นายกฯ เผย เร่งถกปมบรรจุพยาบาล วอนอย่าเดินขบวน

นายกรัฐมนตรี เผย เร่งพิจารณาปมบรรจุ ‘พยาบาล’ ยันให้ความสำคัญทุกกลุ่ม ขอทุกคนมองภาพรวม อย่าเดินขบวน เพราะไม่เกิดประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีปัญหาพยาบาลประกาศจะลาออกเนื่องจากไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการว่า ขณะนี้กำลังพิจารณา โดยยืนยันว่าส่วนตัวเข้าใจและให้ความสำคัญในการปฏิรูปสาธารณสุขทั้งระบบ ซึ่งบุคลากรถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องดูมีว่าจำนวนขาดแคลนเท่าใด มีการประเมินล่วงหน้าภายใน 5-10 ปี ตามแผนการปฏิรูประบบสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั้งแพทย์และพยาบาลทั้งหมด

ซึ่งการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าคณะรัฐมนตรีในครั้งนั้น ต้องมีความชัดเจนมากขึ้น จึงให้ไปทำรายละเอียดมาเพิ่มเติมถึงวิธีการบรรจุ จึงขอให้ทุกคนมองในภาพรวมว่าวิธีบรรจุข้าราชการต้องไปดูจากอัตราเกษียณอายุก่อน ซึ่งผู้เกษียณอายุที่มีอยู่หลายซี บางอัตราอาจต้องลดลง ที่ไม่ใช่แพทย์ พยาบาล เพื่อเหลืออัตราเหล่านี้มาบรรจุ ก็จะได้คนที่มีซีน้อยกว่าจาก 1 คน เป็น 3-5 คน ส่วนที่เหลือถึงจะเปิดรับลูกจ้างใหม่เพิ่มในส่วนที่ขาดไม่ใช่ของเก่าก็เต็มแล้วเพิ่มใหม่เข้าไปอีก

ทั้งนี้ ส่วนตัวได้ให้นโยบายทุกกระทรวงว่า ข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้วก็ปรับทดแทนขึ้นมา ไม่ใช่เกษียณเท่าไหร่แล้วตั้งใหม่เท่านั้น แต่ต้องหาวิธีการลดการบรรจุคนลงบ้าง ซึ่งไม่ใช่ไม่บรรจุใครเลย แต่ลดจากซีใหญ่มาเป็นซีเล็ก แล้วจัดลูกจ้างพนักงานมาใหม่ ซึ่งระบบการแต่งตั้งต้องเป็นเช่นนี้ ส่วนจะให้บรรจุในอัตราที่ว่างกว่า 1 หมื่นอัตราของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่นั้น

ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือกันอยู่ ว่าจะเกลี่ยได้อย่างไร ซึ่งนโยบายการบริหารกำลังพลต้องเป็นแบบนี้ จึงขออย่าเดินขบวนเพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น บรรจุได้ก็บรรจุได้ ไม่ใช่อะไรก็ไม่สำคัญ ชีวิตคนไม่สำคัญได้อย่างไร ดังนั้นอย่ามาหากินการเมืองกันวันนี้

คนแบบนี้ต้องชื่นชม !! หนุ่มแต่งกายมอมแมม ลุกสละที่นั่งบนรถเมล์ให้คนแก่

สุดประทับใจ ชายหนุ่มแต่งกายมอมแมม ไม่มีคนอยากเข้าใกล้ ลุกสละที่นั่งบนรถเมล์ให้คนแก่ “เชิญนั่งเลยครับ”

วันนี้ (15 พ.ค. 60) ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างพากันส่งต่อภาพและข้อความสุดประทับใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nu’dang Meethong ที่ได้เผยแพร่เรื่องราวความมีน้ำใจของชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายมอมแมมมีข้าวของพะรุงพะรัง ไม่มีคนอยากเข้าใกล้ แต่เขากลับลุกขึ้นสละเก้าอี้ให้คนแก่ระหว่างที่โดยสารรถประจำทาง พร้อมด้วยคำพูดสุดไพเราะ “เชิญนั่งเลยครับ”

รถเมล์, ขอทาน,

โดยผู้โพสต์ได้เล่าวว่า เหตุเกิดบนรถเมย์สาย32 เวลา 13.30 น.

ชายคนนี้สะพายกระสอบพะรุงพะรัง ตัวเหม็น ดำมอซอ เหมือนคนสติไม่ดี นั่งอยู่เบาะคู่ตัวที่3 คนเดียวชิดข้างหน้าต่าง (เรานั่งหลังเขา) สักพ่ักรถก็จอดป้ายรับคน ผู้คนขึ้นเยอะ ต่างก็กุลีกุจอหาที่นั่งจนเต็ม บ้างก็ยืน แต่ไม่มีใครกล้านั่งข้างเขาสักคน

สักพักก็มีชายแก่(เหมือนคนจีน)อายุราว 70กว่าๆ เดินเหมือนเข่าไม่ดีมากับหญิง 1 คน ขึ้นมาไม่มีที่นั่ง ท่าทางก็ไม่ยอมไม่กล้านั่งข้างชายคนนั้น แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชายคนที่ตัวเหม็น ดำมอซอ ก็ลุกขึ้น แล้วบอกว่ากับชายแก่ว่า ” นั่งเลยครับ ผมรู้ ผมจะถึงที่ลงแล้ว” แล้วเขาก็เดินไปยืนที่หน้าประตูรถ แต่กว่าชายคนนั้นจะลงก็ 6ป้ายรถเมล์คือ..!! เขาเสียสละที่นั่งให้ชายแก่ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่มองและรังเกียจไม่กล้าเข้าใกล้ตัวเขาด้วยซ้ำ….

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมยกให้เป็นตัวอย่างที่คนในสังคมควรเอาเป็นแบบอย่าง ในการเอื้อเฟือให้แก่กันและกัน

เณรพม่าเก็บทุ่นระเบิดมาเล่น โดยที่ไม่รู้ บึ้มใส่เจ็บ 10 รูป

เณรพม่าเก็บทุ่นระเบิดมาเล่น เตะเป็นลูกบอล โดยที่ไม่รู้ จนกระทั่งระเบิดใส่ได้รับบาดเจ็บ 10 รูป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหมากหยิน ทางตอนเหนือของรัฐชาน ประเทศพม่าเกิดเหตุระเบิดขึ้น หลังจากสามเณรเก็บทุ่นระเบิดมาเตะทำเป็นลูกบอลจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีสามเณรได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ซึ่งจากจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รูป

จากการเปิดเผยของชาวบ้านคนหนึ่งระบุว่า หมู่บ้านหมากหยินเคยเป็นสถานที่ตั้งของกองกำลังทหาร ตามที่นาจึงมีทุ่นระเบิดฝังอยู่ เมื่อสามเณรไปพบเข้าจึงเก็บมันมาเล่นเพราะยังเด็กเกินไปกว่าที่จะรู้ว่าอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งทุ่นระเบิดดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างเก่ามีสนิมเกาะ เพราะมีอายุราว 10-20 ปี ดังนั้นสามเณรจึงไม่รู้ว่านั้นเป็นทุ่นระเบิด จากนั้นสามเณรรูปหนึ่งโยนทุ่นระเบิดลงมาจากบนอาคารใส่พื้นข้างล่างที่เป็นพื้นปูนจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้สามเณรจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

แพทย์โรงพยาบาลล่าเสี้ยว เมืองหนึ่งในรัฐชาน เปิดเผยว่า มีสามเณรที่ได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดดังกล่าวจำนวน 10 รูป มี 8 รูปถูกส่งตัวมารักษาตัวที่โรงพยาบาล มีรูปหนึ่งอาการค่อนข้างหนัก จึงถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเมืองมัณฑะเลย์หลังจากนั้น ส่วนอีก 2 รูปได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย