ตำรวจเรียกคู่กรณีสอบเพิ่ม คดีเมียหลวงขับรถชนสามี ไร้เงาคนขับฟอร์จูนเนอร์

ตร.ปทุมธานี เรียกคู่กรณีทั้งหมดสอบปากคำเพิ่มเติม ไร้เงาคนขับฟอร์จูนเนอร์ คดีเมียหลวงขับรถชนสามี

จากกรณีเมียหลวงขับรถชนรถสามีและทำให้ผู้หญิงสาวที่นั่งมากับสามีภายในรถได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล รังสิตตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ในวันนี้ ทางด้านร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้เรียกตัวผู้เสียหายทั้งหมดในเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้มีนางสาวสุคนธ์ อายุ 24 ปี เจ้าของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าอแวนซ่า หมายเลขทะเบียน กง 797 ชุมพร เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับเพื่อนๆที่นั่งมาในรถในวันเกิดเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางประกอกรังสิต 2

ด้าน พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี กล่าวว่ากรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มีคู่กรณีทั้งหมด 5 คันได้สอบปากคำผู้ที่ขับรถเบนซ์แล้ว และผู้ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอแวนซ่า ซึ่งขณะนี้ สอบพลขับรถทั้งหมดไปแล้ว 3 คันแล้ว เมื่อช่วงเช้า ได้ให้ทางพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำคนเจ็บที่อยู่โรงพยาบาลเปาโลรังสิต ส่วนรถฮอนด้าที่มีกล้องวงจรปิดหน้ารถทางพนักงานสอบสวนก็ได้นัดให้มาสอบปากคำเพิ่มเติมเช่นกัน

ส่วนรถโตโยต้าอแวนซ่านั้น ได้ทราบว่า มีผู้โดยสารพร้อมคนขับนั่งมาด้วยกัน 5 คน วันนี้ได้มาสอบปากคำแล้ว 2 คน ส่วนอีก 2 คนนั้นยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2 ส่วนผู้หญิงที่ขับรถ Toyota Fortuner นั้น พนักงานสอบสวนได้นัดมาสอบปากคำเช่นกัน

ขณะนี้ ก็ยังไม่เข้ามาพบกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการประกันภัยนั้นอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ได้คุยกับทางประกันภัย ว่าจะชดใช้ให้ขนาดไหน แต่ว่าทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุนั้นก็มีทุนประกันภัยกันอยู่แล้ว ส่วนข้อหาเบื้องต้นนั้น ยังอยู่ในการรวบรวมพยานหลักฐานว่าการกระทำอย่างนี้เกิดจากความประมาท หรือ เกิดจากการเจตนาที่จะขับรถไล่ชน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้แน่ชัดก่อน ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด

เปิดภาพสุดเศร้า! สภาพป่าชายเลนผืนสุดท้ายเมืองพัทยา

จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งฟื้นฟูป่าชายเลนผืนสุดท้ายเมืองพัทยา แหล่งเพาะพันธ์นกหายาก หลังพบทรุดโทรมหนักขยะเกลื่อนเต็มพื้นที่

วันนี้ (15 พ.ค.60) ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า ปัจจุบันสภาพพื้นที่ภายในคลองนกยาง บริเวณหลังชุมชนวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งแต่เดิมจะมีสภาพเป็นป่าชายเลนที่มีต้นโกงกางขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยจะมีฝูงนกน้ำหายากหลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ใช้เป็นพื้นที่อนุบาลที่ถือเป็นผืนป่าชายเลนแห่งสุดท้ายของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นั้น ปรากฏว่ามีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักจากปัญหาการบุกรุกแผ้วถางแนวลำคลองเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน

ขยะ, ป่าชายเลน, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี

อีกทั้งยังมีเศษขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ถูกทิ้งไว้เต็มแนวลำคลอง รวมถึงน้ำเน่าเสียจากการชำระล้างสิ่งสกปรกจากชุมชนที่ถูกปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำอย่างไม่ใส่ใจต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก และแหล่งเพาะพันธุ์นกน้ำหายากหลากหลายสายพันธุ์ ที่อาจเข้าขั้นวิกฤติและส่งผลให้สัตว์อพยพหรือสูญพันธุ์จากพื้นที่ไปในที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวระบุว่าคลองแห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าชายเลนที่มีต้นโกงกางขึ้นอย่างหนาแน่นมาตั้งแต่อดีต โดยจะมีนกน้ำและสัตว์น้ำมาอาศัยอยู่มากมาย ต่อมาภายหลังเมื่อความเจริญเข้ามามากขึ้นและมีการบุกรุกแผ้วถางป่า รวมทั้งการสร้างอาคารรุกล้ำแนวคลอง สุดท้ายก็มีการทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียลงไปอย่างไร้จิตสำนึก จนปัจจุบันสภาพของป่าแห่งนี้ที่ถือเป็นผืนสุดท้ายของเมืองพัทยามีสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก แต่ก็ไม่พบเห็นว่ามีหน่วยงานใดมาดูแล บูรณะ หรือฟื้นฟูเพื่อให้ธรรมชาติกลับสู่สภาพเดิมแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

ขยะ, ป่าชายเลน, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเห็นมีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นหลายกลุ่ม โดยมีการจัดกิจกรรมในการรักษาความสะอาดและทรัพยากรธรรมชาติหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะไปทำกันแต่ช่วงกลางคลอง ขณะที่บริเวณต้นคลองที่ติดทางด้านหลังวัดช่องลม นาเกลือ ซึ่งมีลักษณะเป็นคลองตันจะมีเศษขยะและสิ่งปฏิกูลมากมาย จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและเร่งดำเนินการแก้ไขด้วย

ขยะ, ป่าชายเลน, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี
ขยะ, ป่าชายเลน, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี
ขยะ, ป่าชายเลน, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี