เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดเหตุคนร้ายนำตะปูเรือใบโปรยบนถนนเอเซีย 41 แค้นพ่อค้า แม่ค้า นำขยะมาทิ้ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
จากกรณีที่คนร้ายนำตะปูเรือใบโปรยบนถนนเอเซีย 41 หลัก กม. ที่ 68-69 ช่องทางขาขึ้น กทม. พื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ทำให้รถได้รับความเสียหายหลายสิบคัน อีกทั้งมีการโปรยตะปูเรือใบ 3 วันติดต่อกัน ทำให้ผู้ขับรถ จยย. บางราย โดนตะปูเรือใบแทงเข้าที่ล้อรถ จนรถล้มได้รับบาดเจ็บสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวอย่างหนัก ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ค. 60) พ.อ.ปัญญสวัฒกก์ มาลารัตน์ รอง ผอ.รมน.ชุมพร พร้อมด้วยกำลังทหาร ตำรวจ ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ เพื่อทำการตรวจสอบพบ ตะปูเรือใบ หล่นอยู่อีกหลายสิบตัว แต่คาดว่าน่าจะเป็นตะปูเรือใบที่โปรยมาตั้งแต่เมื่อ 3 วันที่แล้ว เพียงแต่หลงเหลือจาการเก็บของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุพบมีกองขยะขนาดใหญ่หลายร้อยถุงส่งกลิ่นเน่าเหม็นอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการตรวจสอบขยะในถุงขยะเหล่านั้น จึงพบว่าเป็นขยะมาจาก ผู้ค้าขายสินค้า และ ของที่ระลึกริมถนนเอซีย 41 แทบทั้งสิ้น ซึ่งตรงกับการข่าวของตำรวจสืบสวนที่ออกตรวจสอบตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ ว่า มีเจ้าของแผงค้าขายจำนวนมากมักขนขยะบรรทุกรถยนต์นำมาทิ้งในจุดดังกล่าวช่วงดึกของทุกวัน นานวันเข้าทำให้ขยะดังกล่าวเกิดการเน่าเหม็น และทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในย่านดังกล่าวแจ้งไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ แต่ไมได้รับความสนใจมาจัดเก็บขยะ ทำให้ขยะส่งกลิ่นเหม็นทวีความรุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ เพ็งรัตน์ รองสารวัตรสืบสวน คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากคนร้ายมีเป้าหมายที่รถขนขยะของการทำธุรกิจค้าขายแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ มักนำถุงขยะมาทิ้งเป็นเวลานานสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านที่อยู่ในย่านดังกล่าวถึงขั้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ มีชาวบ้านเคยออกมาเตือนผู้ทิ้งแต่ผู้ทิ้งไม่สนใจ ชาวบ้านกลุ่มนี้ จึงหันไปหาวิธีการหยุดรถที่นำขยะมาทิ้ง โดยต้องการให้รถทิ้งขยะโดนตะปูเรือใบเพื่อสั่งสอน แต่ในวันแรกรถที่นำขยะมาทิ้งยังไม่ยอมหยุดทิ้งขยะ อีกทั้งไม่โดนตะปูเรือใบที่โปรยไว้ จึงนำตะปูเรือใบมาโปรยต่อเนื่อง ทำให้มีรถของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจาก รถจยย.ล้มมาหลายราย