ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ โต้ถูกโยงซื้อกาม ยันบริสุทธิ์ ความจริงจะปรากฏในไม่ช้า

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ โพสต์เฟซบุ๊กโต้ถูกโยงซื้อกาม สมัยรับตำแหน่ง ยืนยันบริสุทธิ์ ความจริงจะปรากฏในไม่ช้า ถ้าทำผิดจริงไม่มีใครหนีพ้น

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเเฉคนมีสีใน จ.แม่ฮ่องสอน นำเด็กหญิงไปเสนอขายบริการให้กับกลุ่มลูกค้า แถมยังบังคับให้เด็กใช้ยาเสพติด ซึ่งมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อกว่า 20 คน และเด็กในสังกัดแต่ละคนต้องมีรอยสักนกฮูกบนเนินอก ซึ่งทางเพจเรียกว่า “นกฮูกน้ำเพียงดิน” โดยเรื่องนี้มีการเจรจาต่อสู้กันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เมื่อเรื่องถึงตำรวจคดีกลับไม่มีความคืบหน้า

ล่าสุดวานนี้ (27 เม.ย. 60) นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้โพสข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว พิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงกรณีดังกล่าวพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่า ไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน ความจริงจะปรากฏในไม่ช้า ถ้าทำผิดจริงไม่มีใครหนีพ้น แต่ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏก็ถูกพิพากษาทางสังคมตามกระแสที่สื่อเสนอไปแล้ว ความดีความงามชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหายไปในพริบตา

ขณะที่ แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการเชิญ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปพบเพื่อให้ข้อมูลในฐานะที่ถูกพาดพิง ในกรณีถูกแม่ของเด็กสาวกล่าวหาว่าพัวพันการซื้อบริการเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ทางพนักงานสอบสวนมีสิทธิ์ในการออกหมายเรียกบุคคลมาเข้าให้การในคดีต่างๆ ในฐานะพยานหรือผู้เกี่ยวข้องได้

แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับสูง การดำเนินการในเรื่องนี้ ควรจะเป็นในลักษณะที่พนักงานสอบสวน ติดต่อขอเข้าพบ ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสอบถามข้อมูล ข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้แจ้งให้กับผู้บังคับบัญชา คือปลัดกระทรวงมหาดไทยรับทราบ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดรองปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ออกมาก่อนถึงจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก พิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์

ไม่ต้องท้องเอง ? นักวิจัย ทดลองครรภ์มารดาเทียมสำเร็จ จ่อนำมาใช้กับมนุษย์

นักวิจัยโรงพยาบาลเด็กในสหรัฐ ประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์ครรภ์มารดาเทียม ด้วยการทดลองกับลูกแกะที่คลอดก่อนกำหนด และเตรียมนำมาพัฒนาใช้กับมนุษย์

คณะนักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กแห่งเมืองฟิลาเดลเฟียในสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์ครรภ์มารดาเทียม และทดลองใช้ช่วยชีวิตลูกแกะที่คลอดก่อนกำหนดเอาไว้ได้ ซึ่งในอนาคตหวังว่าจะพัฒนาเครื่องมือนี้ต่อไปเพื่อใช้ในมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตทารกที่คลอดขณะมีอายุครรภ์ต่ำกว่า 23 สัปดาห์

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications ระบุว่าทีมนักวิจัยได้นำลูกแกะที่คลอดก่อนกำหนด ขณะมีอายุเทียบเท่าทารกมนุษย์ที่อยู่ในครรภ์ 23 สัปดาห์ มาเลี้ยงไว้ในครรภ์มารดาเทียมที่ประดิษฐ์ขึ้นจากพลาสติก ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงห่อหุ้มตัวลูกแกะเอาไว้ รวมทั้งมีน้ำคร่ำเทียม ที่เป็นน้ำเกลืออุ่นไหลเวียนเข้าออกตลอดเวลาโดยมีการเปลี่ยนถ่ายสารละลายนี้อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น ยังมีระบบช่วยหมุนเวียนเลือด โดยใช้ท่อที่ต่อเข้ากับสายสะดือของลูกแกะ เพื่อนำโลหิตให้ไหลเวียนออกมาเข้าเครื่องรับอ็อกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งเครื่องนี้ทำหน้าที่แทนรกในครรภ์มารดา คอยหล่อเลี้ยงอยู่เป็นเวลา 28 วัน จนลูกแกะสามารถพัฒนาอวัยวะภายในให้เจริญขึ้นและพร้อมต่อการมีชีวิตรอดในโลกภายนอกได้

อลัน เฟลก ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กฟิลาเดลเฟีย หัวหน้าทีมผู้นำการพัฒนาการศึกษาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาคือ การสร้างตัวเชื่อมระหว่างครรภ์มารดาและโลกภายนอก เพื่อที่ทารกที่คลอดขณะอายุครรภ์ต่ำกว่า 23 สัปดาห์จะได้มีโอกาสรอดชีวิต

ทรัมป์ เป็นผู้นำสหรัฐฯได้แค่ 100 วัน แต่คะแนนนิยมต่ำสุดในบรรดาอดีต ปธน.

โพล CNN/ORC ชี้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังดำรงตำแหน่งครบ 100 วัน ต่ำสุดเมื่อเทียบกับอดีตผู้นำสหรัฐฯ ในยุคสมัยใหม่

โพล CNN/ORC ได้ทำการสำรวจคะแนนความนิยม หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งครบ 100 วัน ซึ่งพบว่า ยังไม่มีแนวโน้มที่ตัวเลขความนิยมจะเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยชาวอเมริกันที่สนับสนุนผู้นำคนปัจจุบัน อยู่ที่ร้อยละ 44 ส่วนกลุ่มที่ไม่พอใจ อยู่ที่ร้อยละ 54 ซึ่งใกล้เคียงกับการสำรวจ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ หลังนายทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 20 มกราคม

คะแนนนิยมดังกล่าวถือว่าต่ำสุดสำหรับประธานาธิบดีที่เข้ารับตำแหน่งครบ 100 วัน นับตั้งแต่มีการสำรวจยุคใหม่ นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์

การสำรวจความคิดเห็นยังแสดงให้เห็นถึงสาเหตุหลักๆ ที่นายทรัมป์ ได้รับความนิยมลดลง คือ การจัดการกับปัญหาสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ โครงการประกันสุขภาพ และเรื่องปัญหาผู้อพยพ โดยมีข้อมูลว่าชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คน ไม่เห็นด้วยกับนายทรัมป์ในการจัดการ 2 เรื่องนี้

ส่วนเรื่องที่ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้น มาจากมาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจ โดยในจำนวนชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คน ต่างก็คิดว่าเศรษฐกิจในประเทศขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ดี และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะที่คะแนนความนิยมจากผู้สนับสนุนพรรครีพับริกัน ที่มีต่อผู้นำสหรัฐฯ ก็ลดลงเช่นกัน โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้ที่มั่นใจว่านายทรัมป์จะรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ร้อยละ 82 แต่ขณะนี้ลดลง 10 จุด

โพล CNN/ORC ทำการสำรวจคะแนนความนิยมของผู้นำสหรัฐฯ ด้วยการสุ่มสัมภาษณ์ชาวอเมริกันจำนวน 1,009 คน ทางโทรศัพท์ในระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ร้อยละ 3