พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ ลาซาล-แบริ่ง ตรวจพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม – เมินนักการเมืองย้อนถาม 4 ข้อ
27 พฤษภาคม 2560 วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร และการมีส่วนร่วมของชุมชน ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารที่ทำการ สถานีสูบน้ำพระโขนง แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
โดยมีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมบอร์ดและฟังบรรยายสรุปในหัวข้อ “ในหลวงกับการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และการมีส่วนร่วมของชุมชนและพบปะชุมชนริมคลองพระโขนง (ชุมชนเกาะกลาง)

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อมายังพื้นที่ซอยลาซาล – แบริ่ง แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังการบรรยายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ซอยลาซาล – แบริ่ง และพื้นที่เฝ้าระวัง พร้อมตรวจเยี่ยมพื้นที่ซอยลาซาล – แบริ่ง
ทั้งนี้ บริเวณถนนสุขุมวิท บริเวณซอนลาซาล-แบริ่ง ต้องรับน้ำจากทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการเพื่อระบายลงสู่คลองบางนาและคลองสำโรง ซึ่งถนนบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ต่ำเป็นแอ่งกระทะ เมื่อฝนตกน้ำจะไหลบ่าเข้าท่วม ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนคือการเพิ่มกำลังในการสูบน้ำบนที่คลองบางนาทั้งขาเข้าและขาออก และติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวรวมถึงประสานงานกับเทศบาลสำโรงเหนือในการเร่งสูบระบายน้ำ โดยใช้สถานีสูบน้ำคลองสำโรง ส่วนในระยะต่อไปจะมีการก่อสร้างท่อระบายน้ำขนาด 1.8 เมตร ด้วยวิธีดันท่อจากซอยลาซาลถึงคลองบางน้ำ พร้อมก่อสร้างบ่อสูบน้ำขนาด 6 ล้านมิลลิเมตรต่อวินาที รวมถึงเสริมผิวถนนสุขุมวิทให้สูงขึ้น

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ตนเองและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานของกรุงเทพมหานคร ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง และพื้นที่ซอยลาซาล-แบริ่ง ซึ่งทั้ง 2 ที่ถือเป็นสถานที่ที่สำคัญที่มีการระบายน้ำ จึงขอขอบคุณ กทม.และเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีความรับผิดชอบในภาพรวมระบบการจัดการน้ำทั้งประเทศ และต้องเชื่อมโยงทั้งระบบ ซึ่งกทม.ถือเป็น 1 ใน 77 จังหวัด แต่เป็นจังหวัดที่สำคัญเพราะเป็นเมืองหลวง และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ จึงต้องรักษาไว้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาวันนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งหมด แต่ต้นเหตุยังไม่ได้แก้ไข ทั้งผังเมือง การสร้างที่อยู่ขวางทางน้ำ จึงขอให้ทุกคนมองภาพรวมและช่วยกัน และได้ให้นโยบายกับ กทม.ที่ต้องคิดใหม่ จะทำอย่างไรให้ปัญหาน้ำท่วม การจราจร ที่เชื่อมโยงทั้งหมดมาแก้ไขให้ดีขึ้น ดังนั้น ต้องดูที่ต้นเหตุของปัญหาและแก้ไขของเดิม จึงขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลหนือไม่ และไม่ใช่แก้แค่วันนี้ แต่ต้องร่วมมือแก้ปัญหาไปอีก 5-10 ปี
พร้อมถามไปยัง กทม.ว่าจะทำโรงสูบน้ำเพิ่มอีกกี่จุด ซึ่งอาจทำที่คลองเปรมประชากร โดยรัฐบาลจะรับไปดูให้ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือปัญหาขยะและผักตบชวา และทั้งหมดขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละคน จึงขออย่าทิ้งขยะที่เป็นโต๊ะ เก้าอี้ ที่นอน โดยอาจให้ กทม.จ้างเจ้าหน้าที่พิเศษตระเวณเก็บเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังรับฟังแผนการบริหารน้ำของ กทม. จะทำให้เกิดน้ำท่วมแบบปี 2554 หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ดูว่าสาเหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปี 2554 เกิดจากอะไร ซึ่งเกิดจากปริมาณฝนตกเกินกว่าการระบายน้ำ และมีแผนการบริหารน้ำที่ไม่ชัดเจน ซึ่งรัฐบาลนี้นำสู่การขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำทั้งหมด ทั้งด้านตะวันตก ตะวันออก เหนือเขื่อนและใต้เขื่อน ซึ่งส่วนตัวดูทุกเรื่องอยู่
นายกฯ เมินนักการเมืองย้อนถาม 4 ข้อ
โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนักการเมืองย้อนถามคำถาม 4 ข้อว่า ตนไม่ได้ถามนักการเมือง แต่ถามประชาชน เพราะไม่ใช่นักการเมืองจึงไม่ต้องฟังนักการเมือง ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรและไม่ได้สนใจ ทั้งนี้ขอให้ถามคนเหล่านั้นด้วยว่าวันหน้ากลับมาแล้วจะทำอย่างไร ไม่ใช่ถามโจมตีตนทุกวัน จึงต้องถามกลับไปบ้าง โดยจะนำคำตอบที่ได้จากประชาชนมาปรับทำงานให้ดีที่สุด

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า คำถามดังกล่าวจะนำไปสู่การอยู่ต่อของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะอยู่ได้อย่างไร ถ้าจะอยู่ต่อตนจะถามว่าจะเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง แล้วตนถามหรือเปล่า อย่าไปตีความ และไปถามวันหน้าด้วยว่าจะแก้ยังไง ไปเรียกใครมาปฏิวัติอีก แล้วจะเอาอะไรกับตน พอรึยัง สิ่งที่ตนบอกไม่ได้บอกว่าตนจะมาทำ ก็ปล่อยให้รัฐบาลหน้าทำ ไม่ให้เกิดเหตุแบบนั้น
ถ้าตนไม่อยู่ก็ถามเขาด้วย แต่ก่อนไม่เห็นไล่ถามเขาแบบนี้ ถ้าถามแล้วทำไมมีเรื่อง มีความขัดแย้ง มีการใช้ระเบิดและอาวุธสงคราม คุณก็รู้ เพราะอยู่มาทุกรัฐบาลอยู่แล้ว อย่ามาถามหาเหตุแบบนี้ นี่ก็อธิบายดีๆ ตนก็เป็นแบบนี้ สงบเสงี่ยมเจียมตัวมาหลายอาทิตย์แล้ว แล้ววันนี้จะเลิกพูดอีก 2-3 อาทิตย์ แล้วอย่าคิดถึงก็แล้วกัน




