สะดุ้งทั้งวัด!!! หลวงพี่สวดมนต์ บทนักขัตตะยักข์ ไล่ภูตผีปีศาจ

สะดุ้งตกใจทั้งวัด!!!” หลวงพี่สวดมนต์คะคอกเสียงดังผ่านไมโครโฟน ทำชาวบ้านตกใจแทบตกเก้าอี้ส่วนเด็กเล็กร้องให้จ้า!!! ชี้สวดบท” “นักขัตตะยักข์”ไล่ภูตผีปีศาจ ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรที่ได้สวดมาตั้งแต่ต้นจนจบ

วันที่ 30 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายว่า การประกอบพิธีทางศาสนาภายในศาลการเปรียญวัดคงราเลียบ วันละ 3 รอบประกอบด้วยรอบเช้า เที่ยงและรอบ แต่ละรอบพระภิกษุสงค์จากวัดต่างๆ จะสวดบทคาถาหรือบทสวดมนต์ของการจัดพิธีมงคลตามลำดับ แต่ที่น่าสนใจคือพระภิกษุสงฆ์ที่ร่วมสวดมนต์ในงานมงคลพิธีวัดคงคาเลียบในครั้งนี้ต่างสวดมนต์ด้วยท่วงทำนองที่เร่งเร้าต่อเนื่องแทบหายใจไม่ทัน ท่ามกลางความสนใจของพุทธบริษัทที่ร่วมในพิธีต่างนั่งจ้องมองดูท่วงท่าลีลาการสวดมนต์ของพระภิกษุสงฆ์แทบไม่กระพริบตา

บทสวดไล่ผี, ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช, บทสวดมนต์

จนกระทั้งถึงบทสวดหลังสุดคือ “บทนักขัตตะยักข์” พระภิกษุสงฆ์รูปที่ 2 ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า “องค์รองคอ”จะตะแบงเสียงลักษณะเหมือนการตะคอกหรือตวาดใส่ไมโครโฟนทำให้เสียงตะคอกดังกล่าวดังลั่นไปทั่งบริเวณวัด ทำให้ผู้ที่ไม่รู้และนั่งฟังบทสวดเพลิน ๆ ถึงกับสะดุ้งตกใจแทบตกเก้าอี้

ในขณะที่เด็กเล็ก ๆ ที่มากับพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งที่อยู่ในศาลาการเปรียญและมณฑลพิธีด้านนอกร้องให้จ้าเพราะตกใจกลัวสุดขีดก็มี ทำให้ผู้ที่ร่วมในพิธีจับกลุ่มวิพากวิจารณ์และสงสัยในท่วงท่าลีลาการสวดมนต์และการตะคอกหรือตะแบงเปล่งเสียงของพระภิกษุรูปดังกล่าวอย่างกว้างขวาง และสงสัยว่าเป็นการด้วยสวดมนต์ด้วยท่วงท่านำนองและน้ำเสียงดังกล่าวถูกต้องตามหลักปฏิบัติทั่ว ๆ ไปหรือไม่

สำหรับบทสวดที่เห็นในวัดคงคาเลียบเป็นบทสวดมนต์ มนตราแห่งความเป็นมงคล ตอนที่ 22 คาถา ปริตตานุภาวคาถา “นักขัตตยักข์” มนตราป้องกันบาปเคราะห์ อันเกิดจากอำนาจแห่งดาวนักกษัตรหรือเรียกว่า”บทสวดนักขัตตยักข์” เป็นคาถาแสดงอานุภาพแห่งพระปริตรว่าสามารถป้องกันบาปเคราะห์ อันเกิดจากอำนาจแห่งดาวนักกษัตร เหล่ายักษ์ และภูตผีทั้งหลาย ใช้เป็นบทสวดต่อท้ายในกรณีที่มีการเจริญพุทธมนต์ใหญ่ หากเจริญพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลก็จะจบลงที่บทภะวะตุสัพ โดยพระที่ร่วมสวดในแต่ละพิธีอาจจะกำหนดให้ 1-2 รูปตะคอกหรือตะแบงเสียงดังขึ้นมาในช่วงถึง

คำว่า “นักขัตตะยักข์” 3 จบ ซึ่งบทสวดบทนี้ความว่า
“นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว ฯ
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว ฯ
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว ฯ”

ส่วนคำแปลบทสวด “นักขัตตะยักข์” มีดังนี้….พระปริตรสามารถป้องกันบาปเคราะห์อันเกิดจากอำนาจแห่ง ฤกษ์ยาม ยักษ์ และภูตผีปีศาจทั้งหลายได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรที่ได้สวดมาตั้งแต่ต้นจนจบ จงกำจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายอันเกิดแต่อำนาจแห่งฤกษ์ยามเป็นต้นให้พินาศหายไป ….พระปริตรสามารถป้องกันบาปเคราะห์อันเกิดจากอำนาจแห่ง ฤกษ์ยาม ยักษ์ และภูตผีปีศาจทั้งหลายได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรที่ได้สวดมาตั้งแต่ต้นจนจบ

จงกำจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายอันเกิดแต่อำนาจแห่งฤกษ์ยามเป็นต้นให้พินาศหายไป …..พระปริตรสามารถป้องกันบาปเคราะห์อันเกิดจากอำนาจแห่ง ฤกษ์ยาม ยักษ์ และภูตผีปีศาจทั้งหลายได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรที่ได้สวดมาตั้งแต่ต้นจนจบ จงกำจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายอันเกิดแต่อำนาจแห่งฤกษ์ยามเป็นต้นให้พินาศหายไป ฯ

ยายเด็กแฝด พร้อมทนายความ ร้องกองปราบ อยากพบหน้าหลานสาว

ยายสองเด็กแฝด พร้อมทนายความ ร้องกองปราบ อยากพบหน้าหลานสาว หลังถูกพ่อเด็กเอาไปยังไม่ได้เจออีกเลย

นางเสาว์ พวงท้าว อายุ 67 ปี พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยขอให้พนักงานสอบสวนเป็นตัวกลางในการเชิญอดีตลูกเขยที่มาเอาตัวหลานสาวฝาแฝดไปจากจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ตามที่ปรากฏเป็นคลิปวิดีโอถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์

โดยนางเสาว์ ซึ่งเป็นยายของเด็กแฝด ระบุว่า ขณะนี้ต้องการพบหลานสาวทั้งสองเนื่องจากหลังวันเกิดเหตุไม่ได้เจอหน้าหลานสาวอีกเลย ทำให้รู้สึกเป็นห่วง เพราะดูแลหลานมาตั้วแต่แรกเกิดหลังจากที่แม่เด็กเสียชีวิต ทำให้มีความผูกพันเป็นอย่างมาก ส่วนตัวอดีตลูกเขยก่อนหน้านี้ก็จะมาพบหลานสาวทั้งสองคนปีละครั้ง และให้เงินช่วยเหลือประมาณ 5000-10,000 บาทต่อปีเท่านั้น โดยไม่เคยมาดูแลจริงจัง อีกทั้งฐานะของอดีตลูกเขยไม่ค่อยดี ยังมีลูกชายอยู่แล้ว 1 คน และไม่มีผู้หญิงอยู่ในครอบครัวเลย ทำให้กังวลว่าอาจดูแลหลานสาวทั้งสองคนได้ไม่ดี ส่วนการนัดเจรจากับลูกเขยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นตนเองไม่ได้เดินทางไปเนื่องจากมีอาการปวดท้อง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปร่วมเจรจาได้ และตนเองก็ไม่ได้อยากเจอทนายความ แต่อยากเจอหน้าหลานสาวทั้งสองคน

ด้าน นายอนุสรค์ อะสุระพงษ์ ทนายความของยาย ระบุว่า ในวันนี้มาลงบันทึกประจำวัน และขอให้ตำรวจเชิญตัวอดีตลูกเขยของคุณยาย โดยให้นำเอกสารหลักฐานแสดงความเป็นพ่อเด็กและเอกสารรับรองบุตร หรือ คำสั่งศาลมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากที่ผ่านมาทางครอบครัวคุณยายไม่เคยเห็นเอกสารเหล่านี้เลย แม้กระทั่งใบทะเบียนสมรส ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรับเรื่องไว้และเชิญพ่อเด็กมาเจรจากับคุณยายต่อไป

จ่อออกหมายจับคดีค้ากามแม่ฮ่องสอน อีก 8 คน ส่วนใหญ่เป็นตำรวจ

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เผย เตรียมออกหมายจับกลุ่มซื้อบริการทางเพศอีก 8 ราย มีตำรวจมียศตั้งแต่ สิบตำรวจตรี ถึงระดับ พันตำรวจโท รวมอยู่ด้วย

พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อมอบนโยบายและเร่งติดตามผลการกวาดล้างการค้าประเวณีในพื้นที่ พร้อมกับแถลงผลการสืบสวนและสอบสวนขยายผลการบังคับสาววัย 18 ปี ค้าประเวณี ว่า ในวันนี้จะมีการออกหมายจับ กลุ่มผู้ที่เข้าไปซื้อบริการเพิ่มเติมอีก ประมาณ 7 – 8 คน โดยผู้ที่ถูกซัดทอด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการครู และแม่เล้าอีก 2 ราย ซึ่งผู้กระทำผิดบางคนมีลักษณะการเข้าไปซื้อบริการ ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง

ขณะเดียวกัน มีบางกลุ่มที่มีการบังคับข่มขืนในลักษณะรุมโทรม ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจมากกว่ากลุ่มอื่น โดยมียศตั้งแต่ สิบตำรวจตรี ถึงระดับ พันตำรวจโท เบื้องต้นทราบว่านายตำรวจยศพันโท ขณะนี้สังกัดสถานีตำรวจนอกพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน