ฟ้าผ่าโรงเรียน ตชด. อ.อุ้มผาง จ.ตาก นักเรียนบาดเจ็บ 18 ราย สาหัส 1 ราย

เกิดเหตุ ฟ้าผ่าโรงเรียน ตชด. อ.อุ้มผาง จ.ตาก ขณะนักเรียนนั่งเล่นเป็นกลุ่มใต้ต้นไม้ใหญ่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย สาหัสอีก 1 ราย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฟ้าผ่าที่โรงเรียน ตชด. บ้านแม่กลองใหญ่ ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนักเรียนส่งถึงโรงพยาบาลอุ้มผางแล้ว จำนวน 14 คน โดยมีอาการบาดเจ็บสาหัส 1คน และ อยู่ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลอุ้มผางอีก 4 คน

โดย นายประทีป โพธิ์เที้ยม นายอำเภออุ้มผางได้เดินทางมาตรวจสอบที่โรงพยาบาลอุ้มผางด้วย อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีรายงานว่า สาเหตุของการเกิดฟ้าผ่ามาจากสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ป่า ประกอบกับมีเด็กนักเรียนนั่งเป็นกลุ่มอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างอาคารเรียนจึงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

“แบกโอ่งขายไก่อบ” อาชีพน่าสนใจสร้างรายได้จำนวนมาก

ฮือฮา สามล้อเครื่องที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้บรรทุกโอ่งขนาดใหญ่ ภายในเปิดร้านขายไก่และหมูอบโอ่งเคลื่อนที่

ชาวบ้านย่านชุมชนสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่างพากันสะดุดตากับสามล้อเครื่องคันหนึ่ง ที่บรรทุกโอ่งขนาดใหญ่ ซึ่งภายในขายไก่และหมูอบโอ่งเคลื่อนที่  เมื่อได้ลองอุดหนุนซื้อไปลองชิมก็ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมไม่เหมือนใคร

ผู้สื่อข่าว MThai จึงได้ทำการลงพื้นที่สำรวจ ก็พบว่าร้านไก่อบโอ่งเคลื่อนที่คันนี้เป็นของ “นายชวาล ศรีประ” อายุ 34 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ หน้าค่ายพระปิ่นเกล้า ( กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เกิดไอเดียสร้างร้านไก่และหมูอบโอ่งแบบเคลื่อนที่เป็นเจ้าแรกในเชียงใหม่ โดยใช้เวลาหลังเลิกงานตระเวนขายตามย่านชุมชนต่าง ๆ ในตัวเมือง สร้างรายได้เป็นอย่างดี

เมื่อได้สอบถาม “นายชวาล” ตนก็เล่าว่า ต้องการหารายได้เสริมหลังเลิกงานและเห็นว่าหากทำอะไรที่คนอื่นทำอยู่แล้วก็คงจะสู้รายอื่น ๆ ได้ยาก จึงเกิดไอเดียทำรถขายไก่อบโอ่งแบบเคลื่อนที่เพราะแปลกใหม่ไม่มีใครทำมาก่อน โดยใช้โอ่งเป็นจุดขายด้วยการนำขึ้นไปอบและขายให้กับลูกค้าแบบถึงที่

เมื่อคิดได้แล้วจึงค้นหาสูตรจากยูทูป (Youtube.com) และนำมาทดลองดัดแปลงให้เป็นรสชาติแบบเฉพาะตัวตามที่ตัวเองชอบ ใช้เวลา 1 เดือนจึงลงตัว หลังจากนั้นจึงหาซื้อโอ่งและสามล้อเครื่องมาประกอบเป็นร้านเคลื่อนที่และนำออกเร่ขายในช่วงเย็นหลังเลิกงาน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้า ขายดีทุกวัน วันละ 3 – 4 กิโลกรัม ได้กำไรหักต้นทุนวันละกว่า 500 บาท

ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่แล้ว รถขายแบบเคลื่อนที่ยังทำให้ตัดปัญหาเรื่องต้นทุนเช่าร้านและยังทำให้ลูกค้าได้รับประทานไก่และหมูอบร้อน ๆ จากโอ่ง พร้อมข้าวเหนียวและน้ำจิ้มสูตรเด็ด นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าติดใจเพราะหมูและไก่อบโอ่งถูกรีดไขมันออกทั้งหมดตั้งแต่ในโอ่ง ถูกใจคนรักสุขภาพ

ล่าสุดได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจนมีหลายคนมาสอบถามขอซื้อแฟรนไชส์ แต่ตนเองยังไม่ได้คิดไกล เพราะเพิ่งเริ่มขาย แต่ในอนาคตจะมีการตั้งชื่อ “FIN” พร้อมจดลิขสิทธิ์ สูตรไก่-หมูอบโอ่ง พร้อมสูตรน้ำจิ้มที่ทำขึ้นเองทั้งหมดแน่นอน

สาวจบ ป.ตรี ไม่กลัวมอมแมม ลาออกงานออฟฟิศ เปิดอู่ซ่อมรถ

สาวจบ ป.ตรี ลาออกงานออฟฟิศ เปิดอู่ซ่อมรถ ไม่หวั่นเนื้อตัวมอมแมม 

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ร้านสันติผ้าเบรก ริมถนนราชสีมา-จักราช (เพชรมาตุคลา) ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวสวยวัยเพียง 24 ปี ชื่อว่า น.ส.ภาวิดา ใยงูเหลือม หรือ น้องข้าวฟ่าง โดยทุกวันน้องข้าวฟ่างจะต้องทำหน้าที่ถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ซ่อมเบรก เจียรจานดิสเบรก และซ่อมช่วงล่างรถยนต์ของลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่ร้าน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของลูกค้าที่ไปใช้บริการ เนื่องจากน้องข้าวฟ่างมีรูปร่างผอมบาง และมีหน้าตาสะสวย แต่กลับสามารถคลุกคลีกับอุปกรณ์ช่าง และน้ำมันเครื่องรถยนต์ จนเสื้อผ้าเนื้อตัวดำมอมแมม

น้องข้าวฟ่าง เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้เรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาด จาก ม.ราชภัฏนครราชสีมา เมื่อปี 2557 และเมื่อจบใหม่ๆ ก็ได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณมือถือแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 1 ปี จากนั้นน้องข้าวฟ่างก็ลาออกจากงานแล้วกลับไปทำธุรกิจร้านรับซ่อมผ้าเบรก และช่วงล่างรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน โดยน้องข้าวฟ่างรับช่วงธุรกิจต่อจากคุณพ่อ คือ นายสันติ ใยงูเหลือม อายุ 51 ปี

โดยครอบครัวของตน คุณพ่อคุณแม่มีลูกสาวทั้งหมด 3 คน ตนเป็นลูกสาวคนโต ตนเลยตัดสินใจกลับไปช่วยงานธุรกิจของครอบครัว เพราะตอนเด็กๆ ตนก็คลุกคลี และเคยช่วยงานของคุณพ่อบ่อยๆ ทั้งนี้ตนไม่เคยกลัวเปื้อน เพราะถ้าหากเปื้อนแล้วได้เงินตนก็ทำได้ โดยตนตั้งใจจะทำงานแบบนี้ไปตลอด ซึ่งตนอยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ เพราะคุณพ่อทำงานหนัก และเหนื่อยมานานแล้ว ต่อจากนี้ไปตนจะช่วยงานของที่บ้านเอง และอยากให้คุณพ่อได้พักผ่อนบ้าง

ด้านนายสันติ พ่อของน้องข้าวฟ่าง เล่าว่า ตอนน้องข้าวฟ่างเรียนอยู่ระดับมัธยม ก็ได้มาช่วยงานในอู่เป็นประจำ ซึ่งตนก็ได้สั่งสอนลูกสาวว่าถ้าคนเรามีความขยัน อดทน และไม่เลือกงาน ก็จะไม่มีวันลำบากแน่นอน ดังนั้นจึงได้ให้มาช่วยงานที่อู่ โดยให้ทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำ เช่น การทำเบรก เจียรจารเบรก ย้ำผ้าครัช เปลี่ยนลูกหมาก และถ่ายน้ำมันเครื่อง ซึ่งลูกสาวก็พยายามทำช่วยพ่อมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อไปเรียนในระดับปริญญาตรี ก็ทิ้งช่วงการมาช่วยงานที่อู่ระยะหนึ่ง เพราะไม่มีเวลา ก่อนที่จะไปทำงานในบริษัทเอกชน และลาออกมาบอกพ่อว่า อยากมาช่วยพ่อทำงานในอู่

ตอนแรกตนก็รู้สึกกลัวว่าลูกสาวจะเสียโอกาสได้ทำงานสบายๆ เหมือนสาวคนอื่น แต่ลูกสาวก็ยังยืนยันว่าจะมาช่วยพ่อทำงานบริหารอู่แห่งนี้ ให้มีการพัฒนาได้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่อให้พ่อได้พักผ่อนบ้าง จึงรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก โดยตนหวังว่าลูกสาวคนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เรียนจบมาแล้วตกงานเป็นจำนวนมาก ให้รู้จักว่าถ้าคนเรารู้จักขยัน อดทน และไม่เลือกงานแล้ว ย่อมไม่มีวันอดตายแน่นอน

ข้อมูลข่าว/คลิป จาก  matichon tv