ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แจง!! หลังถูกแฉเรียกเงินค่าช่วยคดีค้ากาม

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขอชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน หลังถูกแฉเรียกเงินค่าช่วยคดี

จากกรณีที่แม่เด็กหญิงที่ถูกบังคับค้าประเวณี ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ออกมาให้ข้อมูลว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เรียกเงิน 15,000 บาท เป็นค่าลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านคดี เรียกได้ว่าเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางด้าน ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความชี้แจงลงในแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยระบุว่า

แถลงการณ์ จากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขอชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน ในกรณีที่ถูกนางน้ำเพชรกล่าวหาว่า เรียกรับเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือทำคดีที่ จ.แม่ฮ่องสอน จำนวนเงิน 15,000 บาท แล้วทิ้งคดี โดยคดีไม่มีความคืบหน้า คดีนี้ ทางชมรมฯ ได้แจ้งกับนางน้ำเพชรตั้งแต่แรกแล้วว่า ทางชมรมฯ ใช้เงินทุนส่วนตัว ไม่ได้มีงบประมาณไปทำคดีในพื้นที่ต่างจังหวัดไกลๆ อย่างแม่ฮ่องสอน หากจะให้ช่วย ต้องขึ้นมาที่กรุงเทพฯ โดยในครั้งแรก วันที่ 10 ม.ค.2560 นางน้ำเพชร กับลูกสาว ได้ขึ้นมาร่วมแถลงข่าวที่กรุงเทพ และร้องต่อ ปคม. ตามภาพที่ 2 ซึ่งหลักฐานในวันที่ 10 ม.ค.2560 ยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับดาบตำรวจยุทธชัย ทางชมรมฯ จึงได้แจ้งให้หาเหยื่อรายใหม่

ซึ่งต่อมานางน้ำเพชรก็ได้แจ้งว่า สามารถหาเหยื่อรายใหม่ได้แล้ว 2 คน และขอให้ทางชมรมฯ เดินทางมาที่แม่ฮ่องสอน เพื่อจะได้ช่วยติดตามคดีเก่าที่มีการล่อซื้อจากนางสาวเมย์ นางสาวฟ้า นายโจ๊ก และนายกุ้ง ที่สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน และให้ช่วยตามเรื่องร้องเรียนที่มีการตั้งกรรมการสอบดาบตำรวจยุทธชัยที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน โดยนางน้ำเพชรได้อ้างว่า ตัวเองเป็นแม่เลี้ยง และเป็นเจ้าของท่าทราย รวมทั้งมีฐานะดี ชีวิตไม่ได้ลำบากอะไร จึงยินดีที่จะช่วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทางชมรมฯ เดืนทางมาที่แม่ฮ่องสอนเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งทางชมรมฯ ก็ได้แจ้งค่าใช้จ่ายวันละ 5,000 บาท นางน้ำเพชรก็ยินดี และได้โอนค่าใช้จ่ายมาให้ทางชมรมฯ โดยมี พ.ต.ท.นุกูล รับทราบในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่นางน้ำเพชรได้ช่วยเหลือทางชมรมฯ

ต่อมา หลังจากทางชมรมฯ ลงพื้นที่แล้ว ก็ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ และสอบปากคำเด็กที่เป็นเหยื่อรายใหม่ 2 ราย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ พม. และ NGO ในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า มีผู้ซื้อบริการจากเหยื่อจำนวนมาก และมีดาบตำรวจยุทธเป็นหัวหน้าเครือข่าย จึงได้นัดหมายนางน้ำเพชรกับเหยื่อมาที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 มีนาคม 2560 โดยมีข้อตกลง คือจะต้องมีการแถลงข่าววันที่ 3 มีนาคม 2560 และ จะต้องมอบอำนาจให้ทางชมรมฯ ดูแลด้านกฎหมายให้เหยื่อทั้ง 2 คน ที่ปคม. ก่อนหน้านี้ ชมรมฯ ได้ประสานไปยังอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ ฯ เพื่อขอคุ้มครองพยาน ให้กับเหยื่อทั้ง 2 ราย และประสาน ปคม. เพื่อให้รับเป็นคดี

แต่เมื่อถึงกำหนดนัดหมายวันที่ 2 มีนาคม 2560 นางน้ำเพชร ก็ไม่ยินยอมให้มีการแถลงข่าว และไม่ยินยอมมอบอำนาจให้ทางชมรมฯ ต่อหน้าผู้อำนวยการกองคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิ ฯ เจ้าหน้าที่ NGO และ เจ้าหน้าที่ ปคม. และบอกไม่ให้ทางชมรมฯ เข้ามาทำในคดีนี้ต่อ ซึ่งทางชมรมฯ เห็นว่า คดีนี้ หากไม่มีการแถลงข่าวให้เป็นที่สนใจของประชาชน ก็จะไม่มีผู้ใหญ่ลงมาแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ใน จ.แม่ฮ่องสอนอย่างจริงจัง และเหยื่อก็อาจเป็นอันตรายได้ ทางชมรมฯ จึงทำคดีนี้ต่อในทางลับ โดยมอบพยานหลักฐานให้กับ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ มอบหลักฐานให้กับเพจ แหม่มโพธิ์ดำ รวมทั้งความคืบหน้าคดีนี้ ได้แจ้งให้กับ พ.ต.ท.นุกูล ที่เป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองพยานนางน้ำเพชร ทราบมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ ว่าจะมีการออกหมายจับเร็วๆ นี้

ดังนั้น สิ่งที่นางน้ำเพชรออกมาพูดต่อสื่อมวลชน เป็นการเข้าใจผิด เพราะก่อนหน้านี้ที่ทางชมรมฯ ทำคดีได้มีการย้ายดาบยุทธชัย จาก สภ.น้ำเพียงดินมา สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นเจ้าหน้าที่วิทยุ และ มีการตั้งกรรมการสอบใหม่ โดยผู้การจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ตั้งกรรมการสอบสวน หลังจากที่การตั้งกรรมการสอบชุดแรกยุติเรื่องไป มีการร้องเรียนไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า มีเหยื่อรายใหม่อีก 2 ราย ที่ดาบยุทธชัย มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการขายบริการทางเพศเด็ก ที่ จ.แม่ฮ่องสอน จนมีการโยกย้ายออกนอกพื้นที่ ตามมา คดีของ สภ.แม่ฮ่องสอน ก็ได้มีการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ และศาลก็ได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก นางสาวฟ้า นางสาวเมย์กับพวกเรียบร้อยแล้ว ส่วนดาบยุทธชัย ก็ได้ถูกสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ จ.แม่ฮ่องสอน แล้ว

จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงให้พี่น้องประชาชนทราบโดยทั่วกัน ว่าทางชมรมฯ ไม่ได้มีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายตามที่ถูกนางน้ำเพชรกล่าวหา แต่เป็นการเสนอค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือในการเดินทาง รายละเอียดในส่วนนี้ สามารถสอบถาม พ.ต.ท.นุกูล ได้

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ชาวหนองนาคำ จ.อุดรฯ สร้างบ้านให้ลูกกำพร้า พ่อตายแม่ทิ้งให้อยู่กับลุง

ชาวบ้านหนองนาคำ จ.อุดรฯ น้ำใจงามสร้างบ้านให้เด็กลูกกำพร้าพ่อตายแม่ทิ้งอยู่กับลุง วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือวัสดุ

นายพรทรัพย์ พาภักดี อายุ 53  ปี 1 บ้านหนองนาคำ ตำบลหนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 ได้พาชาวบ้าน ร่วมแรง ทำการปลูกบ้านหลังใหม่ ในพื้นที่ 36 ตาราง ให้แก่ ด.ช.วรวุฒ หงษาลึก หรือ น้องต้น อายุ 12 ปี เป็นนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านหนองคำ ลูกกำพร้า พ่อตายแม่ทิ้ง อยู่กับลุงแทน จากบ้านหลังเดิมที่เป็นสังกะสี ที่มีสภาพผุพัง ขณะเดียวกัน น้องต้น ได้นั่งวาดรูปบ้านในฝันของตนเอง ที่ใกล้ความเป็นจริง

นายพรทรัพย์ เปิดเผยว่า น้องต้นเป็น ลูกกำพร้า พ่อตาย แม่ทิ้งไปตั้งเล็ก ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านลุง มีอาชีพรับจ้างรายวัน สภาพบ้านของเขาในตอนนั้นทรุดโทรมมาก เวลาฝนตกหรือแดดออก ต้องอยู่อย่างลำบากมาก น้องต้นเป็นเด็กเรียนดี ล่าสุดชอบได้อันดับที่ 6 จึงได้ทำผ้าป่าสามัคคีขึ้นมาระดมหาเงิน ซื้อวัสดุก่อสร้างบ้าน โดยได้เงินผ้าป่า จำนวน 10,000 บาท ทางโรงเรียน สนับสนุนมาให้ 10,000 บาท และอีก 15,000 บาท ตนและชาวบ้านช่วยกันลงขันธ์ ร่วมเป็นเงินที่ได้มา 35,000 บาท

จึงได้นำเงินไปซื้อเหล็ก เสาคอนกรีต และสังกะสี จึงได้สร้างโครงบ้านขึ้นมา และทำหลังคาบ้านเอาไว้ นอกจากนี้ได้มีผู้ใจบุญบริจาค หิน ทราย ปูน และอิฐบล็อก จำนวนหนึ่งให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเพียงพอหรือไม่ในการก่อสร้างบ้าน โดยจะทำไปเรื่อย ๆ ก่อน ซึ่งอาจจะทำผ้าป่าสามัคคีอีกรอบ ในวันนี้ได้ทำการเทคานคอนกรีตพื้น ซึ่งมีคณะกรรมการของหมู่บ้าน และ ชาวบ้าน มาร่วมแรงกันค่าแรงฟรี มาด้วยใจทำกัน

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านหนองนาคำ กล่าวต่อว่า หลังจากเทคานคอนกรีตพื้นเสร็จในวันนี้ ก็จะทำการก่ออิฐบล็อกทำฝาบ้าน หากผู้ใดใจบุญต้องการร่วมสร้างบ้านให้กับน้องต้น ซึ่งวัสดุที่ขาด มีประตูบ้าน หน้าต่าง โถงส้วม สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และ ของใช้ในครัวเรือน ที่ต้องการในตอนนี้ ให้สามารถติดได้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหนองคำ ได้ตลอด ส่วนใครยากบริจาคเป็นเงิน ขอให้เป็นทุนการศึกษา แก่น้องต้น ให้ติดต่อไปยังที่โรงเรียนบ้านหนองนาคำ

“น้องไทเกอร์” ขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือ ยัน!! จะทำงานพาร์ทไทม์ต่อ

“น้องไทเกอร์” ยัน!! จะทำงานพาร์ทไทม์ต่อแม้มีผู้บริจาคเงินให้ความช่วยเหลือแล้ว ลั่น ไม่อยากเป็นคนประเภท “ได้ใหม่แล้วลืมเก่า”

วันนี้ (26 เม.ย.60) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผู้คนต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ กรณี “น้องไทเกอร์” หรือ เด็กชายธนากร พิศนุภูมิ อดีตดาราเด็กชื่อดัง ที่เคยมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเลี้ยงลูกคน ซึ่งร่วมแสดงกับ อั้ม หรือ พัชราภา ไชยเชื้อ กำลังมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบาก พยายามหาเงินเรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังสอบติด

คลิกอ่านข่าว >>> เปิดใจ น้องไทเกอร์ อดีตดาราเด็กสู้ชีวิตหาเงินเลี้ยงตัวเอง-เรียนต่อวิศวจุฬา

หลังเรื่องราว “น้องไทเกอร์” ถูกเผยแพร่เป็นข่าวดังทำให้มีผู้คนบริจาคเงินและให้ความช่วยเหลือ ล่าสุด “น้องไทเกอร์” ได้โพสต์ข้อความขขอบคุณผู้คนที่ให้ความเมตตาช่วยเหลือเขา ผ่าน อินสตาแกรม “marteenpry” โดยระบุข้อความว่า

กราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เมตตาช่วยเหลือผมจากใจจริงนะครับ เงินที่แต่ละท่านเมตตาให้ผมทุกบาทล้วนมีคุณค่ามากสำหรับผมทั้งสิ้น กราบขอบพระคุณอีกครั้งที่ท่านเมตตาต่อ”อนาคต”ให้ผม อย่างไรก็ตามผมก็ยังคงทำงานที่เชสเตอร์กริลต่อไป เพราะผมถือว่าเงินที่ท่านเมตตาให้ผมมานั้น ผมจะใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ (คือรายได้ของผมไม่พอจ่ายและเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของผม) และอีกเหตุผลหนึ่ง คือผมไม่อยากเป็นคนประเภท “ได้ใหม่แล้วลืมเก่า” หรืออะไรประเภทนั้น

แต่หลังจากนี้ ผมจะทำงานเพลา ๆ ลงบ้าง เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มป่วยเป็นอะไรไป เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ตอบแทนหยาดเหงื่อความลำบากสู้ตรากตรำของพระคุณแม่ และผมขอให้สัญญาและสาบานกับทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ว่า เมื่อผมจบออกมา (จากความเมตตาของทุกท่าน และหยาดเหงื่อของคุณแม่ผม) ผมจะใช้ความสามารถทั้งหมดอุทิศตอบแทนสังคม และประเทศชาติมี่ทำให้ผมมีวัน “พรุ่งนี้” ได้ครับ ส่วนใครเข้าใจผมผิดหรือคิดกับผมในแง่ลบแง่ร้าย ผมให้อภัยครับ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนมีตา ท่านต้องหยั่งเห็นความจริงในตัวผม ผมเชื่อในความจริงอย่างนั้น! กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ