คนเจ็บคู่กรณีเมียหลวงขับรถพุ่งชนผัว ไม่โกรธแค่อยากให้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

คนเจ็บคู่กรณีเมียหลวง ขับรถพุ่งชนผัว ไม่โกรธแค่อยากให้รับผิดชอบรักษาค่าพยาบาล และค่าซ่อมรถ จะได้กลับไปทำงาน

จากกรณีข่าวที่เมียหลวงติดตั้งตัวติดตามสัญญาณ GPS ไว้กับรถยนต์ของผู้เป็นสามี แล้วขับตามจนพบว่า สามีมากับกิ๊กสาวจึงขับรถยนต์พุ่งชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน ซึ่งสาวที่นั่งมาด้วยนั้นได้รับบาดเจ็บแขนขวาหักถูกนำตัวส่ง ร.พ.เปาโลรังสิต ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ค. 60) ที่ โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2 ห้อง 3205 ชั้น 2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายพีรพงษ์ หนูช่วย อายุ 39 ปี นศ.ปริญญาเอก พระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งทำงานร่วมกับ สวทช. ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงนอนรักษาตัวอยู่เพราะบาดแผลที่ใบหน้าเย็บ 18 เข็ม จากอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งยังคงบวมอยู่และแผลยังไม่แห้งสนิท แพทย์ต้องฉีดยาแก้ปวดให้อย่างต่อเนื่องเพราะคนไข้มีอาการปวด

ทั้งนี้ นายพีรพงษ์ เปิดเผยว่า คืนที่ผ่านมามีผู้หญิงที่เป็นน้องสาวของผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเข้ามาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกันก่อนที่หญิงดังกล่าวจะเดินทางกลับ ซึ่งรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า อาเวนซ่า สีขาว ทะเบียน กง-797 ชุมพร ที่ตนเองนั่งมาประสบเหตุก็ยังไม่ได้มีการซ่อมแซม เพราะต้องรอสำนวนคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนบริษัทประกันของคู่กรณีจึงจะพิจารณาซ่อมแซมให้ ตอนนี้รถยนต์ก็ทำได้แค่เพียงจอดไว้ในอู่ซ่อมรถ

ขณะที่ การรักษาอาการบาดเจ็บตอนนี้ยังใช้สิทธิ์ พรบ.รถยนต์อยู่และจะต้องมีการทำศัยกรรมบาดแผลที่เป็นรอยเย็บที่ใบหน้ากับศูนย์เชอร์รี่หรือศูนย์ศัลยกรรมของทางโรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2 อีกต่อเนื่อง ซึ่งตนเองไม่ได้โกรธแค้นอะไรกับผู้ขับขี่ที่เป็นคู่กรณี แต่อยากให้มารับผิดชอบและมาซ่อมแซมรถยนต์ให้กับตนเองเพื่อจะได้กับไปทำงาน

ทั้งนี้ยังมีเพื่อนที่นั่งรถยนต์มาด้วยคือ นายเทียนทอง ยวงแก้ว อายุ 28 ปี นศ.มหาลัยขอนแก่น ซึ่งนั่งรถมาด้วยนั้นต้องเข้าให้แพทย์ตรวจที่โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2 เพราะมีอาการปวดข้อเท้าซ้าย แพทย์ต้องให้นอนรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล

ด้าน พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนด้วยความละเอียด รอบครอบ และให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทุกฝ่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามพยานผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนสวนปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบพยานหลักฐานแน่ชัดว่า น.ส.อทิชา ได้กระทำความผิดในข้อหาใดอีก ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับ น.ส.อทิชา ตามกฎหมายทุกข้อหาตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ ต่อไป

สื่อขอนแก่น จ่อฟ้อง ‘หมอเปรม’ หลังอัยการยังไม่สั่งฟ้อง

สื่อขอนแก่น เตรียมยื่นฟ้อง “หมอเปรม” หลังผ่านไป 9 เดือน อัยการยังไม่สั่งฟ้อง จากกรณีพิพาทร่วม 2 ฝ่าย 

วันนี้ (16 พ.ค. 60) ที่ ห้องดอกคูณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพงศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จากกรณีที่มีหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ พ้นจากตำแหน่ง นั้นขณะนี้ได้เห็นหนังสือดังกล่าวแบ้ว แต่เป็นหนังสือที่ประทับตราลับ จึงไม่สามารถบอกรายละเอียดใดๆ ในหนังสือดังกล่าวได้ เพราะถือว่าเป็นความลับของทางราชการ และหากเนื้อความในหนังสือ มีคำสั่งปลด นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ พ้นจากตำแหน่งจริง ตามระเบียบปฏิบัติ ปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ปฏิบัติราชการแทน โดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้หนังสือราชการลับดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งปลด และให้พ้นจากตำแหน่งก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องรีบส่งหนังสือไปยัง นพ.เปรมศักดิ์ เป็นการด่วนเช่นกัน ซึ่งเมื่อ นพ.เปรมศักดิ์ รับหนังสือแล้ว ก็สามารถโต้แย้งหรือทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลปกครองขอนแก่นภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ นพ.เปรมศักดิ์ ได้รับหนังสือ

ขณะที่ นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ประจำ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนเองก็เป็น 1 ใน 5 ที่ถูก นพ.เปรมศักดิ์ กระทำ ทุกคนต่างพอใจในคำสั่งจากทางฝ่ายปกครอง ส่วนเรื่องคดีความและการร้องทุกข์กล่าวโทษ นพ.เปรมศักดิ์ พร้อมพวกรวม 8 คนนั้น จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 9 เดือนกว่าแล้ว สำนวนการสอบสวนเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ในขั้นพนักงานสอบสวน ขณะนี้สำนวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการ แต่ทุกอย่างยังนิ่ง อัยการยังไม่มีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลด้วยตนเอง

ประกาศ! ประเทศไทย เริ่มต้นฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2560

ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนลมระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกพัดปกคลุมประกอบกับประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในบางช่วง ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อยและไม่สม่ำาเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอส่าหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด

สำหรับ ฤดูฝนของประเทศไทยตอนบน จะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อไปอีกถึงเดือนธันวาคม จึงขอประกาศให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน