ผอ.สำนักพุทธ แจ้งความเอาผิด มือปล่อยคลิปสนทนาพระพุทธอิสระ

ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแจ้งความเอาผิดคนแพร่คลิปสนทนากับพระพุทธอิสระ เหตุใส่ร้ายดิสเครดิต ด้านเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย นครปฐมโร่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กขออภัย ก่อนสั่งมือปล่อยคลิปเข้ามอบตัว

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (22 มี.ค. 60) พ.ต.ท.พงศ์พร พรหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา หรือ พศ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยให้เอาผิดกับกลุ่มบุคคลทั้งหมดที่มีการเผยแพร่คลิปลับอ้างเป็นบทสนทนากับพระพุทธอิสระในประเด็นการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดธรรมกายคนใหม่


โดย พ.ต.ท.พงศ์พร เผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกับเป็นการดิสเครดิตตนให้ดูเหมือนว่าเป็นลูกน้องพระพุทธะอิสระที่สั่งการตนได้ ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่ลูกน้องทั้งไม่ใช่ลูกศิษย์ไม่เคยเดินตามหลัง เพราะตนอยู่ใต้อาณัติพระพุทธศาสนา เป็นข้าราชการกินเงินเดือนประชาชน ตนทำงานเพื่อพระพุทธศาสนารับใช้แผ่นดิน รัฐบาลตั้งมา ไม่ใช่ท่านพุทธะอิสระ ฉะนั้นเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใครจะเอาผิดหมด ไม่เว้นพระพุทธะอิสระ ที่ชัดเจนคือต้นทางวัดอ้อน้อย เป็นผู้อัดคลิป และทางวัดพระธรรมกายคือคนตัดต่อ

ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ทาง พระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ก็ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และขออภัยในเรื่องที่เกิดขึ้นโดยอ้างว่าคนทำทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และตนได้สั่งให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว

ขออภัยในความผิดพลาด
๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

จากกรณีคลิปหลุด เรื่อง ผอ.สำนักพุทธ สนทนากับพุทธะอิสระ ในกรณีความล่าช้าของศาลสงฆ์ที่ยังไม่ดำเนินการใดๆ กับเจ้าลัทธิธรรมกาย และกรณีแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส

ขณะที่ฉันได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่องสปริงนิวส์และสถานีวิทยุของรายการหนึ่ง เวลาต่อมาก็มีการโทรคุยกับท่าน ผอ.สำนักพุทธ ในกรณีที่ฉันทวงถามถึงความคืบหน้าของการพิจารณาคดีของศาลสงฆ์ เรื่องการจับนายไชยบูลย์หรือ ธัมมชโย ถอดจีวร

เหตุที่ฉันต้องโทรไปถามความคืบหน้าก็เพราะฉันเป็นโจทก์ผู้ยื่นฟ้องอธิกรณ์แก่ธัมมชโย ข้อหาปาราชิกถึง ๓ ข้อ คือ อวดอุตริมนุสธรรม ฉ้อโกงทรัพย์ และเสพเมถุน ทั้งที่พุทธะอิสระได้พยายามทวงถามความคืบหน้าของคดีมาตลอดเวลาร่วมปีเศษ แต่คดีก็มิได้มีความคืบหน้าใดๆ เลย จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงตัว ผอ.สำนักพุทธคนใหม่

เมื่อประเทศไทยได้ ผอ.สำนักพุทธคนใหม่ คนไทยทุกคนผู้รักพระธรรมวินัยจึงตั้งความมุ่งหวังเอาไว้กับตัวท่าน ผอ.คนใหม่ท่านนี้อยู่มาก มากจนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงโดยเร็ววัน แต่ไม่ว่าท่าน ผอ.สำนักพุทธคนใหม่จะเพียรพยายามสักปานใด สุดท้ายยิ่งนานวันเส้นทางดูจะยิ่งตีบตัน

ด้วยเพราะพฤติกรรมการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องมาตลอดเวลาของศาลสงฆ์ทุกระดับชั้น ไม่ว่าพุทธะอิสระจะพยายามทวงถามความคืบหน้าซักปานใด แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว เมื่อเห็นว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานมากแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า พุทธะอิสระจึงต้องโทรไปถามความเคลื่อนไหวของศาลสงฆ์ผู้พิจารณาคดีต่อท่าน ผอ.สำนักพุทธ

เมื่อได้รับการชี้แจ้งจากท่าน ผอ.สำนักพุทธ ว่าเจ้าคณะจังหวัดอ้างกับเจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค ว่าไม่สามารถแต่งตั้งคนนอกมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาสได้ เพราะผิดกฎหมาย พุทธะอิสระจึงต้องแสดงความเห็นแย้งไปว่า ท่านเจ้าคณะจังหวัดเขาโกหกคุณแล้วล่ะ เพราะตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา ๓๙ บัญญัติว่า

“ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส”

ทั้งยังเสนอแนวคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ดอกที่จะให้ผู้เป็นลูกน้องธัมมชโย มาสอบอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งยังจะทำให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอทำงานยากลำบากมากขึ้น ในการที่จะเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเจ้าลัทธิ ซึ่งสังคมต้องไม่ลืมว่าสำนักนี้ต้องคดีฟอกเงินและมีผู้เสียหายถึง ๔-๕ หมื่นคน

ฉันได้เสนอแนวคิดแก่ท่าน ผอ.ว่าควรทำหนังสือ พร้อมนำเสนอกฎหมายคณะสงฆ์ที่ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส และการแต่งตั้งถอดถอนให้เจ้าคณะจังหวัดได้ดู เขาจะได้ไม่กล้าที่ตะแบงว่าผิดกฎหมายอีก
ซึ่งท่าน ผอ.สำนักพุทธก็ได้ชี้แจงว่า ท่านได้ดำเนินการส่งหนังสือไปก่อนหน้านี้แล้ว

ฉันก็ยังยืนยันว่าท่าน ผอ.ควรจะต้องไปกราบเรียนอธิบายความแก่ท่านเจ้าคณะจังหวัดด้วยตัวของท่าน ผอ.เองก็จะยิ่งดี
เนื้อหาการเจรจาก็ประมวลได้ประมาณนี้

พร้อมทั้งขอยืนยันว่าพุทธะอิสระไม่ได้สนิทสนมกับท่าน ผอ.สำนักพุทธคนใหม่เป็นการส่วนตัว ท่าน ผอ.ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของพุทธะอิสระ เพียงแต่พุทธะอิสระได้รับความกรุณาจากท่าน ผอ.ด้วยการช่วยอธิบายความสงสัยในการทำงานของคณะสงฆ์ปกครอง ให้พุทธะอิสระได้เข้าใจเท่านั้น

ประเด็นในเรื่องนี้มันคงอยู่ที่การสนทนาครั้งนี้มันมีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นปกติวิถีชีวิตของพุทธะอิสระ ที่ในแต่ละวัน แต่ละเวลา เมื่อมีภารกิจใด เจ้าหน้าที่เขาจะทำการถ่ายคลิปนำไปเผยแผ่ให้ผู้คนได้รับชม ซึ่งหากวันใดพุทธะอิสระจะต้องมีภารกิจสำคัญและพูดคุยกับบุคคลสำคัญ หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็จะสั่งห้ามไม่ให้นำคลิปนั้นๆ ไปเผยแผ่ เช่น

เวลาให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ช. หรือให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แม้สาวกธรรมกายที่เป็นนายทหารอากาศและพวกมาขอพบโดยอ้างว่าเป็นคนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่งมา พุทธะอิสระก็ยังสั่งห้ามการถ่ายทำ ซึ่งต่อมาก็รู้ว่าสาวกธรรมกายพวกนี้โกหกมาแอบอ้างเฉยๆ เป็นต้น

และครั้งนี้ก็เช่นกัน พุทธะอิสระก็ได้ส่งสัญญาณห้ามทำการถ่ายทำหรือเผยแพร่ไปแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าคนถ่ายทำจะไม่เข้าใจ จึงกลายเป็นเหตุให้พวกสาวกธรรมกายนำมาบิดเบือนโจมตี

แต่เมื่อมันเกิดการผิดพลาดขึ้น พุทธะอิสระก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ และขอโทษมายังท่าน ผอ.สำนักพุทธคนใหม่ด้วย เพราะผู้ทำให้เกิดความผิดพลาดหลังจากพุทธะอิสระเรียกมาสอบปากคำแล้ว เขาทำไปด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นเหตุทำให้พุทธะอิสระและท่าน ผอ.สำนักพุทธ เสื่อมเสีย และไม่เป็นผลดีใดๆ เลย

ขอโทษท่าน ผอ.เป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ได้สั่งให้ผู้เผยแพร่คลิปไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่และไปกราบขอโทษท่าน ผอ.แล้ว และแม้ท่าน ผอ.จะแจ้งความร้องทุกข์เอาผิด พุทธะอิสระก็พร้อมที่จะรับผิดชอบโดยไม่คิดโกรธเคืองหรือตำหนิใดๆ เลย

พุทธะอิสระ

เปิดทรัพย์สินคดียาเสพติด หลัง ป.ป.ง. เตรียมนำขายทอดตลาดสุดสัปดาห์นี้

ปปง. เปิดให้ปชช.เข้าชมทรัพย์สิน ที่จะขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณ อัญมณี และเครื่องประดับ

วันนี้(23 มี.ค.) เวลา 09.30 น. บรรยากาศประชาชนผู้ที่สนใจเข้าชมสินค้าประเภททองรูปพรรณ อัญมณี และเครื่องประดับ ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดให้ประชาชนผู้ที่สนใจเข้า ดูสภาพทรัพย์สินวันนี้ ตั้งแต่เวลา 09.30 ถึง 16.00 น. ณ ห้องประชุม 101 ชั้น 1 อาคารสำนักงาน ปปง.เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร หรือทางเว็บไซต์ www.amlo.go.th และจะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณ อัญมณี และเครื่องประดับ จำนวน 70 รายการ ใน วันที่ 24 มีนาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป

รายการทรัพย์สินที่น่าสนใจ มีดังต่อไปนี้

1. สร้อยข้อมือทอง ลายภาษาอาหรับ น้ำหนักประมาณ 20 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 380,000 บาท

2. สร้อยข้อมือทอง ลายบิดแบน น้ำหนักประมาณ 13 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 231,000 บาท

3. สร้อยคอทอง ลายบิดแบน น้ำหนักประมาณ 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 206,000 บาท

4. สร้อยคอทอง ลายบิดแบน น้ำหนักประมาณ 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 201,800 บาท

5. สร้อยคอทอง ลายบิดแบน น้ำหนักประมาณ 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 184,000 บาท

6. สร้อยคอทอง ลายบิดตันหนึ่งเส้น น้ำหนักประมาณ 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 199,000 บาท

7.สร้อยข้อมือทอง ลายบิดแบน น้ำหนักประมาณ 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 183,700 บาท

8. สร้อยข้อมือทอง อักษรชื่อ “laa&sed ” น้ำหนักประมาณ 9 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 170,000 บาท

9. สร้อยข้อมือทอง อักษรชื่อ “wantimoh” น้ำหนักประมาณ 8 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 184,000 บาท

โซเชียลแห่แชร์!! กรณี 5 น.ศ.พิษณุโลก ถูกตร.ขับรถไล่ยิง-กระทืบ แต่กลับถูกตร.ฟ้อง

โซเชียลแห่แชร์ กรณี 5 น.ศ.พิษณุโลก ถูกตร.ขับรถไล่ยิง – กระทืบ แต่กลับถูกตร.ฟ้อง ด้าน ผกก. ยัน ให้ความเป็นธรรมตามพยานหลักฐาน

จากกรณีโซเชียลมีเดีย แห่แชร์เรื่องราวของกลุ่มนักศึกษาชาย 5 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก 3 คน ไล่ยิงรถจนยางแตก และรุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะนี้ทราบว่าทางกลุ่มของนักศึกษา ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 คน ทำร้าย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คน ฟ้องกลับ ในข้อหา ขับรถโดยประมาท ไม่ช่วยเหลือ และไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่

ด้าน พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการ สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง เบื้องต้นยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยว่ากันไปตามพยานหลักฐาน แต่ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

คลิกอ่านข่าวก่อนหน้านี้ได้ที่ >>> 3 ตร.แจ้งความกลับ ‘นศ.ราชภัฎ’ ขับรถชนแล้วหนี