เพจดังจี้รื้อคดี คนขับรถปอร์เซ่ชนต้นไม้ ที่แท้เคยควบมินิชนพลเมืองดีเจ็บปี 55

เป็นเรื่อง!! หนุ่มขับปอร์เช่ประสบเหตุชนคนบนทางเท้าย่านนวมินทร์ ที่แท้เคยก่อเหตุขับรถชนพลเมืองดีเมื่อปี 55 ด้านเพจดังจี้รื้อคดีหวังให้คนรวยได้รับโทษตามกฎหมาย

วันนี้ (26 เม.ย. 60) แฟนเพจชื่อดังอย่าง “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ หลังจากพบว่าคนขับรถหรูปอร์เช่เสียหลักพุ่งเข้าชนจักรยานยนต์และคนเดินเท้า จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนคลองลำเจึยก แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา เป็นคนๆ เดียวกับที่เคยก่อเหตุขับมินิคูเปอร์สีแดงชนพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนสะพานพระราม 9 เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2555 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวม 4 ราย ซึ่งคือนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, ปอร์เช่, มินิคูเปอร์

โดยเพจดังกล่าวมีข้อความระบุว่า สวัสดีค่ะ หนูอยากขอความช่วยเหลือ ช่วยกันแชร์ ช่วยกันประจาน คนเลว ที่ขับรถแย่ ขาดความรับผิดชอบบนท้องถนน ด้วยค่ะ ข่าวรถปอร์เช่ซิ่งขับชนคนขับจยย.เมื่อไม่นานมานี้ คือคนเดียวกันที่ขับรถมินิคูเปอร์แดงชนคนพลเมืองดีที่ลงไปช่วยคนอื่นอยู่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน ทางนั้นไม่มีการช่วยเหลือหรือรับผิดชอบใด แถมหลบหนีอีกต่างหาก !!

ข่าวมินิคูเปอร์ เมื่อ 5 ปีก่อน คนเจ็บ 4 คน เจ็บหนักหลับไปเกือบ 4 เดือนหนึ่งคน ฟื้นมาไม่ปกติ แต่คนขับลอยนวลทำตัวเที่ยวเล่นปกติใช้ชีวิตสุขสบายบนความทุกข์ของคนอื่น เปลี่ยนรถขับ แล้วบอกไม่มีเงินมาช่วยเหลือคนเจ็บ จนทุกวันนี้คดีได้เงียบไปแต่ศาลตีดสินไปแล้วและครอบครัวมันไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ ตามคำตัดสินของศาล อยากจะขอความเห็นใจ ความเป็นธรรมให้กับคนที่เค้าเดือดร้อนจิงๆ ชีวิตได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ช่วยรื้อคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง !!! เพราะหนูคือ 1 ใน 4 คนที่มันชนละหนี ละไม่รับผิดชอบใดๆๆๆ เลยจนถึงทุกวันนี้ขึ้นศาลหลายรอบก็ได้แต่ไกล่เกลี่ย อาม่าบอกไม่มีตังค์ตลอด แต่สามารถถอยรถให้หลานใหม่ได้

อาม่าเคยมาเยี่ยมตอนนอนอยู่ที่ รพ. 1 ครั้ง หลานไม่เคยมาอาม่าออกข่าวว่าจะช่วยเหลือทุกคน แต่ไม่เคยได้สักบาทจากอาม่า พอขึ้นศาลอาม่ามาบอกไม่มีตังค์ มีแค่ทางฝั่งวิริยะที่ทำประกันไว้ช่วยเหลือคนที่ถูกชนคนละ วงเงิน 1 ล้านบาท แต่จ่ายตามการรักษาจริง อยากให้ ปชช. รับรู้ และขอความเป็นธรรมหน่อย อย่างน้อยฝั่งนั้นควรจะรู้สึกผิดชอบบ้างพอศาลตัดสินให้ชดใช้ 14 ล้านก็ไม่ชดใช้ค่ะ ขอแต่ไกล่เกลี่ยจนทุกวันนี้ไม่ได้เลยสักบาท

#เด็กเวรนี่โดนสปอยมาตั้งแต่เด็กไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ตราบใดอาม่ายังสอนลูกสอนหลานแบบนี้ไปเจอพวกโหดๆตายฟรีแน่นอน

#สถานีตำรวจล่าสุดที่ทำคดีนี้ว่าไง เคยขับขี่มาแบบนี้เกิดอุบัติเหตุแต่ขับหลบหนีเป็นคดีขึ้นศาลขนาดนี้ มีกฎหมายอะไรใช้บังคับไอ้คนนี้บ้าง ขณะนั้นมันเป็นเยาวชนอายุ 18 ตอนนี้มันอายุ 23 แล้วผู้เสียหายที่โดนล่าสุดเป็นไงบ้าง อาม่าจะออกหน้าอีกรึปล่าว จะต้องให้มันชนคนตายก่อนรึไง ถึงจะเอาผิดคนแบบนี้ได้ !!!

#คนรวยนี่มันจะรอดไปสะทุกอย่างรึไงว่ะ!!!!!!

ผบ.สส.ยันเรือดำน้ำจำเป็น เล็งให้ ทร.แจงหลังเซ็นสัญญา

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยัน เรือดำน้ำจำเป็น รอให้กองทัพเรือดำเนินการเซ็นสัญญาเรียบร้อย ก่อนให้ ผบ.ทร. ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด

พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แถลงข่าวภายหลังการประชุมบัญชาการเหล่าทัพถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ และรอประสานการเซ็นสัญญากับจีน ทั้งนี้กระบวนการจัดซื้อนั้นต้องใช้ระยะเวลานาน แต่เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น ทางกองทัพเรือ จะแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียด

เรือดำน้ำ, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องมีเรือดำน้ำ ตามยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ เพื่อไม่ให้ตกเป็นรองต่างประเทศมากเกินไป

ทั้งนี้ในระหว่างการแถลงข่าว สื่อมวลชนได้พยายามขอให้ พล.ร.อ.ณะ อารีย์นิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ชี้แจงการกรณีนี้ แต่ พล.อ.สุพงษ์ ได้ขอให้รอการดำเนินการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ

ข่าวจาก INN

ตำรวจคุมพ่อค้าไอซ์ข้ามชาติชาวมาเลเซีย ฝากขังที่ศาลอาญา

ตำรวจปส. คุมตัว พ่อค้ามาเลเซียค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ฝากขังที่ศาลอาญา

พ.ต.ต.หญิงดวงกมล เตียเจริญ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 บช.ปส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้นำตัว นายโก จุน เกียต (Mr. GOH HOON KIAT) อายุ 43 ปี ชาว จ.ยะโฮ ประเทศมาเลเซีย ผู้ต้องหาคดีค้า เฮโรอีนรายใหญ่ ในข้อร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.-7 พ.ค.2560 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

จากกรณีที่ นาย โก จุน เกียต อยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายเดียวกับที่เคยจับกุมผู้ต้องหาพร้อมเฮโรอีนเกือบ 50 กก.และขยายผลจับกุม นายโก จุน เกียต ขณะกำลังจะเดินทางกลับประเทศมาเลเซียโดยจะมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมง แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 7 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ยาเสพติด รอผลตรวจประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงขออนุญาตฝากขังและขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง มีลักษณะเป็นเครือข่าย เกรงว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาจะหลบหนีศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง