ชาญชัย แจง รัฐบาลบอกเลิกสัญญาคิง พาวเวอร์ เป็นเรื่องถูกต้อง ยันมีการทำผิดกฎหมายชัดเจน
วันที่ 18 พ.ค. 2560 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในคณะกรรมาธิการและปราบปรามการทุจริตฯ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงข่าวชี้แจงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นเรื่องคิง พาวเวอร์ ที่ สปท. เสนอให้รัฐบาลยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่การบริการสินค้าปลอดภาษีอากรในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ทั้งนี้ ต้องดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนเพราะการจะบอกเลิกสัญญามีขั้นตอน

ซึ่งรายงานที่ สปท. เสนอต่อนายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนสมบูรณ์ถึงการทำผิดกฎหมายตั้งแต่ก่อนเป็นสัญญา เพราะมีการหลีกเลี่ยงใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนกับเอกชนมาตั้งแต่แรกโดยการทำรายงานเท็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ร่วมกันทำผิด เช่น การสต็อกสินค้าคงคลังโดยที่ ทอท.จะได้รับผลประโยชน์ 15% จากยอดการขายสินค้า
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการบอกเลิกสัญญากับกลุ่มบริษัทนี้มาแล้ว แต่กลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้ฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย โดยบรรยายการฟ้องว่า กลุ่มบริษัทได้ลงทุนในสัญญาแรกคือ บริษัทคิง พาวเวอร์ บิวตี้ฟรีบนเนื้อที่ 5,000 ตารางเมตร เป็นเงินลงทุนจำนวน 1,091 ล้านบาท และสัญญาที่สอง ได้ลงทุนเชิงพาณิชย์ในการตกแต่งร้านค้าในพื้น 20,000 ตารางเมตร รวม 1,700 ล้านบาท ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้ยอมรับผิดเอง และได้ปกปิดข้อมูลการลงทุนฝ่ายเดียวของตนเองมาโดยตลอดก่อนการเซ็นสัญญาว่าลงทุนเกินวงเงิน 1,000 ล้านบาท
ทั้งยังมีความผิดในกรณีลักลอบขายสินค้าปลอดอากรโดยมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ตัดสินแล้วว่ามีการลักลอบขายสินค้าปลอดอากรจริง ซึ่งผิดกฎหมายและต้องยกเลิกใบอนุญาติขายสินค้าปลอดอากรได้ทันที ดังนั้นถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายหลายฉบับ
ดังนั้นการที่รัฐบาลจะบอกเลิกสัญญาที่ทำผิดกฎหมายเท่ากับเป็นการทำให้ถูกต้องและสามารถทำได้ทันทีโดยแจ้งเป็นโมฆะกรรม ซึ่งไม่ต้องเสียค่าโง่ใดๆ และยังสามารถเรียกเก็บเงินค่าเสียหายจากกลุ่มบริษัทเอกชนดังกล่าวได้อีกไม่น้อยกว่า 27,000 ล้านบาท ในกรณีร่วมกันทุจริตและหลีกเลี่ยงการไม่จ่ายเงินสิทธิประโยชน์ให้แก้ ทอท. 15% จากยอดการขายสินค้าตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะมีรายงานที่ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย สรุปข้อมูลว่ามีการกระทำผิดอะไร เมื่อใด ใครเป็นผู้กระทำผิด พร้อมหลักฐานเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี