เริ่มแล้ววันนี้ ปรับจร. แยกรัชโยธินเป็นสี่แยก ห้ามเลี้ยวขวา

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต –สะพานใหม่-คูคต แจ้งปรับการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินเปลี่ยนจากวงเวียนเป็นสี่แยกธรรมดา แต่ยังคงห้ามเลี้ยวขวาเหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่วันนี้

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต –สะพานใหม่-คูคต ขอประชาสัมพันธ์การจราจรบริเวณแยกรัชโยธิน ตั้งแต่วันนี้ (24 พ.ค.) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป การจราจรที่สี่แยกรัชโยธินเปลี่ยนจากวงเวียนเป็นสี่แยกธรรมดา แต่ยังคงห้ามเลี้ยวขวาเหมือนที่ผ่านมา รถที่ต้องการเลี้ยวขวา ให้แล่นตรงผ่านสี่แยกไปกลับรถข้างหน้า ดังนี้

แยกรัชโยธิน

1. รถที่มาจากรัชวิภา จะไปห้าแยกลาดพร้าว ให้ตรงไปกลับรถที่หน้าปั๊มเชลล์
2. รถที่มาจากแยกเกษตร จะไปรัชวิภา ให้เลี้ยวเข้าถนนรัชดา ไปกลับรถหน้าปั๊มเชลล์ หรือตรงไปกลับรถที่ซอยพหลโยธิน 24
3. รถที่มาจากศาลอาญา จะไปเกษตรศาสตร์ ให้ตรงไปกลับรถหน้า SCB
4. รถที่มาจากห้าแยกลาดพร้าว จะไปย่านศาลอาญา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาไปกลับรถที่หน้า SCB หรือตรงไปกลับรถที่ซอยพหลโยธิน 30

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน โปรดปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

ผู้ต้องหา 4 คน เข้ามอบตัวคดีกระทำชำเรา ด.ญ.14 ปี

กรณีวัยรุ่นชาย 6 คน กระทำอนาจารเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ จ. หนองคาย ล่าสุด ผู้ก่อเหตุ อีก 4 คน ได้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นชาย 6 คน ร่วมกันบังคับขู่เข็ญ และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านถ่อน ตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุการณ์ เพื่อนของเด็กหญิงได้เข้าแจ้งเหตุกับตำรวจที่ตู้ยามหน่วยบริการประชาชนตำบลนาถ่อน ก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุม นายนราศักดิ์ โคตรชมพู ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ส่วนวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุอีก 5 คน หลบหนีไปได้

ล่าสุด วัยรุ่นชาย 4 คน จาก 5 คนที่หลบหนี ได้เข้ามอบตัว โดยให้การปฏิเสธ อ้างว่า ในคืนวันเกิดเหตุไปดื่มสุราที่บ้าน นายนราศักดิ์ ก่อนจะย้ายไปยังกระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ระหว่างทางพบกลุ่มเด็กผู้หญิงอยู่ริมทาง จึงชวนมานั่งดื่มเหล้าด้วย โดยไม่ได้กระทำการลักษณะรุมโทรม และใช้หลักทรัพย์คนละ 2 แสนบาท ประกันตัวออกไป

ด้าน พลตำรวจตรี ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า เมื่อผู้ต้องหาปฏิเสธ ก็จะนำตัวไปตรวจร่างกาย พร้อมเก็บ ดีเอ็นเอ ไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเด็กหญิงนั้น แพทย์ได้ตรวจร่างกายแล้ว หากผลตรวจพบหลักฐานถูกข่มขืน ก็จะนำไปประกอบสำนวนการสอบสวน

ตำรวจรับ มีจดหมายเตือนก่อนเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า

ตำรวจ ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน มีจดหมายเตือนก่อเหตุ ในย่านนั้น

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า คดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน มีจดหมายถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง บนถนนพะราม 6 ให้ระวังการก่อร้ายในโรงพยาบาลละแวกใกล้เคียงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งมีการแจ้งความไว้แล้ว

นอกจากนี้ ตรวจพบว่าระเบิดถูกนำไปวางไว้ ก่อนเกิดระเบิดประมาณ 2- 4 ชั่วโมง และลักษณะประกอบระเบิด ยังเชื่อมโยงกับเหตุที่หน้ากองสลากฯ ถนนราชดำเนิน, หน้าโรงละครแห่งชาติ รวมถึงเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯเมื่อปี 2550

ขณะที่ผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ระบุว่า เหตุระเบิด มีความเชื่อมโยงกับลักษณะระเบิด ช่วงชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2550 ที่มีการก่อเหตุบริเวณเมเจอร์ รัชโยธิน, ซอยราชวิถี 26 และกองบัญชาการทหารบก เนื่องจากวัตถุพยานตรงกัน อาทิ ชิ้นส่วนท่อพีวีซี, ไอซีทามเมอร์ หรือตัวตั้งเวลา, วงจรประจุ, แบตเตอรี่ และสายไฟเชื่อมต่อวงจร ต่างกันที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ใช้ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด ดังนั้น ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอ ที่แจกัน จากกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานสำคัญ เป็นภาพแจกันสีเขียว ใส่ดอกไม้สีส้ม ที่คาดว่าใช้บรรจุไปป์บอมบ์ ติดบนผนังจุดเกิดเหตุ รวมทั้งผู้ต้องสงสัย ซึ่งภาพดังกล่าว ถูกบันทึกไว้ประมาณ 10.30 น.วันที่ 22 พฤษภาคม ก่อนเกิดเหตุเพียง 10 นาที โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ระบุว่า ไม่เคยเห็นแจกันดังกล่าวมาก่อน

นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตุว่า เหตุครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับครั้งก่อนๆ พร้อมขออย่ากล่าวหาว่า รัฐบาลก่อเหตุขึ้นเอง โดยมองว่า เป็นฝีมือของกลุ่มที่หวังจะเข้ามาเป็นรัฐบาล