จุดแดงเล็ก รวมทั้งดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีทั้งสี่ดวง เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เยาวชน ได้เป็นอย่างดี” ดร.ศรัณย์ กล่าว