สาว 16 ร้องทุกข์! อดีตสามีเผาทั้งเป็นขณะตั้งครรภ์ ผ่านมา 1 ปีคดีไม่คืบ

สาวอายุ 16 ปี ร้องทุกข์! หลังถูกอดีตสามีเผาทั้งเป็นขณะตั้งครรภ์ เหตุการณ์ผ่านมา 1 ปีคดีไม่คืบ

กรณีเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้เผยแพร่ภาพและเรื่องราวของหญิงสาว อายุ 16 ปี ชาวอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ตามร่างกายมีบาดแผลจากไฟไหม้ หลังจากถูกนายณรงค์ฤทธิ์ ตู้ประเสริฐ อดีตสามี หลอกให้ไปพบ และจุดไฟเผาทั้งเป็น ขณะที่ยังตั้งครรภ์ ทำให้บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกกังวล เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหายังคงอยู่ในพื้นที่ ด้านผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ยอมรับว่ายังไม่สามารถจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเผาหญิงสาววัย 16 ปี ได้ เนื่องจากหนีประกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เพิกเฉย และกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

คุม 4 ผู้ต้องหา เตรียมก่อเหตุระเบิดปลายปี 59 ฝากขัง ค้านประกัน

คอมมานโดคุม 4 ผู้ต้องหาเตรียมก่อเหตุระเบิดปลายปี 59 ฝากขังศาลอาญา คัดค้านประกันตัว

ตำรวจคอมมานโดกองปราบ ควบคุมตัว นายอัมรีย์ หะ, นายนุรมัน อาบู, นายมูฟตาดิน สาและ, และนายต่วนฮาฟิต ดือมุงกาป๊ะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดโดยนายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ และอั้งยี่ซ่องโจร มาขออำนาจศาลอาญา รัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรก

หลังวานนี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กองบังคับการปราบปราม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ โดยท้ายคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนกองปราบได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบว่าระหว่างวันที่ 25-30 ตุลาคม 2559 มีคนร้ายวางแผนเตรียมก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสืบหาข้อเท็จจริง จนกระทั่งศาลอาญาออกหมายจับรวม 17 คน ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดโดยนายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ และอั้งยี่ซ่องโจร จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 13 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 4 คน

ชาญชัย แจงรัฐบาลบอกเลิกสัญญา ‘คิง พาวเวอร์’ ยันมีการทำผิดกฎหมายชัดเจน

ชาญชัย แจง รัฐบาลบอกเลิกสัญญาคิง พาวเวอร์ เป็นเรื่องถูกต้อง ยันมีการทำผิดกฎหมายชัดเจน

วันที่ 18 พ.ค. 2560 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในคณะกรรมาธิการและปราบปรามการทุจริตฯ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงข่าวชี้แจงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นเรื่องคิง พาวเวอร์ ที่ สปท. เสนอให้รัฐบาลยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่การบริการสินค้าปลอดภาษีอากรในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ทั้งนี้ ต้องดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนเพราะการจะบอกเลิกสัญญามีขั้นตอน

ซึ่งรายงานที่ สปท. เสนอต่อนายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนสมบูรณ์ถึงการทำผิดกฎหมายตั้งแต่ก่อนเป็นสัญญา เพราะมีการหลีกเลี่ยงใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนกับเอกชนมาตั้งแต่แรกโดยการทำรายงานเท็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ร่วมกันทำผิด เช่น การสต็อกสินค้าคงคลังโดยที่ ทอท.จะได้รับผลประโยชน์ 15% จากยอดการขายสินค้า

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการบอกเลิกสัญญากับกลุ่มบริษัทนี้มาแล้ว แต่กลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้ฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย โดยบรรยายการฟ้องว่า กลุ่มบริษัทได้ลงทุนในสัญญาแรกคือ บริษัทคิง พาวเวอร์ บิวตี้ฟรีบนเนื้อที่ 5,000 ตารางเมตร เป็นเงินลงทุนจำนวน 1,091 ล้านบาท และสัญญาที่สอง ได้ลงทุนเชิงพาณิชย์ในการตกแต่งร้านค้าในพื้น 20,000 ตารางเมตร รวม 1,700 ล้านบาท ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้ยอมรับผิดเอง และได้ปกปิดข้อมูลการลงทุนฝ่ายเดียวของตนเองมาโดยตลอดก่อนการเซ็นสัญญาว่าลงทุนเกินวงเงิน 1,000 ล้านบาท

ทั้งยังมีความผิดในกรณีลักลอบขายสินค้าปลอดอากรโดยมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ตัดสินแล้วว่ามีการลักลอบขายสินค้าปลอดอากรจริง ซึ่งผิดกฎหมายและต้องยกเลิกใบอนุญาติขายสินค้าปลอดอากรได้ทันที ดังนั้นถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายหลายฉบับ

ดังนั้นการที่รัฐบาลจะบอกเลิกสัญญาที่ทำผิดกฎหมายเท่ากับเป็นการทำให้ถูกต้องและสามารถทำได้ทันทีโดยแจ้งเป็นโมฆะกรรม ซึ่งไม่ต้องเสียค่าโง่ใดๆ และยังสามารถเรียกเก็บเงินค่าเสียหายจากกลุ่มบริษัทเอกชนดังกล่าวได้อีกไม่น้อยกว่า 27,000 ล้านบาท ในกรณีร่วมกันทุจริตและหลีกเลี่ยงการไม่จ่ายเงินสิทธิประโยชน์ให้แก้ ทอท. 15% จากยอดการขายสินค้าตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะมีรายงานที่ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย สรุปข้อมูลว่ามีการกระทำผิดอะไร เมื่อใด ใครเป็นผู้กระทำผิด พร้อมหลักฐานเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี