คอหวยฮือฮา! แห่ขอเลขเด็ด พระยิ้ม ที่ พะเยา

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดจาก “พระยิ้ม” พระพุธรูป (ปางมารวิชัย) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโทนสีบนใบหน้าของ พระยิ้ม

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าว Mthai ได้เดินทางไปยัง “พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว” (วัดลี) ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา หลัง พระและชาวบ้านต่างพากันตื่นเต้น เนื่องจากมีพระพุทธรูปหินทรายโบราณ(พระยิ้ม) ปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างพะเยาอายุศตวรรษที่ 21-22 ขนาดหน้าตักกว้าง 46 เซนติเมตร สูง 62 เซนติเมตร อายุประมาณ 500 กว่าปี

โดยพระองค์นี้มีลักษณะพิเศษคือ ใบหน้า และฝีปาก จะยิ้มตลอดเวลา อีกทั้งมีแววตา สดใส ส่องประกายมองดูคนที่จองมองเราตลอดเวลา ล่าสุดพระและชาวบ้านกลับต้องตกตะลึง เนื่องจากได้เกิดสีทองขึ้นบนใบหน้าและจมูกของพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว สร้างความแปลกตาให้กับผู้พบเห็น  บวกกับใกล้จะถึงวันหวยออกจึง ทำให้ผู้คนที่ทราบข่าวต่างกรูกันเข้ามาชม พร้อมกับขอโชคลาภและเลขเด็ด โดยการเพ่งมองตามองค์พระพุทธรูป


ทางด้าน “พระวิบูญ ถิระจิตโต” (ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว วัดลี) กล่าวว่า พระยิ้มองค์นี้ พบว่าแต่เดิมใบหน้าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เกิดมีสีทองขึ้นที่บริเวณใบหน้า บริเวณหน้าผากด้านซ้ายและขวาสลับไปมาทอดยาวลงมาถึงปลายจมูก ซึ่งก็ได้สร้างความแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เคยเกิดปรากฎการณ์ลักษณะเช่นนี้มาก่อน เพราะจะสอดส่องดูแลพระพุทธรูปทุกองค์ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ จนล่าสุดพบว่ามี การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามใบหน้าของ “พระยิ้ม”

ด้าน “นายบุญชม เทพวงศ์” และ “นายวิจิตร บุญรัตนานันท์” ชาวบ้านในชุมชนวัดลีและกรรมการพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว(วัดลี) ยังได้เล่าอีกว่า  แต่เดิมเคยตั้งอยู่ภายในวัดลีบริเวณใกล้กับพระธาตุวัดลี อายุ 523 ปี และได้ถูกขโมยไป แต่ขโมยเอาไปไม่ไหว ได้ทิ้งเอาไว้ในป่าด้านหลังวัดลี จนชาวบ้านพบมาบอกให้พระวิมลญาณมุนี (ครูบาบุญชื่น) รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยาเจ้าอาวาสวัดลี ทราบ และได้อัญเชิญกลับมาไว้ในพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว จนถึงทุกวันนี้ และทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณวัตถุไว้แล้ว เมื่อปี พ.ศ.2550 ต่อมาได้มีผู้คนมากราบไหว้และขอโชคลาภตลอดเวลา และล่าสุดพบว่าพระยิ้มได้เกิดปรากฏการณ์ที่แปลกเกิดสีทองขึ้นบนใบหน้าและจมูก จนเป็นที่ฮือฮาทั้งพระและชาวบ้าน ที่มาเที่ยวชมดู “พระยิ้ม”องค์นี้…

191 ทลายเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติดออนไลน์

ตำรวจ 191 แถลงผลกวาดล้างจับกุมเครือข่ายปิดบังอำพรางขายสบู่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดทางสื่อออนไลน์

วันที่ 30 พ.ค. 60 ที่กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายปิดบังอำพรางขายสบู่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ยาบ้า,ยาไอซ์,กัญชา และยาแก้ไอ จำนวนมากทางสื่อออนไลน์ และขยายผลการจับกุมไปยังปลายทางส่งพัสดุไปรษณีย์ 6 จุดในต่างจังหวัด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษได้สืบสวนทราบว่า นายพัสกร สุขเจริญ มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติด ให้กับลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊กหรือกลุ่มไลน์แบบปิด โดยมักจะมาส่งกล่องพัสดุซึ่งมียาเสพติดอยู่ภายในที่ศูนย์ไปรษณีย์

และเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 60 นายพัสกร ได้ส่งพัสดุ จำนวน 6 กล่อง เจ้าที่ตำรวจได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่เกี่ยวข้อง ประสานข้อมูลการสืบสวนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบปลายทางที่พัสดุจะไปถึงผู้รับ เพื่อวางแผนในการจับกุม ต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ใน 6 ราย ที่ปลายทาง จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร พัทลุง และอุดรธานี เมื่อเปิดกล่องพัสดุพบว่าภายในมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 5 (ยาบ้า,กัญชา) บางกล่องพบว่ามีการใช้สบู่หน้าใส อำพรางการส่งยาเสพติด โดยการนำยาเสพติดสอดไส้มาในกล่องสบู่ จากนั้นจึงจัดส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ โดยหวังผลว่าสบู่จะช่วยกลบกลิ่นและอำพรางจากเครื่องเอ็กซเรย์ของไปรษณีย์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่านายพัสกร พักอาศัยอยู่ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกลุ่ม กรุงเทพมหานคร จากการเข้าตรวจค้นห้องพัก และจับสามารถกุมนายพัสกร ในข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มียาให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย

จากการขยายผลการจับกุมนายพัสกร ให้การว่าได้เช่าห้องพักไว้ ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยรามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร แล้วมอบหมายให้นายภราดร หรือโอ กับพวก ไว้เก็บยาเสพติดและบรรจุยาเสพติดลงกล่องพัสดุเพื่อส่งให้ลูกค้า

และเมื่อจะส่งกล่องพัสดุ นายพัสกรจะเดินทางไปที่ห้องพักดังกล่าวเพื่อรับเอากล่องพัสดุ เจ้าหน้าทหารได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน พร้อมของกลางที่พร้อมออกจำหน่าย และบางส่วนที่ยังรอการแพ็คเพื่อส่งให้ลูกค้า โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1,5 (ยาบ้า,ยาไอซ์,กัญชา,กระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วใกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1,5 (ยาบ้า,ยาไอซ์,กัญชา,กระท่อม) โดยผิดกฎหมาย พร้อมทำการยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

จากนั้นนายภราดรให้การว่า ตนกับพวกสั่งซื้อยามาจากนายทศพล หรือต้น โดยมี น.ส.ญานินี แฟนของนายทศพล ร่วมขบวนการเปิดบัญชีรับโอนเงินชำระค่ายาเสพติดด้วย จึได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารทำการตรวจค้นที่พักย่านบึงกุ่ม นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 6 คน

รปภ.พลีชีพ นอนขวางเก๋งไม่ให้เข้าจอด ถูกสาวขับรถทับหัวสาหัส

เก๋งหัวดื้อ พยายามแล่นรถเข้าไปจอดในลานจอดรถ แต่ถูก รปภ. นอนขวาไม่ให้เข้าจอดจนถูกขับรถทับศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำนักข่าวซินหัวรายงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง ระหว่างที่คนขับรถยนต์คันหนึ่งเกิดเรื่องขัดแย้งกับ รปภ.ลานจอดรถ เนื่องจากเธอต้องการเข้าไปในลานจอดรถแต่ถูก รปภ. ห้ามไว้ แต่คนขับได้พยายามที่จะขับเข้าไป จนรปภ.คนนั้นตัดสินใจลงนอนที่พื้นใช้ร่างตัวเองขวางทางรถคันดังกล่าว จนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

ทันใดนั้น รถคันนั้นได้แล่นทับร่างของรปภ. ที่นอนขวางทางอยู่ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหน้าอกอย่างรุนแรง จนต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต

ซึ่งรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่าน เมื่อมีการเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ โลกออนไลน์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งตำหนิหญิงที่ขับรถคันดังกล่าว ว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ และส่อว่าเธอพยายามฆ่า รปภ.รายนี้ บ้างก็แสดงความคิดเห็นว่า รปภ.รายนี้ไม่น่าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง โดยท้ายที่สุด คนขับรถคันดังกล่าวได้ถูกจับกุมตัวดำเนินคดีแล้ว