จ่านิว เข้ารายงานตัวเกณฑ์ทหาร ก่อนรอดเพราะน้ำหนักเกิน !!

จ่านิว เข้ารายงานตัวเกณฑ์ทหาร อ้างเพราะอยากทำตามหน้าที่แม้ไม่เห็นด้วย ก่อนรอดเพราะน้ำหนักเกิน ไม่ต้องจับใบดำ-แดง ขณะที่เหตุการณ์หวิดวุ่นหลังปะทะคารมทหาร

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษา (NDM) และกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดหนองจอกแ(ภักดีนรเศรษฐ) เขตหนองจอก กรุงเทพฯ  เพื่อรายงานตัวคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองเกินประจำปี

ซึ่งหลังจากการตรวจสุขภาพพบว่านายสิรวิชญ์ ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากมีน้ำหนักตัวมาก จึงถูกจัดอยู่ในจำพวกที่ 4  ไม่ต้องจับใบดำ-แดง  โดยนายสิรวิชญ์เผยว่า การเดินทางมาตรวจเลือกทหารในครั้งนี้เป็นหน้าที่ของชายไทย และอยากทำตามกฎหมาย แม้ว่าส่วนตัวจะไม่เห็นด้วย ซึ่งการไม่ผ่านคัดเลือกในครั้งนี้ ส่วนตัวก็เฉยๆ ไม่รู้สึกว่าโชคดี แต่เป็นเรื่องสุขภาพที่ต้องไปจัดการในอนาคต

จ่านิว, เกณฑ์ทหาร

ทั้งนี้รายงานได้ระบุต่ออีกว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการของนายสิรวิชญ์ ก็ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อนายสิรวิชญ์ได้ปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่ทหาร หลังเจ้าตัวต้องการจะออกไปให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเนื่องจากเป็นพื้นที่หวงห้าม ทำให้นายสิรวิชญ์ ไม่พอใจและเดินออกจากพื้นที่ ก่อนที่หัวหน้าประจำหน่วยจะเข้ามาพุดคุยทำความเข้าใจจนเหตุการณ์สงบลงเป็นไปด้วยดี

คุมทำแผนแล้ว ! พ่อโหดปาดคอลูก ฉุนห้ามไม่ฟัง อย่าเล่นเฟซบุ๊ก

ตำรวจเมืองเพชรบุรี คุมตัวพ่อโหดปาดคอลูกสาว ทำแผนแล้ว ด้านตำรวจระดมกำลังคุมเข้ม

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันนี้ (10 เม.ย. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ได้คุมตัวนายสุรินทร์ แก้วแหร้ อายุ 41 ปี ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ หลังถูกควมคุมตัวได้ จากการก่อเหตุใช้อาวุธมีดปาดคอ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี บุตรสาวของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากโมโหที่ลูกไม่ฟังหลังที่เจ้าตัวเตือนและห้ามเล่นเฟซบุ๊ก วานนี้ (9 เม.ย. 60) (อ่านข่าว : พ่อโหด ปาดคอลูกสาววัย 13 ปี บาดเจ็บสาหัส ตำรวจคาดอยู่ในเขตจ.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งล่า ไม่ชัดสาเหตุ)

โดยระหว่างการคุมตัวมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาติดตามกันอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตามระหว่างที่ทำแผนนางหัตถยา มารดาของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุและตรงเข้าไปเพื่อที่จะทำร้ายผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามเอาไว้ได้ทันและนำตัวกลับออกไปทันที

ปาดคอลูก, ข่าวจังหวัดเพชรบุรี

ด้านพล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาในเบื้องต้นได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง เพราะโมโหที่ลูกสาวไม่เชื่อฟัง และเล่นเฟซบุ๊กมากจนเกินไป

ภ.1 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม และผลจับกุมผู้ต้องหา ช่วงสงกรานต์

ภ.1 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม และผลจับกุมผู้ต้องหา ช่วงสงกรานต์ 2560

วันที่ 10 เม.ย. 60 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป1) เป็นประธานแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ( CCOC ) ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี2560 ที่ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (บช.ภ.1) ถ.วิภาวดีรังสิต โดยได้กำหนดให้แต่ละหน่วยนำผลการปฎิบัติงาน รวมถึงนำของกลางมาเสนอดังนี้

1. จับกุมและตรวจยึดอาวุทปืน รวม 108 กระบอก ปืนมีทะเบียน 23 กระบอก ไม่มีทะเบียน 85 กระบอก เครื่องกระสุน 547 นัด

2. จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 703 ราย ผู้ต้องหา 714 คน ของกลาง ยาบ้า 53,449 เม็ด ยาไอซ์ 415.04 กรัม กัญชา 469.54 กรัม กระท่อม 1,000 กก. และ 3,641 ใบ

3. ผลการระดมจับกุมตามหมายจับ มีดังนี้ 3.1 ฆ่าผู้อื่น 47 ราย ปล้นทรัพย์ 92 ราย ชิงทรัพย์ 113 ราย พยายามฆ่า 238 ราย วิ่งราวทรัพย์ 59 ราย ลักทรัพย์ 2,033 ราย ยักยอกทรัพย์ 559 ราย ฉ้อโกงทรัพย์ 867 ราย พ.ร.บ.ยาเสพติด 793 ราย พ.ร.บ.มาตรการ 41 ราย อื่นๆ 3,953 ราย รวมทั้งสิ้น 8,795 ราย

ทั้งนี้ เนื่องด้วยวันที่ 13-17 เม.ย. 60 เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อให้ทุกหน่วยในสังกัดมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุกประเภท โดยให้กวาดระดมอาชญากรรมตั้งแต่ช่วงก่อนหยุดยาว รวมทั้งขอความร่วมมือสถานบริการ สถานบันเทิง และสถานที่จัดให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายที่เกียวข้องอย่างเข้มวงด

ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 1 อยากขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ควรงดสวมใส่เครื่องประดับมีค่าในการท่องเที่ยว และเพิ่มความระมัดระวังการถูกโจรกรรม โดยหลีกเลี่ยงการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในสถานที่เปลี่ยวเพียงลำพัง ทั้งนี้ สามารถร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด รวมทั้งเหตุ บุคคล หรือวัตถุต้องสงสัย และร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านหมายเลขสายด่วน 191