พายุถล่มกาฬสินธุ์ 5 อำเภอบ้านเรือนพังยับ 62 หลังคาเรือน

พายุถล่มกาฬสินธุ์ 5 อำเภอบ้านเรือนพังยับ 62 หลังคาเรือน ขณะที่เหล่ากาชาดจังหวัดนำถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน

ที่บ้านหนองแวง หมู่ 16 ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นางนภัสสร สุวรรณประทีป นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายวิชาญ แท่นหิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จ.กาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย

นายวิชาญ กล่าวว่า จากอิทธิพลพายุฤดูร้อนช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและวาตภัยพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง จากการสำรวจได้รับความเสียหาย 5 อำเภอ คือ อำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยเม็ก อำเภอนามน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และอำเภอสหัสขันธ์ รวมบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 62 หลังคาเรือน วัด 1 แห่ง คอกสัตว์เลี้ยง 1 แห่ง ยุ้งฉางเก็บข้าว 2 แห่ง ขณะที่

นางนภัสร สุวรรณประทีป นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า นำถุงยังชีพช่วยเหลือ ร่วมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต รวมทั้งพิจารณาให้เงินเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

ด้านนายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ได้ในช่วงวันที่ 27 – 29 มี.ค.60 ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย

เเม่น้องบิวเปิดใจทั้งน้ำตา ลูกจากไปช่วยต่อชีวิตใหม่ได้ถึง7คน

เเม่น้องบิวเปิดใจทั้งน้ำตา ลูกจากไปช่วยต่อชีวิตใหม่ได้ถึง 7 คน หลังช่วยบริจาคอวัยวะในนาทีสุดท้าย

เรียกได้ว่าซึ้งกินใจชาวเน็ตกันทั้งหมดเลยทีเดียว เมื่อ แฟนเพจ เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com ได้ทำการพูดคุยเปิดใจกันสด ๆ ครั้งเเรกของคุณเเม่น้องบิว ด.ช.สมเดช สมเดช ฆ้องน้อย เด็กชายวัย 14 ปี ฮีโร่บนสวรรค์ ผู้บริจาคอวัยวะ หัวใจ ดวงตา ตับ ใต หลังจากน้องบิวประสบอุบัติเหตุรถชนต่อหน้าต่อตาคุณแม่ และมีภาวะสมองตายร่างกายไม่ตอบสนอง ทางครอบครัวเหมือนตายทั้งเป็น แต่คุณแม่ก็ติดสินใจกล้าหาญ เดินไปขอลูกบริจาคอวัยวะของตนเอง อุทิศร่างที่ไร้การตอบสนองเพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ที่นอนรอความหวังอยู่อีก 7 ชีวิต ซึ่งเป็นเคสผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ เคสแรกที่ร.พ.พุทธโสธร

นอกจากนี้ แม่น้องบิว เปิดเผยว่า หลังจากที่ตัดสินใจแล้ว ตนได้เดินเข้าไปบอกกับลูกถึงที่เตียง “ขออวัยวะของลูกนะ เอาไปบริจาคให้คนอื่นต่อ” ซึ่งหลังจากที่แม่พูดจบ ชีพจรของน้องบิวที่ยังเต้นอยู่ ก็ค่อย ๆ อ่อนลงจนดับไปในที่สุด ทำให้หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างเข้าไปโพสต์ข้อความขอบคุณ และระลึกถึง น้องบิว รวมทั้งเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องบิวกันเป็นจำนวนมาก

โดยจากคลิปคุณเเม่น้องบิวเอง ตั้งใจให้น้องบิวทำความดีเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการบริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย เพื่อต่อชีวิตให้อีก 7 คนที่รอคอยความช่วยเหลือจากผู้บริจาคอยู่ หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างเข้าไปโพสต์ข้อความขอบคุณ และระลึกถึง น้องบิว รวมทั้งเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องบิว

โดยล่าสุด www.organdonate.in.th เว็บไซต์ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลล่าสุด 31/01/2560 ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ต้องการผู้บริจาคอวัยวะอีกมาก เพราะตอนนี้ในไทย มีผู้รอรับอวัยวะอยู่สูงถึง 5,462 คน มีผู้บริจาคเพียง 28 คน เเละได้รับอวัยวะที่เข้ากันได้เพียง 67 คน เรียกได้ว่าความต้องการชางส่วนทางกันการบริจาคเลยทีเดียว ผู้ใดสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.organdonate.in.th

ที่มา Facebook / เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com

ผบ.ตร.ไม่กังวล ตำรวจ โดน ปปช. ชี้มูลความผิด ซื้อรถจักรยานยนต์ 1 พันล้านบาท

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่กังวลกรณี ตำรวจ โดน ปปช. ชี้มูลความผิด ซื้อรถจักรยานยนต์ 1 พันล้านบาท รอสอบใน 30 วัน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง กับ พล.ต.ท.ประชิน วารี พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ และ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ (ยศตำแหน่งในขณะนั้น) ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างรถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นไทเกอร์ พร้อมอุปกรณ์ทดแทน 19,147 คัน มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ว่า …

ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายกฏหมายไปศึกษาและพิจารณาข้อกฏหมาย รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ว่าในอดีตที่ผ่านมีการกระทำลักษณะนี้หรือไม่ ยืนยันว่า จะต้องแล้วเสร็จทันในระยะเวลาที่กรอบกฏหมายกำหนดไม่เกิน 30 วัน จากนั้นคณะทำงานจะมีความเห็นเสนอมาที่ตนตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม สำหรับทั้ง 4 บุคคลที่ถูกชี้มูลความผิด ขณะนี้มีเพียง พล.ต.ท.อิทธิพล (ยศตำแหน่งปัจจุบัน) ที่ยังคงรับราชการ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องหารือและพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมยอมรับว่าไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องราวดังกล่าว