จริงซิ!! แกนนำ กปปส. ประกาศลงเลือกตั้ง สู้ศึกร่วม ปชป.

แกนนำ กปปส. กลับลำ ประกาศลงเลือกตั้ง สู้ศึกร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (30 พ.ค. 60) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายวิทยา แก้วภราดัย และ นายถาวร เสนเนียม และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พร้อมด้วย ชุมพล จุลใส ฯลฯ หลังนำทัพ แกนนำ กปปส. กลับสู่พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ในรอบ 4 ปี หลังจากได้ลาออกจากพรรคไปเมื่อช่วงปลายปี 2556

กปปส, พรรคประชาธิปัตย์, เลือกตั้งล ข่าวสดวันนี้
ขณะเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย พร้อมเหล่าทัพแกนนำ กปปส. และ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศพร้อมลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. อีกครั้ง ต่อหน้าสื่อมวลชน โดย นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. และ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวอีกว่า พวกตนไม่เคยมีใครลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เรายังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ และไม่เคยมีใครไปอยู่พรรคอื่น จะให้ไปอยู่ที่ไหน เราอยู่พรรคนี้มาตั้งแต่แรก อยู่มานานมากกว่าคนที่กีดกันพวกตนเสียอีก

ทั้งนี้ทั้งนั้น อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. ในช่วงชุมนุมเมื่อปลายปี 2556 – 2557 ได้ประกาศบนเวทีที่ราชดำเนิน ต่อมวลมหาประชาชน อย่างเป็นทางการว่า หากขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้สำเร็จ พวกตนจะไม่ลงเล่นการเมืองอีกตลอดชีวิต

‘เผยโฉม’ ตำรวจจราจรหนุ่ม เจ้าของคลิป ‘เก็บขยะคือหน้าที่’

ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมการทำงานของตำรวจจราจรนายหนึ่งที่ นอกเหนือจากหน้าที่ยังเป็นแบบอย่างและภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจ

หลังมีการเผยแพร่คลิปตำรวจจราจรเชียงใหม่ ที่ลงไปเก็บขยะกลางถนน บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนทำให้ ปชช. ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์มากขึ้น

ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 พฤษภาคม 2560)  ผู้สื่อข่าว Mthai ได้ไปพบกับ “ส.ต.ต.จีรวุฒิ” ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกข่วงสิงห์ โดยพบว่านอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในชั่วโมงเร่งด่วนนี้  ส.ต.ต.จีรวุฒิ ยังคงตรวจตราทั่วบริเวณแยกที่มี การวางท่อเพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางจราจร ขณะที่ ส.ต.ต.จีรวุฒิ ตำรวจเลือดใหม่ไฟแรงในวัย 25 ปี เปิดเผยว่าไม่ทราบมาก่อนว่ามีการนำคลิปไปเผยแพร่ แต่ก็รู้สึกขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ประชาชนมอบให้กับตำรวจ

จากการให้สัมภาษณ์ “ส.ต.ต.จีรวุฒิ” ระบุว่า เรียนจบจากศูนย์ฝึกและอบรมตำรวจภูธรภาค 5 หรือ โรงเรียนพลตำรวจลำปางและได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจตามความฝันมานาน 2 ปี ก่อนหน้าที่เป็นสายตรวจที่ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
ก่อนมาช่วยราชการที่กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ 6 เดือน ส่วนการลงไปเก็บขยะตามคลิปก็
เพราะกลัวว่าจะมีรถที่มองไม่เห็นขับชน โดยเฉพาะรถจักรานยนต์ที่อาจเกิดอันตรายได้ เพราะแยกดังกล่าวมี
ปริมาณรถมาก ขณะที่คันอื่น ๆ ที่เห็นก็ชะลอความเร็วและขับหลบจนทำให้รถติด

“ที่ผมทำไม่ได้คิดอะไรมากและถือเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดูแลป้องกันอุบัติเหตุให้กับประชาชน อะไรทำได้ก็พร้อมจะทำทุกอย่าง” ส.ต.ต.จีรวุฒิ ตำรวจจราจร  ข่วงสิงห์ จ.เชียงใหม่ ได้กล่าว

สาวขอระบาย ซื้อของที่ระลึกแจกแขก แต่ของไร้คุณภาพร้านปัดรับผิดชอบ

เภสัชกรสาวชาวลำปาง ร้องไห้ระบายความในใจซื้อยาดมของที่ระลึกขอบคุณแขก ในงานศพยาย แต่กลับสินค้าไม่มีคุณภาพ แถมเจ้าของร้านไม่รับผิดชอบ

วันที่ 30 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง รายงานว่าเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางพบ น.ส.จิดาภา ไชยสิทธิ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 8 ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ภายหลังจากได้ มีใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Jidapa Chaisit” โพสต์คลิปวีดีโอเผยแพร่ภาพสดความยาว 6.40 นาที โดยระบุข้อความว่า “ร้านสังฆภัณฑ์ ชื่อนำหน้า ม. ในลำปาง หลอกขายของที่ระลึกงานศพ” ซึ่งภายในคลิปพบว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ภายในรถได้นำยาดมมาถือโชว์พูดระบายความในใจและร้องไห้หลั่งน้ำตาไปด้วย

หลังจากที่ได้ไปซื้อมาจากร้านสังฆภัณฑ์แห่งหนึ่งเพื่อจะนำไปเป็นที่ระลึกในงานศพของคุณยายตนเอง แต่เมื่อนำไปแจกกลับพบว่ายาดมดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานแขกที่มาร่วมงานต่างก็ไม่รับบางรายรับแล้วก็ไปเอาไปทิ้ง จึงทำให้ทางญาติเสียใจเป็นอย่างมาก เมื่อเสร็จงานแล้วจึงนำไปติดต่อทางร้านเพื่อขอเพิ่มเงินเปลี่ยนเป็นสินค้าตัวอื่นแต่ทางร้านก็ไม่รับคืนแต่อย่างใด จึงได้อัดคลิปแพร่ภาพสดดังกล่าวจนมีคนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.จิดาภา ไชยสิทธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสคลิปดังกล่าวได้เล่าว่าตนเองทำงานเป็นเภสัชกรอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งในวันฌาปนกิจศพ พอทำพิธีที่สุสานเสร็จก็ได้มีการนำยาดมมาแจก เพื่อเป็นการขอบคุณให้กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเพื่อเป็นของที่ระลึก แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคนรับไปแล้ว ก็ได้แกะใช้งานพบว่ายาดมดังกล่าวอยู่ในสภาพที่ชำรุด ตัวหลอดยาดมหลุดออกมาเป็นชิ้นส่วน ทำให้คนที่ได้รับไปต่างก็นำมาคืนหรือบางรายก็เอาไปโยนทิ้ง จึงได้เก็บไว้และไม่เอาแจกให้คนอื่นต่อ ซึ่งทำให้ตนเองและทางญาติรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

โดยเมื่อเสร็จงานตนเองก็นำยาดมที่เหลือทั้งหมดจำนวนกว่า 300 หลอดกลับไปที่ร้านสังฆภัณฑ์ที่ซื้อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยตนเองตั้งใจว่าจะนำยาดมดังกล่าว ไปขอเปลี่ยนเป็นสินค้าอย่างอื่นและยินดีจะเพิ่มเงินให้ เพราะสินค้าที่ซื้อไปชำรุดไม่ได้มาตรฐาน แต่ทางเจ้าของร้านก็ได้ปฏิเสธไม่ยอมรับคืนและอ้างว่าสินค้าของตนเองขายดีและขายมาเป็น 10 กว่าปีแล้ว ไม่เคยมีใครนำมาคืนหรือมีปัญหาแต่อย่างใด

ซึ่งทำให้ตนเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก และเสียใจที่ตนเองไม่ได้ตรวจสอบสินค้าให้ดีก่อนซื้อ เพราะด้วยความที่เชื่อใจในสินค้าของร้านดังกล่าว สำหรับยาดมทั้งหมดได้ซึ่งซื้อมาจำนวน 400 หลอด ในราคาหลอดละ 3 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท และมีค่าสติกเกอร์ชื่อติดยาดมอีก 320 บาท รวมเป็นเงิน 1,520 บาท ที่ร้านขายสังฆภัณฑ์แห่งหนึ่งที่บริเวณ ถ.รอบเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง

อย่างไรก็ตามตนเองก็ไม่ได้สนใจในเรื่องของราคาว่าจะถูกหรือแพง แต่ต้องการสินค้าที่ได้มาตรฐานเพื่อนำไปใช้ในงานศพ จึงอยากจะขอเตือนให้ชาวลำปางที่จะไปซื้อสินค้าประเภทดังกล่าว ให้ตรวจสอบให้ดีก่อนจะซื้อเพื่อจะได้ไม่เจอเหตุการณ์ที่ตนเองเจอแบบนี้อีก ทั้งนี้ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ สภ.เมืองลำปาง ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะนำสินค้าดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดลำปางอีกครั้ง เพื่อให้เข้าตรวจสอบร้านค้าดังกล่าวที่นำสินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐานมาขายให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ลำปาง ต่อไป