ญี่ปุ่นเตือน ปชช.มีเวลาไม่ถึง 10 นาที รับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธโสมแดง

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเตรียมพร้อมพลเรือน หากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธเข้าใส่ พร้อมจัดทำคู่มือให้ความรู้แก่ประชาชน ชี้มีเวลาไม่ถึง 10 นาทีสำหรับเตือนภัย นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการเตือนภัยในรูปแบบดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างอิงข้อมูลจากสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เผยแพร่มาตรการใหม่สำหรับป้องกันตัวเอง ในนั้นรวมถึงออกคำชี้แนะครั้งแรกถึงแนวทางรับมือหากขีปนาวุธเกาหลีเหนือมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า การยิงทดสอบขีปนาวุธเมื่อวันที่ 6 มีนาคมของเกาหลีเหนือ 3 ใน 4 ลูกตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นในทะเลญี่ปุ่น น่านน้ำซึ่งกั้นระหว่างญี่ปุ่นกับคาบสมุทรเกาหลี โดยในเวลาต่อมาเปียงยางอ้างว่าพวกเขาจำลองการโจมตีฐานทัพต่างๆ ของสหรัฐฯ โดยใช้พื้นที่ของญี่ปุ่นทดลอง

เว็บไซต์กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นมีผู้เข้าชมมากถึง 5.7 ล้านราย ในช่วง 23 วันแรกของเดือนเมษายน จากปกติจะมีผู้เข้าชมแค่ราวๆ 400,000 รายต่อเดือนเท่านั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจ หรือชนวนของการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงกรณีที่เกาหลีเหนือออกมาขู่ด้วยการจัดสวนสนามขีปนาวุธไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา และยังออกมาประกาศสงครามน้ำลายกับสหรัฐฯหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นออกมาระบุว่า ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ใช้เวลาไม่มากนักในการเดินทางมาถึงญี่ปุ่น ยกตัวอย่างจากกรณีที่การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปีก่อน มันใช้เวลาเพียง 10 นาที พุ่งมาถึงโอกินาวา

ทางการญี่ปุ่นมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าชื่อว่า “เจ-อเลิร์ท” มีหน้าที่ส่งข้อความเตือน ทั้งผ่านเครื่องขยายเสียงและผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังประชาชน หากมีขีปนาวุธมุ่งหน้ามายังประเทศญี่ปุ่น และตอนนี้ระบบดังกล่าว กลับมาอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมอีกครั้ง

ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือจะใช้เวลา 10 นาทีในการเดินทางเป็นระยะทาง 1,600 กิโลเมตร จากฐานยิงในเกาหลีเหนือ มายังเกาะโอกินาวา เกาะตอนใต้สุดของญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นมีระบบป้องกันขีปนาวุธสองชั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% เพราะหากมีสัญญาณเตือน พื้นที่ใกล้เคียงซึ่งไม่มีอาคารแข็งแรง ให้ประชาชนหมอบลงกับพื้น และปกป้องศีรษะของตัวเองได้อยู่ดี

นอกจากนี้รัฐบาลกลางญี่ป่นได้มีการจัดประชุมให้คำแนะนำแก่รัฐบาลท้องถิ่นถึงเมื่อตกเป็นเป้าโจมตีจากขีปนาวุธ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้มาตรการแนะนำพลเรือนถึงแนวทางเตรียมตัวรับมือกับการโจมตี รวมถึงยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่มีการแจ้งเตือนภัยพลเมืองของตนเองในรูปแบบดังกล่าว

ที่มา www.news.com.au

นำตัวกลุ่มคนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เรียกรับผลประโยชน์สอบในค่าย

หน่วยมั่นคงนำตัวกลุ่มคนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์สอบในค่าย

วันที่ 26 เมษายน 2560 กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงทางทหาร ตำรวจ ภายใต้การอำนวยการของพลโทธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย,นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าวศูนย์รักษาความปลอดภัย ,ตำรวจสันติบาลตรัง,กำลังทหารจากค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์จังหวัดตรัง ,เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ,เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง ,เจ้าหน้าที่สำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพภาค 4 สนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 13/52 ถ.จริงจิตร ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ของ นายเจริญ ศรีประสิทธิ์ และภรรยา

หลังทราบว่าได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ จากการเข้ารับรางวัล “เทพกินรี” ประจำปี 2560 เนื่องในโอกาสวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เมษายน 2560 โดยระบุว่าเป็นรางวัลพระราชทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารี เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงฉลองโล่ฯดังกล่าว ซึ่งจัดโดยสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิง ในพระบรมราชินูปถัมป์ หนังสือพิมพ์ข่าวผู้นำ และหนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นำ โดยมีคนในจังหวัดตรังเข้ารับโล่ฯในครั้งนี้ทั้งหมด 18 คน ในที่นี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจ ตามมาตรา 44 เชิญตัวกลุ่มคนดังกล่าวได้รวมจำนวน 6 คน

ประกอบด้วย นางภัททิยา จำรัสเนตร (ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น ดร.กิตติมศักดิ์ ภัททิยา จำรัสเนตร จากใครหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดยังไม่ทราบชัด ) อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/6 ม.8 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอตามงานต่างๆ และเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาคนเข้ารับรางวัลสายภาคใต้ และนางวราภรณ์ วงษา นายกสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงฯ และพวกอีก 4 คน ซึ่งได้เดินทางมาลงเครื่องที่สนามบินจังหวัดตรัง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 เมษายน 2560 เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงฉลองโล่ฯดังกล่าว

โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นข้าวของภายในบ้านและข้าวของที่ทั้งหมดนำติดตัวมา สามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก เช่น โล่ประกาศเกียรติคุณจากรางวัลดังกล่าว ภาพถ่ายการเข้ารับโล่ฯ เข็มตราสัญลักษณ์ สธ. จากนั้นได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุมตัวกลุ่มบุคคลทั้ง 6 คน ขึ้นรถตู้ไปสอบสวนอย่างละเอียดภายในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์จังหวัดตรัง ซึ่งสามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด 7 วัน โดยได้เชิญนายเจริญ ศรีประสิทธิ์ และภรรยาไปให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนางภัททิยา จำรัสเนตร ไปตรวจค้นที่บ้านพักที่ ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นห้องแถวที่เสียค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท เปิดเป็นร้านรับถ่ายภาพ วีดีโอ ชื่อร้าน “ร้านโชคดี วีดีโอ ทุ่งใหญ่” โดยพักอาศัยอยู่กับนายโชคดี จำรัสเนตร สามี ซึ่งได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี มีการโหลดภาพวีดีโอที่เคยรับถ่ายภาพให้กับขบวนการดังกล่าวนี้ เมื่อครั้งเดินทางมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชให้เจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบด้วย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดหลักฐานได้อีกเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย หลักฐานการโอนเงินลงทะเบียนเพื่อเข้ารับโล่ฯ ซึ่งระบุชื่อ นางยินดี มาลี บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นำ ครั้งละ 80,000 – 200,000 บาท รวมหลายแสนบาท , ภาพถ่ายขณะรับโล่ฯ, โล่ประกาศเกียรติคุณที่เข้ารับรางวัล เนื่องในวันสำคัญทั้ง 12 สิงหาคม , 5 ธันวาคม และวันที่ 2 เมษายน เป็นจำนวนมาก ,รายชื่อเครือข่ายประชาชนที่เสนอเข้ารับรางวัล ใบตอบรับเข้าร่วมโครงการที่ระบุจำนวนเงินลงทะเบียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนำตัวนางภัททิยาไปสอบสวนขยายผลอย่างละเอียดภายในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เช่นเดียวกับ นางวราภรณ์ และพวกอีก 5 คน โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆกับใคร

อย่างไรก็ตาม การกระทำของกลุ่มคน องค์กร และหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ที่แอบอ้างเบื้องสูงในการเสนอชื่อประชาชนเข้ารับรางวัลนั้น ไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลาง และไม่ต้องมีการเสนอผลงานแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้วิธีตอบรับและลงทะเบียนด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีรายละ 3,500 บาท ,ค่าเช่าเหมารถตู้เพื่อการเดินทางคนละ 1,500 บาท ,ค่าตัดชุดเข้ารับรางวัลคนละ 1,500 บาท รวมคนละ 6,500 บาท ก็สามารถเข้ารับโล่ฯ ดังกล่าวได้ นอกจากนั้นบุคคลกลุ่มเดียวกันนี้ ยังมีการจัดตั้งเครือข่ายจัดหาประชาชน ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ เสนอเข้ารับรางวัลในวาระสำคัญต่างๆอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และมีประชาชนเกือบทุกสาขาอาชีพตกเป็นเหยื่อหลายหมื่นราย

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “นันทวรรณ” ดำรงตำแหน่งปรึกษานายกฯ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “นันทวรรณ” ดำรงตำแหน่งปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจําด้านยุทธศาสตร์

เว็บไซต์ราชกิจจา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางนันทวรรณ ชื่นศิริ ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจําด้านยุทธศาสตร์ (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2560

ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี