สุดฮิต! ‘วุ้นกะทิน้องหมา’ เจ้าของเร่งผลิตหามรุ่งยอดสั่งจองเพียบ

“วุ้นกะทิน้องหมา” สุดฮอตสองสามีภรรยาเร่งผลิตหามรุ่งหามค่ำสั่งจองข้ามเดือนไม่หวงวิชาสามารถนำไปต่อยอดสร้างอาชีพได้

วันนี้ 17 พฤษภาคม2560 ผู้สื่อข่าว จ.ปทุมธานี รายงานว่าในเฟสบุ๊กมีการแชร์ภาพและข้อความของผู้ใช้ชื่อวิไลวรรณ บ้านขนมไทย โดยมีการเขียนข้อ เกี่ยวกับการจำหน่ายวุ้นกะทิน้องหมาระบุว่า “ของดีเมืองปทุมธานีราคาของน้องหมา 25 บาทต่อกล่องสินค้าทำตามออเดอร์จร้า มัดจำก่อนเริ่มงานจร้า น้องหมาทำได้วันละ 10 ตัวต่อวันจร้าโดยบริการส่งตรงถึงบ้านคิดค่าส่งตามระบะทางจนมีผู้สนใจเข้าไปกดไลค์และกดแชร์กันเป็นจำนวนมาก ด้วยความแปลกที่วุ้นเป็นรูปสุนัขหน้าย่นนอนอยู่ในกล่องพลาสติกและมีการใส่สีที่คล้ายคลึงกับสุนัขจริงเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถึงที่มาของขนมชิ้นดีที่ดูแปลกตา ที่บ้านเลขที่ 115/240 หมู่บ้านเมืองประชาซ.8 หมู่ที่10 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ที่รับทำวุ้นกะทิรูปสุนัข ภายในบ้านก็พบกับนางสาววิไลวรรณ มีเงิน อายุ 30 ปี นายชุมพล ตันสกุล อายุ 29 ปี สองสามีภรรยา กำลังขมักเขม้นบรรจงทำวุ้นกะทิรูปสุนัขเพื่อส่งลูกค้าตามเวลาที่นัดหมายเพื่อให้ได้ลิ้มลองความอร่อย

โดยนางสาววิไลวรรณ มีเงิน เปิดเผยว่า ปกติตนเองและสามีมีงานประจำทำอยู่แล้วแต่อยากหารายได้เสริมช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือทำตามสั่งของลูกค้า สำหรับขนมวุ้นรูปสุนัขนี้ก็ทำมาได้ประมาณ 4-5 เดือนแล้วเนื่องจากมีความคิดอย่างลองทำวุ้นรูปร่างใหม่ๆจากเดิมที่เคยทำขายอยู่ กระทั่งล่าสุดมีลูกค้าสั่งซื้อวุ้นกะทิรูปสุนัขไปแล้วเกิดชอบจึงมีการโพสส์ลงเฟสบุ๊คและลงเว็ปไซต์จึงเกิดความโด่งดังจนตอนนี้ทำแทบไม่ทันเพราะเป็นงานที่ต้องเก็บทุกรายละเอียดของสัดส่วนสุนัขบนผ่านวุ้น ซึ่งปกติแล้วตนเองก็ทำขนมไทยๆออกขายตามเพจของร้านตนเองและตามตลาดนัดหลากหลายชนิดอยู่แล้ว

หลังจากมีการแชร์รูปวุ้นกระทิสุนัขต่อๆกันไปที่ตนเองจำหน่ายในราคา 25 บาท นั้น ทำให้เกิดความต้องการจากประชาชนล่าสุดถึงขนาดต้องจองข้ามเดือนกันแล้วเพราะตนเองไม่ได้มีการคิดมาก่อนเลยว่าจะขายดีและมีความต้องการของตลาดขนาดนี้ บล๊อกที่ใช้ทำขนมก็มีเพียงไม่มีชิ้นทำกันเพียงสองคนสามีภรรยา ซึ่งตอนนี้ถือว่าทำไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งการทำขนมขายนี้จากปกติที่ขายอยู่แล้วนั้นและมาได้รับความสนใจจากประชาชนอีกสำหรับวุ้นรูปสุนัขจะทำให้ตนเองมีเงินมาจุนเจือครอบครัว 5,000-10,000 ต่อเดือน ซึ่งหากใครจะนำไปเป็นแบบอย่างผลิตตนเองก็ไม่หวงห้าม ซึ่งการผลิตก็มีเพียงกะทิ น้ำหวาน บล๊อคพิมพ์และความปราณีตใจเย็นของผู้ผลิตแค่นี้ก็จะสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้แล้ว

ใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0944518641 (ปอ) และดูสินค้าเพิ่มได้ที่เพจ >> https://www.facebook.com/Wilaiwan01/

ตร.ตรวจเข้มหลังบึ้มโรงละคร-ไม่หวั่นป่วน 3 ปีคสช.

ตำรวจ รอผลตรวจพิสูจน์ พฐ. เหตุเสียงดังหน้าโรงละครแห่งชาติ พร้อมเข้ม รปภ. ส่งจนท.เดินเท้าตรวจตรา ไม่ห่วงใกล้ครบรอบ 3 ปี คสช.

พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบก.น.1 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดที่บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ว่าขณะนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากห้องแลปของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ วัตถุชนิดใด พร้อมกับตรวจไล่กล้องวงจรปิด บริเวณโดยรอบพื้นที่เพื่อหาเบาะแส ก่อนจะมีการประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้า

สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย อาจจะต้องเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเท้าตรวจตราเพิ่มมากขึ้นกว่าการยืนประจำจุด นอกจากนี้ทางกรุงเทพมหานครก็จะติดต้องกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

พ.ต.อ.อุทัย กล่าวอีกว่า การดูแลความปลอดภัยในเขตพื้นที่ ช่วงใกล้ครบรอบ 3 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทางด้านการข่าวปกติ เจ้าหน้าที่ก็ดูแลความปลอดภัยเช่นเดิม ไม่มีจุดใดน่าห่วงเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ประมาทเช่นกัน

ที่มา… INN

จวกยับ! สาวโพสต์รูปโชว์เนินอก ถาม ‘เป็นข้าราชการถ่ายรูปโชว์นมผิดระเบียบข้อไหน’

จวกยับ! สาวโพสต์รูปโชว์เนินอก ถาม ‘เป็นข้าราชการถ่ายรูปโชว์นมผิดระเบียบข้อไหน แก้ผ้าก็ไม่ผิด’ ทำเอาชาวเน็ตเกิดอาการไม่พอใจอย่างแรง

วันนี้ (16 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ภาพเห็นเนินหน้าอก พร้อมข้อความระบุว่า ถามค่ะ ???? #เป็นข้าราชการ…ถ่ายรูปโชว์นม…ผิด..ระเบียบข้อไหน #แก้ผ้าก็ไม่ผิดนี่หว่า ซึ่งมีการเช็คอินสถานที่ที่ เทศบาลเมืองท่าโขลง ปทุมธานี

ทั้งนี้ ภายในบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้มีการโพสต์ภาพหลายอย่างที่ชี้ชัดว่า หญิงสาวรายนี้เป็นข้าราชการ เนื่องจากมีการใส่ชุดสีกากีเต็มยศ แต่ไม่มีการยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการจากหน่วยงานใด เป็นแค่การคาดเดา

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่างกล่าวตำหนิการกระทำของหญิงสาวรายนี้ว่า ไม่เหมาะสม เนื่องจากข้าราชการเปรียบเสมือนตัวแทนของรัฐที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาจัดการ