สาวสุราษฎร์ หวิดดับ หลังแฟนเก่าเหี้ยม ชักมีดแทงร่าง จับยัดท้ายรถ

ถูกแฟนเก่าจ้วงแทงหญิงเมืองสุราษฎร์ เจ็บสาหัส ก่อนนำร่างยัดท้ายรถ โชคดีคนได้ยินช่วยทัน เหตุฉุนของ้อคืนดีแต่ไม่สำเร็จ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (7 พ.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกแฟนเก่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะนำร่างใส่ไว้ท้ายกระโปรงรถที่จอดอยู่บริเวณซอยหน้าด่าน หลังวัดใหม่พัฒนาราม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังมีคนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากรถที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าว ทราบชื่อหญิงผู้บาดเจ็บคนดังกล่าวคือ น.ส.สุนันทา ภิรมย์ อายุ 38 ปี ชาว ต.สวนขัน อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้บาดเจ็บ ภายหลังพาตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล รพ.สุราษฎร์ธานี ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวกลับจากที่ทำงาน และได้ถูกนายณรงค์ อินทอง อายุ 40 ปีอดีตแฟนเก่า ขี่รถจยย.มาดักรอบริเวณดังกล่าว ก่อนจะขึ้นมาพูดคุยบนรถเพื่อมาขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมจึงได้มีปากเสียงกัน ก่อนที่นายณรงค์ใช้อาวุธมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บและจับยัดใส่ท้ายเก๋งก่อนที่จะมีพลเมืองดีได้ยินเสียงและช่วยกันงัดนำออกมาจากท้ายรถเก๋ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขณะหลบหนีไปที่ อ.ช้างกลาง  หลังก่อเหตุ

รองนายกฯ เปิดงานสัมมนาความร่วมมือยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-ฮ่องกง-เซี่ยงไฮ้

รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานสัมมนาในโครงการความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – ฮ่องกง – เซี่ยงไฮ้

เวลา 8.30 น. วันนี้ (8 พ.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนาในโครงการความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – ฮ่องกง – เซี่ยงไฮ้ ภายใต้นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง Thailand – Hong Kong – Shanghai Strategic Partnership on One Belt One Road พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – ฮ่องกง – เซี่ยงไฮ้” ภายใต้นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road)

โดย รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในช่วงปาฐกถาว่า สำหรับประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนอย่างสูง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกา และการก้าวออกจาก EU ของประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้เขตการค้าเสรีกำลังถูกท้าทายอย่างยิ่ง ฉะนั้นความหวังใหม่ในความร่วมมือนี้จริงเป็นสิ่งที่น่ายินดี ทั้งนี้ตนเชื่อว่า ภาครัฐและภาคเอกชนไทยทุกคนจะให้ความสนับสนุนรวมถึงให้ความสนใจอีกด้วย

นอกจากนี้ ตนได้เล่าถึงสถานการณ์ของประเทศไทยให้ผู้นำทั้ง 2 รับฟังว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตนได้เล่าให้ฟังถึงแนวทาวการปรับโครงสร้างเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทยในด้านแนวคิดในการสร้างดุลยภาพแห่งการเติบโต ทั้งจากการพึ่งพิงเศรษฐกิจภายนอกประเทศ และการพยายามสร้างความเติบโตจากภายใน

โดยแนวความคิดในการสร้างความเข้มแข็งด้วยการพยายามยกระดับมูลค่าของผลผลิต และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น ตลอดจนการสร้างเป้าหมายอุตสาหกรรมแห่งใหม่ อาทิ ยานยนต์แห่งอนาคต ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น

รพ.ตากสิน นำร่องโครงการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” เปิดช่องพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

โรงพยาบาลตากสิน นำร่อง โครงการการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” เปิดช่องทางพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

วันนี้ ( 8 พ.ค.60 ) นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดและเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการ “กทม.ใส่ใจวัย 80 ปี” ณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลตากสิน

เนื่องด้วยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกรุงเทพฯ เองมีผู้สูงอายุประมาณ 820,000 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด นับว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว  ทางกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ ให้มีวามสุข สามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี Bangkok Special Care การดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วและความใส่ใจในบริการทางการแพทย์ สาธารณสุข และการดูแลด้านอื่น ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร มีความพร้อมให้บริการตามนโยบายดังกล่าว จึงให้โรงพยาบาลตากสิน เป็นโรงพยาบาลนำร่องจัดสร้างห้องตรวจ กทม. ใส่ใจวัย 80 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุวัยปลาย มีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ระหว่างรอคอยเพื่อรับบริการทางการแพทย์ หากผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เข้ารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและช่วยเหลือทันที ไม่ต้องรอคิวใด ๆ ตั้งแต่การจัดทำบัตรผู้ป่วย การยื่นบัตร การพบแพทย์ (รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษอื่น ๆ ก่อนพบแพทย์) ระบบการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อพบแพทย์เฉพาะสาขา การรอรับยา ซึ่งถือเป็นการช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับความสะดวกในการรับบริการของโรงพยาบาลมากขึ้น

โรงพยาบาลทั้ง 9 แห่งในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ โรงพยาบาลลาดกระบัง โรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว และเปิดช่องทางพิเศษเพื่อให้บริการดังกล่าว โดยใช้โรงพยาบาลตากสินเป็นที่เปิดตัวโครงการนี้ โดยมีการใช้ Mascot คุณตา “สุขกาย” คุณยาย “สุขใจ” เป็นสัญลักษณ์การประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในทุกโรงพยาบาล