“ซินแสโชกุน” ส่อโดนเพิ่ม 2 ข้อหา – ถูกสอบย้อนหลัง 10 ปี

“ซินแสโชกุน” ส่อโดนเพิ่ม 2 ข้อหา ถูกสอบย้อนหลัง 10 ปี ไม่พบบุคคลมีชื่อเสียง มีส่วนร่วมกับขบวนการ ส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้สร้างความน่าเชื่อถือ

พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงการดำเนินคดี นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ว่า สัปดาห์นี้จะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาได้ไปจากการกระทำผิด ว่ากระจายไปอยู่ที่ใดบ้าง โดยต้องตรวจสอบคดีอื่นๆ ย้อนหลังไปประมาณ 5 – 10 ปีที่ผ่านมา ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ใดบ้าง, คดีใดยังไม่ไกล่เกลี่ย หรือคืนเงินผู้เสียหาย

โดยนอกเหนือจากความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซ่องโจร ร่วมกันกู้ยืมเงินเพื่อการฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และความผิดฐานฟอกเงิน แต่ยังไม่พบบุคคลที่มีชื่อเสียง มีส่วนร่วมกับขบวนการนี้ โดยส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น

ด้าน พลตำรวจตรี สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยตัวเลขผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม โดยล่าสุด อยู่ที่ 430 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี

ซึ้ง! คุณตาเดินทางไกล 20 กม. เพื่อเอามะม่วงส่งไปรษณีย์ให้ลูก

ซึ้งในความรักของพ่อ คุณตาเดินทางไกล 20 กม. เพื่อเอามะม่วงส่งไปรษณีย์ให้ลูก เผยอยากให้ลูกลองชิมคนแรก

วันนี้ (24 เม.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก สุธิดา จันทร์โพธิ์ ซึ่งได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราว หลังจากพบคุณตาคนหนึ่งมาส่งมะม่วงที่ไปรษณีย์ ไปให้ลูกที่อยู่กรุงเทพฯ ได้กินเป็นคนแรก โดยคุณตาเดินทางจากบ้านมาอำเภอ ระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร โดยข้อความที่โพสต์ระบุว่า

“คุณตาทำอะไร เมื่อเช้าเบย์ไปส่งไปรษณีย์แต่เช้าเลย ส่งของให้ลูกค้า vip คนเยอะยังกับมด สงสัยหยุดยาวสงกรานต์ ตาเหลือบไปเจอคุณตานั่งเขียนชื่อ – ที่อยู่ตรงพื้น เพราะคนเยอะมากไม่มีที่ให้คุณตาเขียน ใจหนึ่งก็นึกไปเองว่า โอ้ว เดี๋ยวนี้การตลาดออนไลน์มันกระจายรวดเร็วถึงผู้สูงอายุแล้วหรือเนี้ย ไม่ได้การละ เรานี้จะช้ากว่าคุณตาได้ไง โลกหมุนเร็วขนาดนี้

เบย์ :สวัสดีค่ะคุณตา คุณตาจะส่งอะไรคะ หลายกล่องเชียว (ตอนนั้นยังไม่เปิดกล่องดู) คุณตา: ตาจะส่งมะม่วงไปให้ลูกที่กรุงเทพฯ
เบย์ : ส่งหมดนี้เหรอคะ โอ้ว หนักมากเลย มีแต่ลูกโตๆ  คุณตา:ใช่ครับ มันเพิ่งออกผล ตาเพิ่งปลูก อยากให้ลูกได้กินก่อนเพื่อน มันเป็นพันธ์ุเขียวเสวย ใหญ่ กรอบและมันมาก เบย์: คุณตาสุดยอดไปเลยลูกๆ คงดีใจค่ะ มาไกลไหมคะ คุณตา: มาจากบ้านไทยเจริญ
เบย์: บ้านไทยเจริญ ห่างจากอำเภอ เกือบ 20 กิโล “รักแท้ ต้องไม่มีเงื่อนไข” ขอบคุณความรักของคุณตาที่มีให้ลูก ทำให้เบย์ได้เรียนรู้เช้านี้”

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่อจำนวนมากในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมความรักของคุณตาที่มีต่อลูกอย่างมาก

“อเมริกันแอร์ไลน์ส” พักงานลูกเรือท้าต่อยผู้โดยสาร

สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส แถลงขอโทษและสั่งพักงานลูกเรือที่ทะเลาะกับผู้โดยสารกรณีแย่งรถเข็นเด็ก จนมีคลิปเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์

สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส สั่งพักงานพนักงานต้อนรับชายที่ก่อเหตุทะเลาะกับผู้โดยสาร กรณีแย่งรถเข็นเด็ก หลังปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้ที่ชื่อ “สุเรน เอเดียนธยา”

สายการบินกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมกับแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้โดยสารหญิงที่ถูกยึดรถเข็นเด็กและครอบครัวของเธอ รวมถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ จากการเดินทางที่ล่าช้ากว่ากำหนด มากกว่า 1 ชั่วโมง

สายการบินระบุว่า ภาพในคลิปวิดีโอไม่ได้สะท้อนถึงหลักการหรือวิธีดูแลลูกค้า ซึ่งแสดงถึงความอดทนหรือความเห็นอกเห็นใจ ที่เป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลลูกค้า และสายการบินรู้สึกผิดหวังต่อการกระทำเช่นนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาบนเที่ยวบิน 591 ซึ่งกำลังจะออกจากเมืองซานฟรานซิสโก ไปยังเมืองดัลลัส โดยพนักงานต้อนรับชาย ซึ่งขณะนี้ทางสายการบินยังไม่เปิดเผยชื่อ ได้ยึดรถเข็นเด็กจากผู้โดยสารหญิงที่กำลังอุ้มลูกแฝดอายุ 15 เดือน เนื่องจากสายการบินไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำรถเข็นเด็กขึ้นมาบนห้องโดยสาร

โอลิเวีย มอร์แกน ผู้โดยสารคนหนึ่ง เล่าว่า พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวแย่งรถเข็นเด็กออกจากผู้โดยสารหญิง ทำให้รถเข็นเกือบฟาดโดนหัวของเด็ก และหลังจากเธอต่อว่าเขาเรื่องการปฏิบัติตัวที่ไม่เหมาะสมกับผู้โดยสารหญิง พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวกลับตะโกนใส่หน้า พร้อมกับชี้นิ้วสั่งไม่ให้เธอยุ่งกับเรื่องนี้

จากนั้น มีผู้โดยสารชายอีกคนลุกขึ้นมาต่อว่า พนักงานคนดังกล่าวจึงหันมามีปากเสียงกับเขาแทน และผู้โดยสารได้ลุกออกจากที่นั่งเพื่อเผชิญหน้ากับพนักงาน ซึ่งท้าให้ผู้โดยสารต่อยเขา