ครอบครัวเด็กหญิงชั้น ป.4 ปิดแผงมังคุดหนี หวาดกลัวและต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย หลังโดนข่มขู่
จากกรณีที่เพจชื่อดัง “แหม่มโพธ์ดำ” ได้โพสต์ภาพไลน์ โดยมีข้อความว่า พี่สาวของน้องไก่นักเรียนหญิงชั้นป. 4 ที่อ้างโดนคุณครูสาวหลอกให้ขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อของนับแสนบาท เล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพรับซื้อมังคุดจากสวนไปขาย โดยแต่ละวันต้องเบิกเงินมาซื้อมังคุดจำนวนมาก ซึ่งบางวันจะมีเงินที่เหลือจากการซื้อมังคุดนับแสน โดยแม่จะนำไปเก็บไว้ในตู้เซฟ ด้วยการมอบหมายให้น้องไก่เป็นผู้นำไปเก็บ ซึ่งตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไม่ได้เอะใจอะไร

กระทั่งมานับเงินพบว่ามีหายไป จึงสังเกตพบน้องไก่มีความผิดปกติเพราะมีโทรศัพท์มือถือใช้ทั้งที่ครอบครัวไม่ได้ซื้อให้ จึงเรียกมาสอบถามจนทราบว่าได้ขโมยเงินแม่ไปซื้อของกับครูที่โรงเรียน เมื่อสอบถามไปพบว่า ตลอดเดือนมีนาคม ได้ขโมยเงินไปถึง 12 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท เมื่อสอบถามน้องไก่ได้ความว่า คุณครูผู้หญิงที่โรงเรียนมาบอกว่าตอนนี้ลำบาก เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียว และต้องทำงานหาเงินด้วยการเปิดโรงเรียนสอนดนตรีด้วย เหตุนี้น้องเลยสงสารและแอบขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อของที่คุณครูนำมาขายทั้งตุ๊กตาสกุชชี่ ที่วัยรุ่นกำลังฮิต และรองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ
หลังทราบเรื่องจึงเดินทางไปโรงเรียนเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งคุณครูก็ยอมรับว่านำของมาขายให้เด็กนักเรียนจริง แต่ทางน้องไก่นำเงินมาซื้อของเพียงแสนกว่าบาทเท่านั้น โดยคุณครูยอมคืนเงินมาให้แสนกว่าบาท และไม่เอาของที่เด็กซื้อไปคืน แต่ครอบครัวเด็กพบว่าเงินที่เด็กขโมยไปซื้อของมากถึง 400,000 บาท ไม่ใช่แสนกว่าบาท ทำให้ตกลงกันไม่ได้ จนวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา นัดตกลงกันอีกครั้งที่โรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นพยาน ซึ่งก็ยังตกลงกันไม่ได้

หลังจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ dsi ที่อ้างตัวเป็นญาติกับคุณครู ได้ไลน์ข้อความมาพยายามเคลียร์เรื่องราวทั้งหมด แต่เมื่อคุยไปคุยมากับพูดลักษณะข่มขู่ให้เรื่องจบ ๆ แถมยังอ้างชื่อคนดังในพื้นที่มาข่มขู่ด้วย ทำให้ครอบครัวหวาดกลัว และต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย พร้อมแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ dsi คนดังกล่าว ไว้ที่สภ.เมืองจันทบุรี และ สภ. นบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนช่วงเที่ยงวันที่ 8 พฤษภาคม จะไปแจ้งความเอาผิดคุณครูที่ สภ.พรหมคีรี อีกด้วย
ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดังกล่าวพบว่าที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นร้านหรือแผงมังคุดเจ๊อ้อย เลขที่ 142 หมู่ 3 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่รับซื้อมังคุดจากชาวสวน แต่ไม่พบว่าไม่มีใครอยู่ โดยประตูที่เป็นลูกกรงปิดใส่กุญแจ มองเข้าไปด้านในพบว่ามีพระพุทธรูป และของบูชาเต็มบ้าน
ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามกับเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ได้ความว่า แผงมังคุดแห่งนี้ เป็นของเจ๊อ้อย ซึ่งเจ๊อ้อย เป็นผู้เช่าไว้หลาย 10 ปีแล้ว เพื่อรับซื้อมังคุด และผลไม้ตามฤดูกาล ช่วงนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช มังคุดยังไม่ออกผลผลิต เจ๊อ้อยและสามี จึงไปรับซื้อผลไม้ ที่จังหวัดอื่น และจะเดินทางไปทั่วประเทศ ส่วนที่แผงมังคุดนี้จะให้ลูก ๆ และญาติ ๆ อยู่อาศัยกัน ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามเพื่อนบ้านว่า แล้วลูก ๆ ออกไปไหน ได้คำตอบว่าออกไปอยู่ข้างนอก
จากนั้นเพื่อนบ้านจึงต่อโทรศัพท์ถึง เจ๊อ้อย ให้พูดคุยกับผู้สื่อข่าว เจ๊อ้อย รับสายและบอกว่า ตอนนี้ ให้ลูก ๆ และญาติ ๆ หลบที่อื่นก่อน เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะว่าโดนข่มขู่จริงที่กำลังเป็นข่าว ตนจึงให้ลูกออกจากพื้นที่ หลบอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย และวันนี้(8 พ.ค.) ตนจะไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.อ.นบพิตำ เพื่อแจ้งความ และดำเนินคดีกับ ผู้ที่ข่มขู่ จากนั้นจะเดินทางไป สภ.พรหมคีรี เพื่อแจ้งความเอาผิดกับครู หลังจากพูดคุยเสร็จ เจ๊อ้อย วางสายโทรศัพท์ทันที ก่อนวางสายเจ้อ้อย บอกว่า ขอโทษด้วย เพราะว่าหวาดกลัว และต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของตน และลูก ๆ จึงไม่ค่อยสะดวก
