วันไหลพัทยาดุ! สาดกระสุนยิงกันดับ 1 เจ็บ 1

วันไหลพัทยาดุ! สาดกระสุนยิงกันเสียชีวิต 1 เจ็บ 1 หน้าร้านพัทยายานยนต์

วันที่ 19 เม.ย. 60 เมื่อเวลา 20.00 น. ร.ต.อ.พิศาล หงษ์ฝาแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เดินทางตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดที่หน้าร้านพัทยายานยนต์ ตั้งอยู่เลขที่ 90/3-5 ถนนสุขุมวิท ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงข้าวของจากการเล่นน้ำ และดื่มสุรา ส่วนคนเจ็บ 2 คน ทราบชื่อ นายธเนศ ปิ่นยกุล อายุ 35 ปี และนายอรรถพล รุ่งเรือง อายุ 36 ปี ถูกเพื่อนนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุถนขนาด 9 มม. จำนวน 5 ปลอกตกในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่โรงพยาบาลบางละมุง เพื่อทำการสอบสวน ซึ่งพบว่านายธเนศถูกยิงเข้าที่กลางหลังทะลุหน้าอกเสียชีวิตแพทย์ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ส่วนนายอรรถพลถูกยิงที่บริเวณข้อเท้าขวาอาการปลอดภัย จากการสอบสวนนายอรรถพลทราบเพียงว่าวันไหลัทยจะมาเล่นบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ เพราะมีเพื่อนทำงานที่ร้านพัทยายานยนต์ ตอนเกิดเหตุมีคนเล่นจำนวนมาก และได้ยินเสียงปืน 5 นัด ก่อนทราบว่าตนเองกับผู้ตายถูกยิง ซึ่งเท่าที่ทราบตนเองและผู้ตายไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ได้ลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐาน พร้อมหาภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวว่า สามารถจับภาพคนร้ายได้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ป่วน 3 จังหวัดใต้! คนร้ายยิง M79 บึ้มกว่า 10 จุด ดับ 2 ราย

เกิดเหตุคนร้ายป่วน!! ยิง M-79 วางระเบิดป่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 10 จุด เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย บาดเจ็บหลายราย

วันนี้(19 เม.ย.) เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เกิดเหตุสถานการณ์ความรุนแรงใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย จ.สงขลา เกิดเหตุ ใน 3 อำเภอ ระเบิด หน้า สภ.จะนะ – ระเบิด ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย และเหตุปะทะ พื้นที่ อ.เทพา ส่วนที่ จ.ปัตตานี เกิดเหตุใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กะพ้อ อ.ยะรัง อ.มายอ ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุใน อ.แว้ง อ.ศรีสาคร อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ โดยลักษณะการก่อเหตุคนร้ายใช้วาวุธปืน M-79 ยิงใสจุดตรวจของเจ้ากน้าที่ฝ่ายรัฐทั้งทหารและตำรวจ แล้วตามมาด้วยการปะทะกัน ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่ยังไม่ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิต

คืบป่วนใต้เกิด 13 เหตุการณ์ตายแล้ว 2 ราย

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานสรุปเบื้องต้นเหตุคนร้ายลองวางระเบิดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เบื้องต้น เหตุเกิดจำนวน 13 เหตุการณ์

จ.ปัตตานี 3 เหตุการณ์

– ระเบิดในพื้นที่ ต.ม่วงหวาน อ.มายอ

– ขว้างระเบิดใส่ สภ.กะพ้อ

– ระเบิดฐาน มว.ฉก.นปพ.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง

จ.นราธิวาส 7 เหตุการณ์

– ขว้างระเบิดจุดตรวจ อส.ตำบล อ.ยี่งอ ไม่มีเจ็บ

– ระเบิดกองร้อย อส.อำเภอ ศรีสาคร

– ระเบิด ในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ

– ยิง M 79 ใส่ฐาน นปพ.22 อำเภอระแงะ

– เข้าตีฐาน ม.2 ต.เกาะสะท้อน อำเภอตากใบ

– ขว้างระเบิดใส่ เรือราษฎร ในพื้นที่ อ.แว้ง จำนวน 2 จุด

– ซุ่มยิงชุด ชคต.โต๊ะเด็ง อำเภอ สุไหงปาดี เบื้องต้น จนท.อส.บาดเจ็บ หนึ่งนาย

จ.สงขลา 3 เหตุการณ์

– ขว้างระเบิดป้อมยามหน้า สภ.จะนะ ไม่มีเจ็บ

– ระเบิดบริเวณบ้านไร่ ม.5 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จำนวน 2 ลูก โดยเบื้องต้นชาวบ้านเสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ

– ซุ่มยิง อส. ชุดค้มครองตำบลบ.นาจวบ ม.2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา

ทั้งนี้  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มในการออกตรวจตราและระงับเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องประชาชนเป็นที่เรียบร้อย หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรายและความไม่สงบในสังคมขอได้โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ได้ทราบโดยด่วนที่สุดที่หมายเลข 191 และ 1599

วัยรุ่นเดือด ทะเลาะวิวาทยิงกันในงานวันไหลเมืองขลุง เข้ามอบตัวแล้ว 1 คน

วัยรุ่นเดือด ทะเลาะวิวาท ก่อเหตุยิงกัน ในงานวันไหลสงกรานต์ เมืองขลุง จังหวัดจันทบุรี เข้ามอบตัวแล้ว 1 คน 

วันนี้ (19 เม.ย. 60) เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป1) ลงพื้นที่ สภ.ขลุง จว.จันทบุรี เพื่อควบคุมติดตามการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนยิง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 60 เวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนสองกลุ่ม ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายและมีการใช้อาวุธปืน บริเวณถนนสุขุมวิท ใต้สะพานลอยหน้าโรงพยาบาลขลุง ต.ขลุง อ.ขลุง จว.จันทบุรี ที่ผ่านมานั้น

สืบเนื่องจากการลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.60 เวลา 13.30 น. ที่ สภ.ขลุง จว.จันทบุรี เพื่อประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้า กรณีเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงฯ ดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจากกล้องวงจรปิดต่างๆ รวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ จำนวน 1 ราย มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.2 , กก.สส.ภ.จว.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ขลุง ร่วมกันรับผิดชอบ สืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว และได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ลงไปควบคุมกำกับดูแลโดยใกล้ชิด

ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มนั้น กลุ่มแรกเป็นกลุ่มวัยรุ่น จากจังหวัดจันทบุรี และกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มวัยรุ่นจากจังหวัดตราด โดยทั้งสองกลุ่ม ได้จอดรถอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท จนต่อมา ได้มี นายสมบูรณ์ หรือบิ๊ก ก้านพิกุล อายุ 28 ปี ใช้อาวุธปืน ไม่มีทะเบียน ยี่ห้ออริงโก้ ขนาด 9 มม. ยิงขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด จนกระทั่งมีการชุลมุนทะเลาะวิวาท ตามคลิปวีดีโอ ที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ และต่อมาได้มี นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ใช้อาวุธปืนบีบีกันข่มขู่ นายพันธุชัช คะเนนอก อายุ 23 ปี ซึ่งกำลังชัก อาวุธปืนอีกกระบอก ออกมาจากเอว

จากนั้นนายสมบูรณ์หรือบิ๊ก ได้ใช้อาวุธปืน ยิงเข้าไปในกลุ่มคนที่อยู่บริเวณดังกล่าว จำนวน 3 นัด จนนายสมพงษ์ นองเนือง อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บที่น่องขาซ้าย และในวันที่ 19 เม.ย. 60 นายสมบูรณ์ หรือบิ๊ก ก้านพิกุล ได้มาติดต่อ ขอมอบตัวพร้อมทั้งส่งมอบอาวุธปืนของกลาง ที่ใช้ในการก่อเหตุกับ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุล ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และจากการสอบสวน นายสมบูรณ์ หรือบิ๊ก ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นบุคคลในคลิปที่ใช้อาวุธปืนยิงในงานวันสงกรานต์ที่ อ.ขลุง จว.จันทบุรี ตามวันเวลาที่เกิดเหตุจริง และได้มีกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 16 – 18 ปี จากจังหวัดตราดที่ร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาท เข้ามารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว จำนวน 6 คน รวมทั้งนายเอ(นามสมมุติ) ที่ใช้อาวุธปืนบีบีกันด้วย ส่วนนายพันธุชัช คะเนนอก ผู้ก่อเหตุอีกรายยังหลบหนีอยู่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับ นายสมบูรณ์ หรือบิ๊ก ก้านพิกุล ในข้อหา พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนเครื่อง และกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาและยิงปืน ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 คน จากจังหวัดตราด ได้ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ