กทม. เล็งปรับขึ้นราคา BTS จาก 10 บาทเป็น 15 บาท

กทม. เล็งปรับค่าโดยสารบีทีเอส ส่วนขยาย “อ่อนนุช-แบริ่ง-สำโรง” “ตากสิน-บางหว้า” จาก 10 บาทเป็น 15 บาทตลอดสาย เริ่ม พ.ค. นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ในเดือน พ.ค. นี้ ทาง กทม. เตรียมจะมีการปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้า , อ่อนนุช-แบริ่ง และ แบริ่ง-สำโรง จาก 10 บาทเป็น 15 บาท

รถไฟฟ้า, บีทีเอส,

โดยสาเหตุที่ต้องมีการปรับค่าโดยสารเพิ่มนั้น ทาง กทม. ให้เหตุผลว่าได้รับภาระแทนผู้โดยสารมาเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งต้องจ่ายค่าเช่ารางให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 8 ล้านบาท/เดือน ดังนั้นเพื่อเป็นการลดภาระดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการปรับค่าโดยสารขึ้น

อย่างไรก็ดีหากปลายปี 2561 กทม. ได้มีการเปิดเดินรถไฟฟ้าเต็มเส้นทางทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล กทม. ก็จะมีการรื้อค่าโดยสารบีทีเอสใหม่ทั้งหมด โดยจะคิดเป็นอัตราเหมาจ่ายตามรายโซนพื้นที่  3 โซน คือ โซนในเมือง 10 สถานี มีสถานีสยามเป็นจุดศูนย์กลาง โซนที่ 2 พื้นที่ถัดจากในเมืองอีก 10 สถานี และโซนที่ 3 ถัดจากโซนที่ 2 เป็นสถานีรอบนอก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

แม่ตะโกนบอกลูกชาย ‘ตำรวจมา’ สุดท้ายโดนจับทั้งครอบครัว

แม่ตะโกนเสียงดัง บอกลูกชาย ตำรวจมา ให้รีบวิ่งหลบหนี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบทั้งยาบ้า ปืน เงินสด สุดท้ายถูกจับทั้งครอบครัว

วันที่ 23 มี.ค. 60 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขลางค์นคร สนธิกำลังชุดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่33 พร้อมกำลังกว่า 20 นาย วางแผนบุกเข้าตรวจค้นปิดล้อม ที่บ้านเลขที่ 67/2 บ้านกาดใต้ ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังสืบทราบและขยายผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า ให้การซัดทอดว่า ได้ซื้อยาบ้ามาจากบ้านหลังดังกล่าว

โดยขณะเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณทางเข้าประรั้วหน้าบ้าน ซึ่งปลูกเป็นลักษณะห้องแถวชั้นเดียว เจ้าหน้าที่ได้กระจายปิดล้อมพื้นที่ตัวบ้านไว้ทั้งหมดแล้ว พบผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รีบเดินไปปิดประตูห้องนอนของตนเอง พร้อมทั้งได้ตะโกนเสียงดังหลายครั้ง บอกว่าตำรวจกำลังมา เพื่อบอกให้กับลูกชายและหลานชายของตนเอง ที่กำลังทำงานเชื่อมเหล็กอยู่ด้านหลังบ้าน

จากการตรวจค้นพบยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน 4 ถุง รวมจำนวนยาบ้า 948 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 11มม. พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาด 11มม.จำนวน 6นัด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย ที่ห้อยอยู่ข้างรั้วบ้าน ด้านข้างที่ทั้งสองคนกำลังทำงานเชื่อมเหล็กอยู่ ทราบชื่อคือนายนคร ชุมพูปิ๊ก อายุ 40 ปี และ นายมานพ ใจแก้ว อายุ 33 ปี สอบสวนเบื้องต้นทั้งสองรับสารภาพว่ายาบ้าเป็นของตนเองทั้งสองคน เตรียมส่งขายให้กับลูกค้า ส่วนมากเป็นพนักงานโรงงานทำไม้และโรงงานเซรามิค ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใน ต.ปงแสนทอง โดยซื้อมาในราคาเม็ดละ100บาท นำไปขายต่อในราคาเม็ดละ 150 บาท

ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ ได้สอบสวนหญิงสูงวัย ทราบชื่อคือนางคำ ชมพูปิ๊ก อายุ 65 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว พร้อมทั้งตรวจค้นห้องนอน พบยาบ้าจำนวน 11 เม็ด เงิน และเงินสดอีกจำนวนสองหมื่นกว่าบาท ปืนแก๊ป 1กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน จากการสอบสวนทราบว่า นางคำ เป็นแม่ของนายนคร และยังเป็นป้าของนายมานพ ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้ามานานแล้ว โดยนายมานพ ยอมรับว่า พึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จับกุมตัวพร้อมยาบ้า ได้ประกันตัวออกมาได้ประมาณ 1 เดือน แต่กลับมาค้ายาบ้าอีก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โคราชเร่งนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน หลังได้รับอนุมัติงบจากรัฐ คาดเสร็จปี 64

โคราชเร่งจัดระเบียบสายไฟฟ้า เตรียมความพร้อมนำลงใต้ดินทั้งเมือง หลังได้รับอนุมัติงบจากรัฐ คาดเสร็จปี 64

นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.นครราชสีมา (กฟภ.) กล่าวถึงการดำเนินการตามโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ ระยะที่ 1 หลังคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 11,668 ล้านบาท ให้ดำเนินการใน 4 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ประกอบด้วย เทศบาลนครเชียงใหม่, เทศบาลนครหาดใหญ่, เมืองพัทยา และเทศบาลนครนครราชสีมา ว่าหลังได้รับงบประมาณทางกฟภ. จ.นครราชสีมา ก็ได้เร่งดำเนินการตามแผนทันที ซึ่งในปี 2560 นี้ จะอยู่ในขั้นตอนของการวางแผนสำรวจออกแบบ และดำเนินการจัดการประกวดราคาตามระเบียบให้แล้วเสร็จ

จากนั้น ในปี 2561 จะเริ่มดำเนินการตามแผนทั้งการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า, การก่อสร้างสายส่ง 115 เควี ทั้งเหนือดินและใต้ดิน, การก่อสร้างระบบจำหน่ายใต้ดิน, การวางระบบจำหน่ายแรงสูงเหนือดินและงานรองรับระบบสื่อสาร ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2564 คาดว่าจะรองรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา รวมถึงระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงเชื่อถือได้ และยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่ให้นำสายไฟลงใต้ดินซึ่งจะช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

สำหรับการแก้ปัญหาสายไฟฟ้า สายเคเบิลที่รกรุงรัง ขณะนี้กฟภ. ได้ดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. และการจัดระเบียบสายสื่อสารเพิ่มเติม ด้วยวิธีการมัดรวบสาย เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถติดตั้งสายสื่อสารให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ กฟภ. กำหนดไว้ ทั้งนี้ หากพบเห็นการละเมิดพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้สัญจรไปมา สามารถแจ้ง PEA Call Center 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง