สาวร้องสื่อ! ถูกเพื่อนสนิทเชิดรถเบนซ์ ราคานับล้าน หนีหาย

สาวร้องสื่อ! ถูกเพื่อนสนิทเชิดรถเบนซ์ ราคานับล้าน หนีหาย หลังขอยืมไปใช้ ต้องจ่ายค่าไฟแนนซ์ให้ เดือนละ  15,000 บาท

วันนี้(29 พ.ค.) นางสาว อัญชลี ดิษฐาพร  พนักงานธนาคารออมสิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รถยนต์รุ่น Mercedes-Benz e220 cdi w211 classic 2.1 AT Sedan  ราคานับล้านบาทรวมดอกเบี้ย ถูก นาย สัตยา สิงต์โตทอง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 322/59 หมู่ 8 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มกองเชียร์ฟุตบอลชลบุรี FC  ได้มาขอยืมของตนไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2559 ตนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะตนเองมีรถยนต์ใช้หลายคันเลยให้ นาย สัตยา ยืมไปใช้ โดยที่มีข้อตกลงว่าระหว่างที่ นาย สัตยา ยืมรถตนไปใช้ จะต้องชำระค่างวดรถยนต์กับทางไฟแนนซ์ด้วย เดือนละ 15,000 บาท

ซึ่ง นาย สัตยา ก็ตกลงตามเงื่อนไขด้วยที่ไม่ได้มีการทำสัญญาแต่อย่างใด เพราะเชื่อใจเพื่อน ผ่านไปประมาณ  6 เดือน มีจดหมายจากทางไฟแนนซ์รถยนต์มาที่ทำงานว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่มีการชำระค่างวด ติดค้างชำระอยู่ 3 งวด เป็นเงินว่า 45,000 บาท ตนจึงเข้าไปตรวจสอบกับทางไฟแนนซ์รถยนต์ที่ตนเช่าซื้อมานั้น พบว่าตั้งแต่ที่ตนให้ นาย สัตยา ยืมรถยนต์ไปใช้นั้น นายสัตยา ได้ส่งค่างวดรถยนต์เพียง 1 งวดเท่านั้น แล้วก็หยุดส่ง ตนพยายามติดต่อหานายสัตยา ได้คำตอบว่า รถยนต์ตอนนี้ทางญาติพี่น้องได้ยืมไปใช้ ไม่สามารถติดต่อได้ ด้วยตลอดเวลาที่ติดต่อ นายสัตยา นั้นจะถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด

ล่าสุด ปิดมือถือและย้ายออกจากบ้านที่อำเภอศรีราชา ไม่สามารถติดต่อได้ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะชื่อที่ใช้เช่าซื้อรถยนต์เป็นชื่อของตนเองต้องมานั่งผ่อนชำระค่างวดรถยนต์กับทางไฟแนนซ์โดยไม่ถูก นาย สัตยา เชิดเอารถยนต์หนีหายไป ตนจึงไปติดต่อสอบถามกับเพื่อนของ นาย สัตยา ได้คำตอบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกเอาไปจำนำไว้แต่ไม่ทราบว่าเอาไปจำนำไว้ที่ใด ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ หญิง กมลวรรณ  ตังสุรัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ เมืองชลบุรี เพื่อให้ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูก นาย สัตยา เชิดรถยนต์หนีหายไป  และอยากวอนสื่อให้นายสัตยา นำรถยนต์คันดังกล่าวมาคืนตนจะยินดีที่จะยอมถอดแจ้งความ  ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกหากไม่เข้ามาติดต่อจะออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ระทึก! ไฟไหม้ห้องพักกลางเมืองพัทยา รุดช่วยสามี-ภรรยาชาวต่างชาติ สำลักควันวุ่น

ระทึก! ไฟไหม้ห้องใกล้แหล่งท่องเที่ยวกลางพัทยา ตำรวจพัทยาฝ่าควันไฟช่วยสามี-ภรรยาชาวต่างชาติ สำลักควันติดอยู่ในห้องพัก

วันที่ 29 พ.ค. 60  เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ห้องพักเรณู เฮ้าส์ ตั้งอยู่บริเวณแยกที่ดิน ถนนสายสามพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานรถน้ำฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบกจำนวน 3 คัน เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติพากันแตกตื่นกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจุดดังกล่าวใกล้กับย่านเศรษฐกิจ ถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ซึ่งพบว่ามีควันไฟและแสงเพลิงกำลังพวยพุงออกมาบริเวณชั้นที่ 3 จากห้องพักหมายเลข 303 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยสภาพห้องพักนั้นถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดเหตุยังพบว่ามีผู้พักอาศัยเป็นสองสามี-ภรรยาชาวต่างชาติ ห้องพักหมายเลข 403 ชั้น 4 ยังติดอยู่ในอาคารไม่สามารถออกมาได้ทัน ซึ่งถูกควันไฟทะลักเข้าในห้องจึงทำให้สองสามี-ภรรยาคู่ดังกล่าว เกิดอาการสำลักควัน โดยทั้งคู่พยายามปีนป่าย บริเวณริมระเบียงเพื่อหนีควันไฟ ต่อมา ร.ต.ท.วสุธร เอี่ยมสำอาง รอง สว.จร. สภ.เมืองพัทยา พร้อมชาวบ้านได้วิ่งฝ่าควันไฟขึ้นไปช่วยเหลือออกมาสำเร็จ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเร่งนำส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา

จากการสอบถาม นายสุเทพ พงษ์ชะอุ่ม 34 ปี พนักงานทำความสะอาด ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นควันไฟกำลังพวยพุ่งออกมาจากห้องพักเกิดเหตุ จากนั้นจึงได้กดปุ่มสัญญาณฉุกเฉินและวิ่งไล่แจ้งผู้พักอาศัยออกมาจากยังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและช่วยเหลือดังกล่าว

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับการเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องพักครั้งนี้ น่าจะเกิดขึ้นจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งถือว่าโชคดีระหว่างเกิดเหตุเจ้าของห้องพักออกไปรับประทานอาหารข้างนอก ส่วนค่าความเสียหายเจ้าของกิจการประเมินไว้ประมาณ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องส่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เฝ้าระวังน้ำท่วม ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี-ผ.อ.ชลประทาน นำทีมลงเรือสำรวจเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้(29 พ.ค.) นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายธานินทร์ เนื่องทศเทศ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี ว่าที่ร้อยตรีธานินทร์ ริ้วธงชัย ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงเรือสำรวจระดับน้ำเพื่อเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยลงเรือที่ท่าเรือวัดชินวรารามวรวิหาร และมาขึ้นที่ท่าเรือสวนเทพปทุม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า จังหวัดปทุมธานี ต้องเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วม จาก 2 ทางคือ ปริมาณน้ำจากน้ำฝนและน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยน้ำฝนช่วงนี้มีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยทางจังหวัดปทุมธานีได้เตรียมการโดยการลอกท่อระบายน้ำ ทำความสะอาดคูคลอง ประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลถนนหนทางเมื่อฝนตกให้ดูแลช่องทางระบายน้ำ ซึ่งในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าจังหวัดปทุมธานี สามารถรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาได้ มีการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันที ปัญหาน้ำรอการระบายน้ำสามารถระบายได้อย่างรวดเร็ว

อีกส่วนหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานีต้องเฝ้าระวังคือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งช่วงนี้ยังไม่ถึงฤดูน้ำหลาก แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกทั่วประเทศไทย จึงมีน้ำไหลมาจากภาคกลางตอนบนไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านจังหวัดปทุมธานี พร้อมกับช่วงนี้มีปริมาณน้ำทะเลหนุน เพราะฉะนั้นอาจจะเกิดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงต่างๆตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา