คอหวยฮือฮา.!!! เลขเด็ด 435 หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด “วัดคงคาเลียบ”

คอหวยฮือฮา.!!! เลขเด็ด 435 ฉลองอายุวัฒนะมงคลหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด “วัดคงคาเลียบ” เมืองคอน

ที่ วัดคงคาเลียบ หมู่ 3 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี สรงน้ำหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พ่อท่านค้าวาจาสิทธิ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน วัดคงคาเลียบ ประจำปี 2560 ซึ่งจัดช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ทุกปี

สำหรับในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 -30 เมษายน 2560 มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศจำนวนนับพันคนแห่ร่วมพิธี หลังจากประกอบพิธีทางศาสนาตามลำดับขั้นตอนแล้วมีพิธีอัญเชิญรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไปประดิษฐานในมณฑลพิธีด้านนอกศาลา คู่กับรูปเหมือนหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด สมเด็จพุทธาจารย์พรหมรังสี หรือสมเด็จโต พ่อท้ายคล้ายวาจาสิทธิ์ และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดอีกนับ 10 องค์ รวมทั้งรูปปั้นไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ศิษย์เอกหลวงปู่ทวด ให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

หลังเสร็จสิ้นพิธี ชาวพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากทยอยสรงน้ำรูปเหมือนหลวงปู่ทวด สมเด็จพระเจ้าตากสินและพระพุทธรูปอื่นๆ ก่อนจะเข้าร่วมตักนาวากาชาดการกุศล อย่างไรก็ตามหลังจากประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมวันนี้ ทราบว่าเป็นการทำบุญสรงน้ำครบรอบ 435 ปี อายุวัฒนะมงคลหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ต่างนำเลขเด็ดอายุวัฒนะมงคลหลวงปู่ทวดไปเสี่ยงโชคซื้อหวยใต้ดินและล็อตเตอรี่กันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อครั้งการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีและสรงน้ำหลวงปู่ทวดครบรอบอายุวัฒนะมงคล 425 ปี วัดคงคาเลียบ เมื่อ ปี 2550 ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมนำเลข 425 ไปเสี่ยงโชคถูกหวยกันเป็นจำนวนมาก และทุกปีหลังการจัดงานสรงน้ำหลวงปู่ทวด – สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดคงคาเลียบ จะมีผู้ร่วมกิจกรรมโชคดีถูกหวยหรือล็อตเตอรี่ทุกปี

ด้าน พระปลัดเสกสรร มหิทฺธิโก เจ้าอาวาสวัดคงคาเลียบ กล่าวว่า สำหรับวัดคงคาเลียบเป็นวัดที่เก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเกี่ยวข้องกับปูชนียบุคคลที่สำคัญของเมืองไทยทั้งด้านอาณาจักรและศาสนาจักร กล่าวคือเมื่อครั้งที่หลวงปู่ทวดจำพรรษาอยู่ที่สัดเสมาเมือง ต.ในเมือง จ.นครศรีธรรมราช และจะเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนต่อที่กรุงศรีอยุธยาได้เดินทางมาพำนักที่วัดคงคาเลียบเพื่อไปลงเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาจนเกิดเป็นตำนาน “เหยียบน้ำทะเลจืด” และเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พระเจ้าตากสินได้รวบรวมไพร่พลตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกมาและพยายามที่จะรวบรวมไพล่พลกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยา โดยตระเวนตีหัวเมืองสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะได้มาตั้งฐานทัพที่วัดคงคาเลียบเพื่อเข้าตีเมืองนครศรีธรรมราช โดยพระเจ้าตากสินได้ลงสรงน้ำและซักเสื้อผ้าที่ท่าน้ำคลองหน้าวัดคงคาเลียบ เมื่อเข้าตีเมืองนครศรีธรรมราชและรวบรวมไพร่พลกู้กรุงศรีอยุธยาเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจึงเรียกท่าน้ำที่พระเจ้าตากลงสรงน้ำและซักผ้าหน้าวัดคงคาเลียบว่า “ท่าซัก” มาจนถึงปัจจุบันนี้

เปิดภาพ ผู้กองหนังเหนียว หลังรอดตาย จากเหตุปะทะจับแก๊งค้ายา-ลักรถ

เปิดใจนายตำรวจ หลังถูกยิงถล่มขณะสกัดจับแก๊งค้ายา-ลักรถ ที่ฉะเชิงเทรา แต่โชคดีรอดตายราวปาฏิหาริย์

จากกรณีที่เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปะทะยิงกันกับแก๊งค้ายา-ลักรถ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะขับรถยนต์หลบหนี ตำรจจึงไล่สกัดจับ เมื่อไปถึงสะพานสอง หมู่ที่ 7 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง คนร้ายไม่ยอมให้จับแต่ได้ใช้ปืนยิงใส่ กระสุนถูกตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย และชาวบ้านบาดเจ็บไป 3 คนนั้น (อ่านข่าว :ตร.ฉะเชิงเทราจับโจรถูกยิงเจ็บ2ปชช.โดนลูกหลง3)

ข่าวตำรวจ, แก๊งลักรถ, ข่าวจังหวัดฉะเชิงเทรา, ข่าวสดวันนี้

ล่าสุดเพจดังอย่างเรารักแปดริ้ว Welove8riew.com ได้มีการเผยแพร่ภาพนายตำรวจดังกล่าวที่ถูกยิงแต่กลับรอดราวปาฏิหาริย์ ทราบชื่อต่อมาคือ ร.ต.อ.อุกกฤษฏ์ วินิจสกุลไทย (ผู้กองโก๊ะ) รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.บางปะกง

โดยร.ต.อ.อุกกฤษฏ์ เผยว่า ขณะเข้าระงับเหตุคนร้ายต้องสงสัยว่าจะเป็นแก๊งค์ขโมยรถ ในห้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ แต่คนร้ายกลับชักปืนกระหน่ำยิงใส่ผู้แบบไม่ยั้ง และกระสุนปืนได้พุ่งเข้าที่ต้นขาของตนหลายนัด จนคิดว่าน่าจะแย่แล้วแต่สุดท้ายมาตรวจสอบก็พบว่าไม่มีบาดแผลอะไรเลยแม้แต่น้อย

ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่ทำให้ตนไม่เป็นอะไรนั้น คาดว่าน่าจะมาจากการที่ตน แขวนหลวงพ่อโสธรรุ่น 80ปี กรมตำรวจไว้ตลอดเวลา และด้วยความเลื่อมใสนับถือองค์หลวงพ่อของผู้กอง อาจเป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำให้ตนไม่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะยิงในครั้งนี้ ส่วนความคืบหน้าในคดีนั้น ทางตำรวจได้เร่งสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อเร่งไล่ล่าคนร้ายแก๊งนี้มาดำเนินคดีแล้ว

โพลเผย แรงงานส่วนใหญ่ หวังรัฐปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพิ่ม

ผลสำรวจแรงงาน หวังรัฐปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพิ่ม  หลังพบว่ามีเพียงพอกับการใช้จ่ายแต่ไม่เหลือเก็บ ด้าน สนช. ชี้ทำได้ยาก เหตุเศรษฐกิจยังไม่โตพอที่ปรับขึ้นได้ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (30 เม.ย. 60) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้แรงงาน เรื่อง “คุณภาพชีวิตแรงงานไทย” วันที่ 25-27 เม.ย. จากประชาชนที่เป็นผู้ใช้แรงงานที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง โดยเฉพาะความคิดเห็นของผู้ใช้แรงงาน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย พบว่า

ร้อยละ 50 ระบุควรพิจารณาปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ

ร้อยละ 42.08 ควรหมั่นตรวจสอบ ควบคุม ดูแล บริษัท ผู้ประกอบการ นายจ้าง ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน

ร้อยละ 39.52 ระบุว่า ควรปรับปรุงหรือแก้ไขข้อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สิทธิ สวัสดิการต่างๆ ที่เป็นธรรม และเป็นประโยชน์กับผู้ใช้แรงงาน

ร้อยละ 34.24 ควรส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านความรู้ ฝีมือ ให้กับแรงงานไทย

และ ร้อยละ 32.64 ควรเร่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน

ขณะที่ กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “แรงงานไทย ใจสู้หรือเปล่า” โดยเก็บข้อมูลกับผู้ใช้แรงงาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,149 คน โดยเฉพาะข้อสอบถามที่ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐเพิ่มขึ้นพบว่า

ร้อยละ 52.8 เห็นว่าน่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากกว่านี้
ร้อยละ 32.8 เห็นว่าเป็นการขึ้นที่สมเหตุสมผลแล้ว เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ
ร้อยละ 14.4 เห็นว่ายิ่งขึ้นยิ่งหางานทำยาก เพราะต้นทุนของนายจ้างเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อถามว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับในแต่ละวันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่
ร้อยละ 47.4 เห็นว่าพอดีกับค่าใช้จ่าย จึงไม่มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม
ส่วนร้อยละ 33.8 เห็นว่า ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต้องกู้ ต้องหยิบยืม
และ ร้อยละ 18.8 เห็นว่า เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บออม

ทั้งนี้หลังจากผลสำรวจคความเห็นของแรงงานถึงการปรับขึ้นค่าแรงดังกล่าวนั้น ทางที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เผยว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม

เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศขณะนี้ยังไม่โตพอที่จะปรับขึ้นค่าแรง จะทำให้ศักยภาพการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมลดลง กระทบกับผู้ประกอบการรายย่อย และอาจเพิ่มอัตราการว่างงาน แต่หากภาคแรงงานมีความเดือดร้อนจริง คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) จะต้องประเมินปัจจัยต่างๆ เป็นรายจังหวัด ประกอบกับปัจจัยอื่น

ขณะเดียวกัน นายอิสระ ยังกล่าวว่า คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) คาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้จะโตขึ้นอีกร้อยละ 3.5-4 ส่วนหนึ่งมาจากการมีโรดแมปการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุน และการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น