มท.ลุยแม่ฮ่องสอน เรียกสอบพยานเพิ่ม รอบ 2 ปมค้ากาม

มหาดไทย ลุยแม่ฮ่องสอน ปมค้ากาม รอบ 2 เรียกสอบพยานบุคคลเพิ่ม คาดสัปดาห์นี้ผลสอบอาจยังไม่แล้วเสร็จ แต่จะเสร็จทันในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

วันนี้(9 พ.ค.) นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการในการสอบข้อเท็จจริงกรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกแม่ของเด็กสาวกล่าวหาว่าพัวพันการค้าบริการเยาวชน เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลสอบยังไม่แล้วเสร็จ มีการสอบพยานไปแล้ว 20กว่าปาก ส่วนพยานแวดล้อมนั้นได้ตรวจสอบครบถ้วนแล้ว

โดยในวันนี้ (9 พ.ค.) ทางคณะกรรมการชุดนี้จะบินไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นรอบที่ 2 เพื่อสอบถามพยานบุคคลเพิ่มเติม มีทั้งพยานปากใหม่ และพยานปากเดิมที่เคยให้ข้อมูลไปแล้ว แต่ยังได้รายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือมีประเด็นที่ต้องสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งทางคณะกรรมการพยายามดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบรัดกุม เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ผลสอบอาจจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่จะเสร็จทันในกรอบระยะเวลาที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้

ทั้งนี้ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ซึ่งจนถึงวันนี้ (9 พ.ค.) ผ่านไป 13 วันแล้ว ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีกำหนดระยะเวลาทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 26 พ.ค. นี้

อุตุฯ เผยทั่วไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง-กทม. ร้อยละ 30 ของพื้นที่

กรมอุตุฯ เผย ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ยังมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น ขณะที่ กทม.ตกร้อยละ 30 ของพื้นที่

วันนี้(9 พ.ค.) ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 9-11 พ.ค. ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย ประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 พ.ค. คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกมียังคงฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 9-11 ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

ระทึก! ตำรวจไล่ล่าเก๋งซิ่งแหกด่าน จนมุมหนีไม่รอด พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน

ระทึก! ตำรวจไล่ล่าเก๋งซิ่งแหกด่าน จนมุมหนีไม่รอด พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน ตรวจค้นพบอาวุธปืน ยาเสพติด กลิ่นคละคลุ้งเต็มรถ

วานนี้(8 พ.ค.) เวลา 23.30 น. ศูนย์วิทยุศรีตรัง ประสานตำรวจในพื้นที่จังหวัดตรัง เตรียมพร้อมทุกด่านความมั่นคง เพื่อสกัดและหยุดรถยนต์เก๋ง โตโยต้า โคโรน่า ทะเบียน กต 2793 ตรัง ที่ซิ่งหลบหนีการตรวจค้นด่านความมั่นคง ตามแผนพิทักษ์เมือง บริเวณหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา ที่คนขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองตรัง ซึ่งเชื่อว่าจะต้องมีสิ่งผิดกฎหมายภายในรถ หรือกระทำผิดกฎหมายแล้วหลบหนี

ทั้งนี้ รถตำรวจจาก สภ.สิเกา ขับไล่ล่าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งประสานตำรวจในท้องที่ ที่เชื่อว่าคนร้ายจะต้องใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ทั้งนี้ เมื่อรถต้องสงสัยขับมาถึงบริเวณสี่แยกตลาด อตก.ถนนท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง ได้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมือง 419 มุ่งหน้าจะไปสี่แยกบ้านหนองตรุด ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ขับไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จึงได้เลี้ยวรถกลับกะทันหัน

จากนั้นมุ่งหน้าผ่านสำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง เข้าตัวเมืองตรัง แต่มาเลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกวัดตันตยาภิรมณ์ แล้วมุ่งหน้าขับผ่านสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 แต่เมื่อถึงบริเวณสามแยกหมู่ที่ 1 ต.นาตาล่วง คนขับรถได้เลี้ยวขวา มุ่งหน้าข้ามทางรถไฟและขับขึ้นตรงถนนสายเมืองตรัง – ห้วยยอด ทั้งนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิเกา ที่ขับรถติดตามไล่ล่ามาอย่างกระชั้นชิดแล้ว ยังมีรถกู้ชีพกู้ภัยของเทศบาลตำบลนาตาล่วง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง และตำรวจ สภ.เมืองตรัง และ ตร.สภ.บ้านคลองเต็ง ช่วยกันปิดเส้นทางหลบหนี บนถนนห้วยยอด ระยะทางนับจากจุดแหกด่าน ต.นาเมืองเพชร รวมกว่า 20 กม.

สุดท้ายเมื่อมาเจอรถตำรวจปิดถนนอยู่ข้างหน้า คนขับรถคันต้องสงสัยดังกล่าวได้เลี้ยวรถหนีกลับกะทันหัน บริเวณบ้านสวนมัน พื้นที่หมู่ 5 ต.นาท่ามเหนือ แต่ไม่พ้น รถจึงพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างริมถนน เมื่อเจ้าหน้าที่มาใกล้จะถึงตัว ผู้ต้องสงสัยในรถทั้ง 2 คน ได้เปิดประตูรถวิ่งหนีไปตามถนน เข้าไปในร้านจำหน่ายศาลพระภูมิ ห่างจากจุดรถชนเสาไฟฟ้าประมาณ 80 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันไล่ล่าติดตาม จนสามารถจับกุมตัวได้ทั้ง 2 คน ประกอบด้วย นายมนต์พิทักษ์ ขำเกลี้ยง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/5 หมู่ 2 ต.ควนปริง ซึ่งเป็นคนขับรถ และนายวราวุธ หงส์เกิด อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/24 ถนนวัดคลองน้ำเจ็ด ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จึงถูกจับกุมใส่กุญแจมือ

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.คลองเต็ง มายังที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าว ทั้งนี้ พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนในรังเพลิง 6 นัด และกระสุนปืนอีกกว่า 20 นัด กล่องบรรจุยาเสพติด เนื่องจากมีกลิ่นยาบ้าคละคลุ้งภายในตัวรถ ถุงพลาสติกขนาดเล็กหลายถุง เชื่อว่าน่าจะมีไว้สำหรับแบ่งยาบ้าจำหน่าย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นหายาบ้าริมถนนตลอดแนวบริเวณที่ทั้ง 2 คน วิ่งหลบหนี เพราะเชื่อว่าทั้ง 2 คน จะต้องนำยาบ้าโยนทิ้งอย่างแน่นอน จากนั้นได้ยึดของกลาง โดยเฉพาะรถยนต์เพื่อนำไปตรวจค้นอย่างละเอียดต่อไป และนำตัวทั้ง 2 คน ไปสอบสวน ที่ สภ.บ้านคลองเต็ง โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดด้วย