หมอชิตช่วงบ่ายแน่น! ประชาชนออกต่างจังหวัดแล้วกว่า 6 หมื่นคน

หมอชิตช่วงบ่ายแน่น ปชช.แห่ออก ตจว.ครึ่งวันรวม 60,000 คน ขณะเดียวกัน รมช.คมนาคม จะเป็นประธาน เปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์

บรรยากาศการเดินทางกลับต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต ในช่วงบ่ายยังคงคึกคักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนยังคงเดินทางมารอขึ้นรถออกต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องเป็นเป็นจำนวนมาก ยิ่งใกล้ถึงช่วงเย็นยิ่งมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากรถโดยสารเส้นทางไกลจะนำผู้โดยสารออกเดินทางในช่วงเย็น

ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง ล่าสุดครึ่งวันมียอดผู้โดยสารเดินทางแล้วประมาณ 60,618 คน  ด้านภายในอาคารผู้โดยสาร ทางหน่วยงานต่างๆอาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ FB แบตเตอรี่ และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย คปภ.ได้นำ ซองกันน้ำ น้ำดื่มและพัด มาแจกให้กับผู้โดยสารที่มารอขึ้นรถ

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ ทางบริษัทขนส่งจำกัดร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ จัดโครงการรณรงค์ ลดอุบัติเหตุปลอดภัยตายเป็นศูนย์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน ตระหนักถึงความอันตรายจากการเมาแล้วโดยมีนาย พิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม.รชค. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เผยคลิปตำรวจจราจร ปะทะคารม ทหารเกณฑ์ ด่าเจ้าหน้าที่ทำตัวคล้ายขอทาน

เผยคลิป ตำรวจจราจรปะทะคารมกับทหารเกณฑ์ หน้าโรงพักพัทยา หลังถูกจับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อคแล้วฟิวส์ขาดด่าเจ้าหน้าที่ว่าทำตัวคล้ายขอทาน

วันนี้ (10 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวีดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา กำลังปะทะคารมกับชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกจับในข้อหา พ.ร.บ.จราจร พร้อมกับข้อความระบุว่า “เหมือนขอทานตรงไหน” #คำถามที่ยังคาใจตำรวจจราจรโรงพักพัทยา… โดยหลังจากคลิปเผยแพร่ออกไปทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์และมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก

โดยคลิปดังกล่าวมีความยาว 1 นาที 50 วินาที เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ยศนายดาบตำรวจ กำลังอธิบายข้อกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร ให้ชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี ฟังด้วยวาจาที่สุภาพ หลังจากถูกจับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่มีใบขับขี่ และใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ ซึ่งชายวัยรุ่นก็พยายามชี้แจงว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจกระทำผิด

แต่ประเด็นสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคนดังกล่าวได้พูดกับหนุ่มวัยรุ่นประโยคหนึ่งว่า “คำพูดของคุณที่พูดว่าตำรวจมันก็เหมือนขอทานนั้นมันไม่ใช่ ตำรวจเหมือนขอทานตรงไหน แต่งเครื่องแบบอย่างนี้” ซึ่งพอฟังจบประโยคชายวัยรุ่นได้พูดขึ้นมาว่า “ผมหมายถึงคล้ายๆ ซึ่งหลายคนเขาพูดกัน โดยเฉพาะคนที่กรุงเทพฯ ผมพยายามพูดดีๆแล้ว แต่ทำไมต้องขู่ว่าจะเอา สห. มาจับ”

จากนั้นทางตำรวจได้กล่าวตอบโต้ไปว่า “ที่จะเอา สห. มา เพราะว่าคุณบอกว่าเป็นทหารเกณฑ์” สุดท้ายชายวัยรุ่นเลยบอกว่าตนเองนั้นเป็นทหารเกณฑ์จริง แต่ยกเงินเดือนให้นายซึ่งเป็นทหารยศ “ร.อ.” เพื่อออกมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนประชาชนทั่วไป

โดยภายหลังคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้าไปชมและแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งแชร์คลิปต่อในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียล

ขอบคุณภาพ / คลิป เพจ พัทยาอีสเทิร์นนิวส์

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ลุยทำเนียบค้านลดวาระ ด้าน มท.1 เตือนขอให้ยึดสงบ

“พล.อ.อนุพงษ์” เตือน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ปมคัดค้านลดวาระเหลือ 5 ปี ยึดกฎหมาย คำนึงถึงความสงบบ้านเมือง ทำเป็นแบบอย่างให้ประชาชน
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (10 เม.ย. 60)  กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จากหลายพื้นที่ของประเทศได้รวมตัวกันเดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คัดค้านการลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันเหลือ 5 ปี และให้มีการประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี

โดย นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เผยว่า องค์กรกำนันผู้ใหญ่บ้านตั้งมา 127ปี ไม่เคยมีรัฐบาลใดเสนอกฎหมายทำร้ายองค์กรกำนันผู้ใหญ่บ้านเช่นนี้ ทำให้เกิดความแตกแยกอ่อนแอในการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอคัดค้านรายงานดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวาระการดำรงตำแหน่งของกำนัน

ส่วนข้อกังวลว่า ถ้ากำนันอยู่ในตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี จะสร้างอิทธิพลเป็นฐานเสียงให้พรรคการเมืองนั้น ไม่เป็นความจริง ถ้าเป็นฐานเสียงจริง การเลือกตั้งในภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่ได้ ส..มากขนาดนี้ อีกทั้งขณะนี้ประชาชนมีความรู้ คนที่เป็นผู้นำไม่สามารถไปครอบงำได้ ยิ่งมีสื่อโซเซียลมีเดียคอยติดตามการทำงานของกำนันผู้ใหญ่บ้านตลอด จึงไม่สามารถสร้างอิทธิพลอะไรอย่าเอาบริบทของการเมืองระดับชาติมาโยงกับเรื่องกำนันผู้ใหญ่บ้าน

ทั้งนี้นอกจากกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่เดินทางมายังรัฐสภาแล้ว ยังมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในต่างจังหวัดก็ได้ออกมารวมตัวเช่นกัน โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่กำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 100 คน ได้ร่วมกันยื่นหนังสือคัดค้านมาตรการดังกล่าวเช่นกัน  โดย นายสุธีย์  มณีฉาย กำนันตำบลนาหลวงเสน เป็นตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านอ่านแถลงการณ์ดังกล่าวเช่นกัน

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนเองคงไม่ให้ความมั่นใจอะไร เพราะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากฝากเตือน คือ การจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขนั้น เป็นหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เวลามีปัญหาของชาติบ้านเมือง จะต้องดูแล ดังนั้น เวลาเมื่อตัวเองมีปัญหาจะมาเรียกร้องอะไรต้องคิดดูให้ดี ไม่เช่นนั้น ในอนาคตจะห้ามประชาชนไม่ให้ทำไม่ได้

ทั้งนี้ จะมารวมตัวกันเป็นม็อบ คงไม่ใช่บริบทในเวลานี้ ส่วนตัว มองว่า ใครก็แล้วแต่ที่เสียประโยชน์ แล้วใช้พลังมวลชนออกมาเคลื่อนไหวน่าจะโบราณ จึงอยากให้เดินไปด้วยเหตุผล ตัวบทกฎหมายมากกว่า ประเทศมีประชาธิปไตย การพิจารณาร่างกฎหมาย จะคิดเห็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของ สปท. เพราะยังมีขั้นตอนอีกมาก โดยสามารถเสนอความเห็นไปยังสปท.ได้

สำหรับแถลงการณ์จากกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน มีใจความดังนี้  ด้วยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ได้ติดตามการเสนอกฎหมายของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง เกี่ยวกับการลดวาระการดำรงตำแหน่งกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้เหลือคราวละ 5 ปี และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี

จนถึงวันนี้ที่มีการนำเข้าสู่สภา สปท. เพื่อพิจารณาองค์กรกำนันผู้ใหญ่บ้าน ก่อตั้งมาแล้วเป็นระยะเวลา 127 ปี ซึ่งไม่เคยเห็นรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจพิจารณากฎหมายชุดใด ๆ ที่ผ่านมาที่เสนอกฎหมายทำร้ายองค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เกิดความแตกแยก และเกิดความอ่อนแอในการปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นคณะ สปท. ชุดนี้

นี่เป็นความคิดเห็นของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ ที่แจ้งมายังสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พวกเราขอคัดค้านการเสนอกฎหมายของพวกท่าน เพราะการเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องไม่ยึดโยงกับฝ่ายการเมืองและจะต้องไม่มีการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงเหมือนกับวาระนักการเมืองเพราะการร่างกฎหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีการเลือกตั้งกันบ่อย ๆ นั้น

เจตนาของผู้ร่างมีวาระซ่อนเร้นเป็นอย่างอื่นที่เกี่ยวกับองค์กรของกำนันผู้ใหญ่บ้านในระดับภาพรวมของประเทศใช่หรือไม่ พวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศขอยืนยันว่าจะดำเนินการคัดค้านการเสนอแนวคิดของพวกท่าน เพราะการที่ท่านเขียนกฎหมายมาบังคับองค์กรของพวกเรานั้น ท่านไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติย่อมไม่ใช่ผู้รู้จริงในปัญหา แค่ฟังคนอื่นเขามาในระดับหนึ่ง เป็นแค่นักคิดในห้องแอร์เท่านั้น

ส่วนการทำงานจริงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีมติที่มากมายในการช่วยเหลือสังคมประเทศนี้ อย่างที่พวกท่านไม่เคยทำมาก่อน เพราะจุดยึดโยงของสังคมชนบทและสังคมพื้นที่ทุกอำเภอ ของประเทศ ในสังคมภาพใหญ่ของส่วนรวมประเทศ ก็จะต้องมีคนทำหน้าที่กึ่งราชการที่มาจากตัวแทนประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่ราชการ

แต่การทำงานนั้นมากกว่าราชการ เพราะการทำงานของตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่มีงบประมาณใด ๆ ทั้งสิ้น พวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่มีเครื่องไม้ เครื่องมือ ไม่มีสำนักงาน และอุปกรณ์ใด ๆ ที่ได้รับจากทางราชการเลย แต่การทำงานของตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นั้นทำด้วยจิตวิญญาณ และจิตสาธารณะ ในการช่วยเหลือสังคมส่วนรวม และสังคมประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ความภาคภูมิใจให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ทุกคนที่ได้ช่วยเหลือ บริการประชาชน ช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมของทางราชการ พวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ไม่เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายของท่าน และจะเดินหน้าคัดค้านการเสนอกฎหมายของท่านทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ และในวันนี้ พวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

จะขอคัดเทปบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอกฎหมายดังกล่าวข้างนี้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 290,713 คน ทั้งประเทศ ทุกหมู่บ้าน ตำบล เพื่อให้พวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกิดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสนอกฎหมายของท่าน และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับรู้ถึงแนวคิดของ สปท. ชุดนี้ที่มีต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งหลังอ่านแถลงการณ์แล้ว กำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชได้แยกย้ายกันกลับอย่างสงบ