กรรมตามทัน! โจ๋ขับเก๋งชนราวสะพานดับแล้ว 1 หลังจ่อยิงคู่อริเสียชีวิต

หนึ่งในแก๊งโจ๋เสียชีวิตตามอริแล้ว หลังขับเก๋งไล่ฆ่าจนรถเสียหลักชนราวสะพาน ขณะที่ผู้ร่วมก่อเหตุอ้างแค้นหลังถูกเบิ้ลเครื่อง ยกล้อรถจักรยานยนต์ใส่ 

ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถเก๋งแหกโค้งพุ่งชนราวสะพานห้วยน้ำเขียวในพื้นที่ ต.คลอมท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (22 พ.ค. 60) หลังผู้บาดเจ็บได้พยายามขับรถหลบหนี จากการที่พวกเขาได้ก่อเหตุตามประกบยิงอริจนเสียชีวิต ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตรนั้น

ล่าสุด 1 ในผู้บาดเจ็บที่ร่วมก่อเหตุได้เสียชีวิตตามอริที่เขาตามฆ่าไปแล้ว ทราบชื่อคือ นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 16 ปี โดยพ.ต.ท.ดนัยธร ใจสบาย สารวัตรสอบสวน สภ.คลองท่อม เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยิงกันและคนร้ายไปชนราวสะพานบาดเจ็บ พบว่ามีความเชื่อมโยงกัน มีพยานยืนยันชัดเจน จึงให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามเฝ้าดูอาการของผู้บาดเจ็บทั้งหมด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ไปยิงนายจักรกฤษ จนเสียชีวิต และด.ช. มงคล จนบาดเจ็บสาหัสจริง สาเหตุมาจากการที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บ ได้เบิ้ลเรื่องรถใส่หน้าและยกล้อใส่ด้วย พวกตนเตือนไปแล้วแต่ก็ไม่สนใจ นายเอ็ม เพื่อนตนที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จึงเอาอาวุธปืนลูกซองมาไล่ยิงจนบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 คน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่เหลืออีก 2 คน ยังรักษาตัวอยู่ จะแจ้งดำเนินคดีหลังจากอาการดีขึ้นต่อไป

ผู้ปกครองกุมขมับ ลูกสวมวิญญาณจิตรกร ละเลงห้องโดยสารรถเละด้วยปากกา

ภาพห้องโดยสารรถยนต์พังเละ หลังเด็กน้อยสวมวิญญาณจิตกรใช้ปากกาขีดเขียนเต้มพื้นที่ หลังถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง แนะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ อย่าปล่อยเด็กอยู่คนเดียว !! 
วันนี้ (23 พ.ค. 60) คนในโลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อภาพชวนน้ำตาไหล หลังภายในของรถยนต์คันหนึ่งเต็มไปด้วยรอยปากกาที่ถูกแต่งแต้มโดยฝีมือของเด็ก โดยภาพได้เผยให้เห็นรอยปากกาถูกเขียนอยู่เต็มบริเวณคอนโซล กระจก รวมไปถึงฝ้าหลังคาในห้องโดยสารรถยนต์

ขณะที่ผู้โพสต์ซึ่งคือคุณ เขมินทรา วรรณณโชติวาทิน ได้มีข้อความระบุว่า “เก่งมากๆลูก…โตขึ้นต้องเป็นจิตกรฝาผนังแน่นอน… ให้ลูกไปรอในรถ จะส่งไปโรงเรียน… กลับมาขึ้นรถ…ก็สภาพอย่างที่เห็น…น้ำตาไหลเป็นทาง 5555555555 ลั่น กะจะแชร์จากพี่เขาไม่เปิดแชร์ #เฝ้าระวังและข้อมูลสื่อสาร” เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่า น้ำตาไหล

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยกให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ว่าอย่าปล่อยให้ลูกอยู่เพียงลำพังในรถ เพราะนอกจากจะเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวแล้ว ยังเป็นอันตรายอาจนำไปสู่อุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้