เปิดบทกฎหมายชัดๆ ขับชนท้ายรถคันอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย

กฎหมายระบุชัดขับชนท้ายรถคันอื่นถือว่าผิดกฎหมาย หลังคลิปว่อนสาวไม่พอใจคู่กรณี ก่อนข่มขู่อ้างสารพัด ทั้งๆ เป็นคนผิดขับรถชนท้ายรถคันอื่น   

วานนี้ (17 พ.ค. 60) เพจ สายตรงกฎหมาย  ได้มีการโพสต์ข้อความในเรื่องของบทกฎหมายเกี่ยวกับกรณีการชนท้ายรถคันอื่น ภายหลังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการเสนอคลิปเหตุการณ์ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งออกอาการไม่พอใจ ข่มขู่คู่กรณีต่างๆ นานา  หลังถูกขัดขวางไม่ให้ไป เนื่องจากคู่กรณีต้องการให้หญิงคนดังกล่าวอยู่รอคุยกับประกัน เหตุจากเธอได้ขับรถชนท้าย โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า

เวลาเราขับรถไปแล้วบังเอิญว่า คันหน้ามันเบรคกระทันหันแล้วเราเบรคไม่ทัน เลยไม่ชนท้ายเค้า เราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่?

ในเรื่องนี้ กฎหมายเขาเขียนไว้ชัดเจน โดยใน พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 40 วางหลักไว้ว่า “ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควร ในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัย ในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ” จะเห็นได้ว่า กฎหมายวางหลักไว้แล้วว่าต้องหยุดรถให้ทัน ถ้าเราหยุดไม่ทัน ก็แปลว่าเราละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งต้องชดใช้ค่าเสียหายให้รถที่โดนชน

ดังนั้น จากกรณีข่าวฮ็อตโซเชียล จะอ้างว่า รถคันหน้าเบรคกระทันหันไม่ได้ รถที่ขับไปชนท้ายจึงมีความผิด ดังกฎหมายที่กล่าวมา

เพจ สายตรงกฎหมาย ยึดมั่นความยุติธรรม

นศ.ม.ดังไม่สำนึก ขับรถชนแล้วหนี ก่อนพาพวกป่วนเพจพลเมืองดีช่วยคนเจ็บ

เพจดังแฉ นศ.มหาวิทยาลัยดังไม่สำนึก ขับรถชนแล้วหนี ก่อนพาพวกมาป่วนเพจพลเมืองดีช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หลังลงเรื่องช่วยติดตามหาคนร้าย ขณะที่มหาวิทยาลัยทราบเรื่องแล้ว เร่งดำเนินการ 

เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (17 พ.ค. 60) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เมื่อ เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Jwwz Puljaruensil‘ ที่ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุรถชน พร้อมเขียนข้อความให้ผู้มีเบาะแส แจ้งข้อมูลเพื่อติดตามล่าตัวผู้ก่อเหตุขับรถชนแล้วหนี มาดำเนินคดี หลังเขาได้ขับรถชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของคุณลุงคนหนึ่งจนพักยับโดยไม่มาเหลียวแล   โดยมีข้อความระบุว่า

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ,  ชนแล้วหนี

จากกรณี มีนักศึกษาของ ม. เกษตร ได้ขับรถชนคนสูงวัยแล้วขับหนีไปโดยไม่ลงมาดู ปรากฏว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ แล้วโพสต์ตามหาคนชนเพื่อนำมารับผิดชอบและทางเพจก็ได้ช่วยโพสต์ตามหาคนขับเพื่อมารับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว จนเจอคนขับชนและได้เดินทางไปที่ สน. แล้วเข้าไกล่เกลี่ยเพื่อแสดงการแก้ไขและรับผิดชอบ

แต่ดูเอาเถิด นี่คือพฤติกรรมของบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่า นิสิตนักศึกษาของมหาลัยแห่งนี้ ไม่ช่วยเหลือเรื่องคดีความใดๆหรือให้ข้อมูลใดๆ แต่กับพากันมาป่วนเพจ ป่วนเฟซบุ๊กของคนที่เค้าช่วยเหลือกันตามหา

ไม่น่าเชื่อว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมามันไม่ช่วยขัดเกลาพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้เลย การชนแล้วหนีกลับกลายเป็นเรื่องตลกเพื่อนออกมาป่วนแทนเพื่อน เพื่อช่วยเหลือเพื่อน แถช่วยเพื่อนในสิ่งที่ผิด  นิสิตของ ม. แห่งนี้โปรดจงพิจารณาเอาเถอะว่าบุคคลกลุ่มนี้นำพาซึ่งความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของมหาลัยไหม๊ น่าอับอายยิ่งนัก !!!!!

ทั้งนี้หลังจากข้อความจากเพจดังได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่โจมตีการกระทำที่ไม่เหมาะสมของผู้ก่อเหตุและเพื่อนๆ ที่เข้ามาป่วนในครั้งนี้ ด้านสถาบันได้ทราบเรื่องแล้ว และพร้อมจะดำเนินการกับนักศึกษากลุ่มดังกล่าวให้ถึงที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4  และติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่  . .

‘วัฒนา’ โพสต์ซัดนายกฯ รัฐบาล 3 ปี มีแต่แย่ลง

“วัฒนา” FB อัด นายกรัฐมนตรี – รัฐบาล ไม่ยอมรับความจริงหนีเสียงวิจารณ์ ชี้ชัดผลงาน 3 ปีมีแต่แย่ลง เห็นพวกพ้องสำคัญกว่าประชาชน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Watana Muangsook โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีอ้างเหตุผลที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีผลงาน จึงเลื่อนการแถลงโดยจะไปชี้แจงในเดือนกันยายน ทั้งที่รัฐบาลบริหารประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชนแต่กลับไม่ยอมถูกวิพากษ์วิจารณ์ และเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลายครั้งจนเป็นพฤติกรรมสะสม เช่น การเลื่อนโรดแมป เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า ทำงาน 200% แต่สถานการณ์ต่างๆ กลับแย่ลง โดยสถิติตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาแสดงให้เห็นว่า จำนวนการจัดเก็บภาษีลดลง อัตราการเติบโตของการจัดเก็บภาษีลดลง อัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่แสดงกำลังซื้อของประชาชนลดลง อัตราการขยายตัวมูลค่าการส่งออกหยุดชะงัก มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่แสดงถึงการลงทุนใหม่ตกต่ำ แปลว่านักลงทุนไม่มั่นใจจึงไม่มีการลงทุน ส่งผลให้ การจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการ และ เงินคงคลังลดลง

ส่วนสถิติด้านบวกของรัฐบาล คือ งบประมาณและการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น งบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทั้งหมดคือผลงานสามปีเริ่มต้นจากประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาเป่านกหวีดเรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ จากนั้นเศรษฐกิจก็ตกต่ำแย่ลงทุกด้าน งบประมาณที่ควรถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถในการเสียภาษีให้กับประชาชน กลับถูกทุ่มเทให้กับทหารที่ยึดอำนาจจนทำให้บ้านเมืองเสียหาย แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับพรรคพวกตัวเองมากกว่าประชาชน ความทุกข์ยากจึงเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่ม