‘เหยี่ยวแดง’ อาละวาดไล่จิกชาวบ้านหวิดตาบอด

ชาวบ้าน จ.จันทบุรี ผวา ‘เหยี่ยวแดง’ อาละวาดไล่จิกชาวบ้านหวิดตาบอด วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

วันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีหยี่ยวแดงบินโฉบทำร้ายชาวบ้านในพื้นที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี แล้วหลายราย ล่าสุดบินโฉบมาจิกลูกตาชายวัย 40 ปีเกือบตาบอด ด้านผู้นำชุมชนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลและจับไปปล่อยที่อื่น เนื่องจากผู้ปกครองหวาดระแวงเกรงลูกโดนทำร้าย

จากการสอบถามนายอนันตชัย แข็งขยัน อายุ 40 ปี ได้ให้ผู้สื่อข่าวดูที่บริเวณดวงตาของตนที่มีสีแดงก่ำ และมีบาดแผลที่เกิดจากการโดนเหยี่ยวแดงบินโฉบมาจิกลูกตาจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณหมู่บ้าน โค้งหัวด่าน หมู่ 10 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหยี่ยวแดงที่มาอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวมีนิสัยที่ดุร้ายมาก แต่ชาวบ้านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หรือใช้วิธีไหนในการไล่เหยี่ยวแดงตัวนี้ไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากชาวบ้านก็ไม่อยากทำร้ายเหยี่ยวแดงตัวนี้ด้วย

ส่วนวิธีป้องกันของชาวบ้านตอนนี้ ผู้ปกครองที่มีลูกก็ต้องหาหมวกกันน๊อคมาใว้ให้เด็กใส่ป้องกันเวลาออกมาเล่นกันข้างนอก เพราะกลัวจะถูกเหยี่ยวแดงตัวนี้ทำร้าย ซึ่งขณะที่ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพอยู่นั้นเหยี่ยวแดงตัวนี้ ก็ได้บินเข้าจะทำร้ายเด็กๆต่อหน้าผู้สื่อข่าว จนเด็กๆร้องกันเสียงดัง

ด้านนายไชยา ยนต์พักตร์ 46 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกวียนหัก เปิดเผยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลและจับเหยี่ยวแดงตัวนี้ไปปล่อยที่อื่น เพราะชาวบ้านที่มาออกกำลังกายกันก็กลัว และชาวบ้านก็ไม่อยากมีใครทำร้ายเหยี่ยวแดงตัวนี้ด้วย

ผู้หนุนฝ่ายขวาชี้ชัยชนะ ‘มาครง’ คือจุดจบฝรั่งเศส

โลกโซเชียลฝรั่งเศสฉลองชัยให้ “มาครง” ด้านฝ่ายตรงข้ามโต้ฝรั่งเศสใกล้ถึงจุดจบ

มีรายงานว่าบางความเห็นในโลกออนไลน์เชื่อว่า ชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของ นายเอ็มมานูเอล มาครง จะทำให้ฝรั่งเศส ถึงกาลอวสาน โดย นายมาครง ที่เอาชนะ นางมารีน เลอ แปง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลายเป็น ประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสเคยมีมา นับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมือ ปี 1958 โดยบางทวีต ระบุว่า ชัยชนะของมาครงเป็นชัยชนะของ 3 โลก

ขณะที่บางความเห็นที่เป็นพวกฝ่ายขวา ใช้บัญชีทวีตเตอร์อยู่ในสหรัฐฯ ชี้ว่า ชัยชนะของมาครองเป็นชัยชนะของ อิสลามและญีฮัจ ขณะที่ผู้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม โดยรวมเพจเฟซบุ๊กออกจากอียูอย่างเป็นทางการ โพสต์ภาพและหอไอเฟล พร้อมแคปชั่น “RIP France”

ที่มา… INN

เด็กชายถูกพ่อตีเลือดซิบ เดินเท้า 4กม. ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน

เด็กชายวัย 11ขวบ เดินเท้าเปล่ากว่า 4 กิโลเมตรหนีออกจากบ้านมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน หลังถูกพ่อแท้ๆ ใช้ไม้แขวนเสื้อและไม้ตีที่แผ่นหลังและแขน

เมื่อเวลา 18.00น.วันที่ 8 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเด็กชายวัย 11ขวบ หนีออกจากบ้านมาขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกพ่อแท้ๆตีที่ลำตัวหลายแห่งจนได้รับบาดเจ็บเลือดซิบ ที่เกิดเหตุบริเวณปากซอย1/7 หมู่ที่1 ต.คลองสาม อ.คลองหลวงจ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง หน่วยกู้ภัยคลองสาม


ในที่เกิดเหตุพบว่าเด็กชายดังกล่าวถูกนำตัวไปที่ตู้ยาม ตร.คลองสาม แล้วเพื่อซักถามข้อเท็จจริงจึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านอยู่ระหว่างมุงดูและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความโหดร้ายของพ่อแท้ๆที่ใช้ไม้แขวนเสื้อและไม้ตีที่แผ่นหลังและแขนซ้าย ของด.ช.เอ(นามสมมุติ) นร.ชั้นป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งจนมีแผลเขียวช้ำบางจุดมีเลือดซิบออก โดยเด็กอยู่ในสภาพจิตใจย่ำแย่เหนื่อยล้าและหวาดกลัวเมื่อเอ่ยถึงชื่อพ่อ

ด.ช.เอ (นามสมมุติ)เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหวาดผวาว่า ช่วงเย็นเวลาประมาณ15.30น.พ่อได้กลับจากงานก่อนเวลาปกติโดยกลับมาบ้านที่ตนเองพักอาศัยอยู่กับครอบครัวบริเวณข้างหมู่บ้านอยู่เจริญคลองสอง ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเดินทางเข้ามาในบ้านก็ดุด่าว่าตนเองว่าทำไมบ้านรก มีฝุ่นผงเกาะตามตู้ ทำไมถึงไม่ยอมทำความสะอาดและยังพบถุงข้าวอยู่ในบ้านไม่ยอมนำไปทิ้ง

ตนเองก็ได้แต่นั่งนิ่งไม่เถียงและกินข้าวที่เพิ่งซื้อมาต่อเพราะตนเองกำลังหิว แต่พ่ออยู่ในอาการโกรธได้ใช้สายไฟฟ้าและไม้ตีตนเองหลายครั้งจนได้แต่ร้องด้วยความเจ็บ และอาศัยจังหวะพ่อเผลอจึงวิ่งออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็วเพราะความกลัว จึงเดินจากบ้านตัวเปล่าไม่มีแม้แต่รองเท้าโดยเดินเท้ามาหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ กระทั่งมีหน่วยกู้ภัยมาพบตนเอง ที่ผ่านมาเคยโดนพ่อลงโทษด้วยการตีมาหลายครั้งแต่ไม่มากเท่าครั้งนี้

ทางด้านนายสุวิชา ประชาสุข อายุ28ปี หน่วยกู้ภัยคลองสาม เปิดเผยว่า ระยะทางที่น้องเดินเท้าเปล่ามานั้นประมาณ4กม.จากบ้านมาจนถึงจุดที่ตนเองพบคือปากซอย1/7 ซึ่งเป็นร้านค้าและบ้านเพื่อนของน้องที่ถูกทำร้ายก็พบว่าน้องมาหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ กระทั่งล่าสุดตนเองประสานไปทางมารดาของเด็กได้และหลังเลิกงานจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง โดยด.ต.สุชาติ คงรัตน์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปรามสภ.คลองหลวง ประจำตู้ยามคลองสามได้หาข้าวและน้ำให้เด็กรับทานเพื่อรอผู้ปกครอง

กระทั่งเวลา19.45 น. นางบี(นามสมมุติ) อายุ39ปี มารดาเด็กได้เดินทางมาที่ตู้สายตรวจคลองสาม และยืนยันว่าเด็กดังกล่าวเป็นลูกของตนเอง ซึ่งน้องเอ(นามสมมุติ)เป็นเด็กเรียนดีติดอยู่ที่อันดับเลขตัวเดียวมาเกือบตลอด ซึ่งผู้เป็นพ่อนั้นเป็นคนอารมย์ร้อนและชอบลงโทษลูกหากทำไม่ได้ตามความต้องการซึ่งทุกรอบตนเองจะรับรู้ หลังจากนี้ตนเองจะนำลูกไปฝากไว้กับพี่สาวของตนเองเป็นการชั่วคราวเพราะช่วงนี้สามีมีความเครียดสะสมเกี่ยวกับเรื่องงานถึงขั้นต้องเดินทางไปรพ.เพื่อให้แพทย์ตรวจสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเอกสารและถ่ายภาพและให้ผู้ปกครองรับบุตรกลับไปดูแลตามความสมควรต่อไป