สุดโหดเหี้ยม ! เผาศพนิรนามเหลือแต่กระดูกทิ้งริมสระน้ำ จ.เพชรบูรณ์

พบศพนิรนามถูกเผาเหลือแต่กระดูกริมสระน้ำ ต.บ้านไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน

พ.ต.ต.ประภาส บุญสิงห์ พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุพบกระดูกคนถูกเผาอยู่กลางทุ่งนาบ้านไร่ หมู่ 6 ต.บ้านไร่ อ.หล่มสัก จึงเดินทางไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปถึงจุดที่เกิดเหตุพบกองไฟที่มอดแล้วโดยพบเศษชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ไม่ทราบชื่อและเพศ นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ถูกไฟไหม้เกือบหมด จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะส่งไปตรวจพิสูจน์

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบท่อนไม้จามจุรีและเศษฟางข้าวซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุใช้เผาศพดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่

ที่มา  www.innnews.co.th

จ่อยื่นปปช.สอบทรัพย์สิน13รองอธิการบดีม.มหิดล

“มงคลกิตติ์” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบทรัพย์สิน 13 รองอธิการบดี ม.มหิดลย้อนหลัง เผยเงินเดือนผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากกว่านายกฯ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) เปิดเผยว่าในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ตนจะยืนเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลทั้ง 13 ราย ที่ลาออกก่อนที่จะมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ตามประกาศ ป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฉบับล่าสุด

ที่มีการกำหนดรองอธิการบดีด้วยนั้น เรื่องนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ ป.ป.ช.จะออกกฎเกณฑ์เพิ่มเติมให้ย้อนหลังไปอีก 2-3 เดือนได้ ทั้งนี้คิดว่ายังมีรองอธิการบดีจากอีก 200 มหาวิทยาลัยเตรียมจะลาออกกัน เนื่องจากการออกฎเกณฑ์การแสดงบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ ซึ่งตนเห็นว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากยื่นต่อ ป.ป.ช.แล้วก็ควรจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนเข้าและหลังรับตำแหน่ง ควรจะมีการชี้แจง แล้วติดเอกสารที่หน้ามหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้ดูว่าอาจารย์มีทรัพย์สินเท่าไหร่

ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามคณาจารย์บางคนทีมีเงินมากผิดปกติ เพราะตามประมวลกฎหมายรัชฎากร เงินได้ทางการศึกษาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งอาจจะต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ในเรื่องการเก็บภาษีการศึกษาเกี่ยวกับการสอนพิเศษ และรายได้อธิการบดีบางมหาวิทยาลัยซึ่งมีมากกว่าเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี อยู่ประมาณ 20 เท่า และยังไม่รวมหลักสูตรพิเศษ จ่ายเงินครบจบแน่นอน

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า หากระเบียบ ป.ป.ช.ที่ออกมาทำให้ อธิการบดี รองอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยลาออกกันหมด ไม่มีใครกล้ามาเป็นผู้บริหารก็ให้เปิดรับสมัครเป็นแบบสรรหา และจ้างเอกชนที่เป็นผู้บริหารเฉพาะกิจไปบริหาร จ้างเป็นเงินเดือนแล้วเขาก็จะเสียภาษีที่ถูกต้อง และหากมีข้าราชการคนใดสามารถชี้แจงบัญชีทรัพย์สินได้ก็ให้ไปสมัคร เพราะการเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ถ้าบริสุทธิ์ใจแล้วจะชี้แจงตอนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปจัดทรัพย์สิน

ที่มา INN

สาว BMW เปิดประทุนโวยแค่ดื่มนิดเดียวเป็นปัญหาระดับชาติ ?

ตำรวจพัทยาแจงคลิปสาวขับ BMW เปิดประทุนโวยแค่ดื่มนิดเดียวเป็นปัญหาระดับชาติ

หลังจากโลกออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อหลายเพจในเฟสบุ๊ค ได้เผยแชร์คลิปวิดีโอสาวขับรถสปอร์ต BMW Z4 เปิดประทุนสุดหรูกำลังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกเรียกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยสาวคนขับคันดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ แล้วถามเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับว่า “วุ่นวาย จะไปกินข้าวต้ม ก็ไม่ได้ไป เครียด ประเทศปัญหาเยอะ แค่ดื่มนิดเดียว ถ้าไม่ให้ดื่ม จะเปิดผับเปิดบาร์ทำไมในพัทยา” อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามชี้แจงให้คนในรถสปอร์ตคันหรูเข้าใจถึงสาเหตุที่ต้องเรียกตรวจ และสาเหตุที่ดื่มสุราแล้วห้ามขับรถ จนเกิดกระแสวิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปทั่วโซเชียลนั้น

ล่าสุด ร.ต.อ.สิระภูเดชน์ ชำนาญกิจ รองสว.จร. สภ.เมืองพัทยา ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดและปรากฎอยู่ในคลิปดังกล่าว เล่าเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา เส้นทางมุ่งหน้าไปยังถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีท ระหว่างนั้นได้พบหญิงสองรายขับรถยนต์ยี่ห้อ BXW รุ่น Z4 เปิดประทุน จึงได้ขอตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ทำให้หญิงคนขับเกิดความไม่พอใจและต่อว่าขึ้น ตนเองได้ยินเสียงแอะอะโวยวายจึงเดินไปดู และพูดว่าสวัสดีครับขออนุญาตนะครับ ในเบื้องต้นคุณทั้ง 2 คนมีการดื่มสุรามา ซึ่งหญิงสองคนก็บอกว่าเป่าแล้วไง ผมจึงบอกว่าที่เป่านั้นเป็นการเป่าเบื้องต้น ซึ่งต้องเป่าอีกครั้งด้วยเครื่องแสดงผลปริมาณแอลกอฮอล์ ด้านหญิงทั้งสองคนตอนแรกจะไม่ยอมไป และพูดต่อว่าต่างนาๆ ตนเองจึงพยายามพูดคุยและอธิบายจนทั้งคู่จึงยินยอมให้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยจากการตรวจวัดพบว่า มีเพียง 39 มิลลิกรัม ไม่เกินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่ระบุไว้ว่าต้องมีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 มิลลิกรัม จากนั้นจึงปล่อยตัวกลับไป ซึ่งในระหว่างการตรวจเป่าตนเองได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน


ทั้งนี้ อยากให้ประสัมพันธ์ให้กับประชาชนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจเองก็ต้องอดทนกับการพบเจอประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่โมโหใส่อารมณ์ โดยทุกอย่างทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น…