เลขานายกฯ แจง ไล่ออก “ธาริต” เป็นไปตามอำนาจ ชี้ ผิดร้ายแรง

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจง ไล่ออก “ธาริต” เป็นไปตามอำนาจ ชี้ ผิดร้ายแรง ยันตรวจสอบถี่ถ้วนเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเตรียมตัวร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนราชอาณาจักรบาห์เรน ได้ชี้แจงกรณีคำสั่งลงโทษไล่ออก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นเอกสารทางการว่า เป็นการดำเนินการตามที่ประธานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งมา หลัง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ

โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ และหนี้สินลดลงผิดปกติ รวมมูลค่ากว่า 346,652,588 บาท โดยเมื่อสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช. และได้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป.ป.ช., สำนักงาน ก.พ. และ สำนักงานกฤษฏีกา เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า นายธาริต เมื่อถูกย้ายมา และได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงเป็นอำนาจของเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในการออกคำสั่ง

ทั้งนี้ หน่วยงานข้างต้น ได้ให้ความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า กรณีนี้เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาลงโทษตามที่กำหนดในมาตรา 80(4)แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 โดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอื่น ประกอบกับที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ว่าการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ เป็นความผิดร้ายแรง ควรลงโทษไล่ออกจากราชการ จึงได้มีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา

สุดเถื่อน! คนร้ายใช้ปืนจี้หัว ชิงทรัพย์แม่นักมวยดัง ดีกรีแชมป์โลก

สุดเถื่อน! คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ แม่ของนักมวยชื่อดัง ดีกรีแชมป์โลก ก่อนซิ่งจยย.หลบหนี

วันนี้(24 เม.ย.) เวลา 00.30 น. พ.ต.ต.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในซอย 14 บุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยวไม่มีแม้แต่ไฟส่องสว่าง โดยมีนางปราณี กลิ่นมี อายุ 48ปี เป็นผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนจี้บังคับเอาเงินไปจำนวน 19,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง จากนั้นก็พากันซิ่งจยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

จากการสอบถามนางปราณี ทราบว่าระหว่างที่ตนเองได้ขับขี่จยย.เข้ามาภายในซอยดังกล่าวมีชายวัยรุ่น 2 คนรูปร่างเล็ก คนขับสวมเสื้อสีขาว คนซ้อนสวมเสื้อสีแดง สวมหมวกกันน็อคนิรภัยปิดังใบหน้า เข้ามาปาดหน้ารถของตนจนเสียหลักเข้าข้างทาง คนซ้อนท้ายก็ชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของตนเองแล้วบังคับให้ส่งทรัพย์สิน ภายในผ้ากันเปื้อนไป ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ตนเองนั้นไปขายข้าวแกงกลับมา

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด เนื่องจากการก่อเหตุอย่างอุกอาจและป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า นางปราณี (ผู้เสียหายนั้น) เป็นมารดาของ นายสุดสาคร ส.กลิ่นมี นักมวยชื่อดังระดับประเทศ เป็นนักมวยผู้ครองแชมป์โลกรายการเวิลด์คิกบ็อกซิ่งเน็ตเวิร์กมวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวท วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ตร. โร่แจง หลังคลิปว่อนรุมล็อกตัวชาวบ้านกลางถนน

ตร.แจงคลิป จนท.รุมล็อกตัวชายริมถนน เผยเป็นคนเมาถ่ายรูปคิดว่าต้างด้าว หลังตรวจบัตร ปชช.กลับผลักอก-วิ่งหนี

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 เม.ย. 60) พ.ต.ท.ศิรณวิชญ์ อินทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีคลิปเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำนวนหนึ่งใช้กำลังรุมจับกุมชายคนหนึ่งริมถนน  เนื่องจากไม่พอใจที่ชายคนดังกล่าวถ่ายรูปการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต (อ่านข่าว : วิจารณ์สนั่น! ตำรวจรวบหนุ่มยืนถ่ายรูป ชาวบ้านงงทำผิดอะไร?)ว่า

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เม.ย. เวลาประมาณ 09.00 น. ร.ต.ต.ณรงค์ ศรีแก้ว รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. พร้อมพวกรวม 4 นาย ไปทำการกวดขันวินัยจราจรบริเวณถนนพระราม 4 ขาเข้า หน้าตลาดไก่ คลองเตย ซึ่งมีร้องเรียนการจอดรถกีดขวางทำให้จราจรติดขัด ขณะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวมีชาย 1 คน เข้ามาถ่ายภาพการปฏิบัติหน้าที่ลักษณะเป็นรบกวนการทำงาน

ร.ต.ต.ณรงค์ฯ จึงเดินเข้าไปสอบถามพร้อมขอเรียกตรวจสอบบัตรประชาชนเข้าใจว่าอาจเป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในตลาดคลองเตย ทันใดนั้นเองชายดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไป มีใช้มือผลักตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.ต.ณรงค์ฯ กับพวกจึงวิ่งไล่จับทำการใส่กุญแจมือ แต่ใส่ได้เพียงข้างเดียวก็ถอดออกเนื่องจากพบว่าเป็นคนไทย ขณะวิ่งไล่จับชายดังกล่าวมีชนกระจกชาวบ้านได้รับความเสียหาย

ข่าวตำรวจ, ตำรวจ, ตั้งด่าน, ถ่ายรูปตำรวจ

ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นชายไทย อายุ 47 ปี มีอาการเมาสุรา สอบถามรับว่าเพิ่งดื่มสุรามาจริง ขณะนั้นได้มีชาวบ้านเข้ามุงและถ่ายภาพ จึงได้พากันไปพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และได้ลงประจำวันไว้ โดยชายคนดังกล่าวยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของกระจกไปเรียบร้อย

ส่วนประเด็นการใช้กุญแจมือพบว่าเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจาก ร.ต.ต.ณรงค์ฯ เข้าใจว่าเป็นต่างด้าวไม่แสดงเอกสารและวิ่งหลบหนี อีกทั้งมีผลักตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนชายคนดังกล่าว รับว่าดื่มสุรามาจริงและคึกคะนองจึงนำกล้องมาถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจและชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อย และได้แยกย้ายกันกลับไป