พายุฤดูร้อนถล่มชัยภูมิ เสาไฟฟ้า – รถยนต์พังอื้อ คาดหนักสุดรอบ 50 ปี

พายุฤดูร้อนถล่มหลายหมู่บ้าน ใน จ.ชัยภูมิ บ้านเรือน – เสาไฟฟ้า – รถยนต์พังอื้อ คาดหนักสุดรอบ 50 ปี

เกิดพายุฤดูร้อน มีฝนตกและลูกเห็บขนาดใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่ตก ใน จ.ชัยภูมิ เป็นรอบที่ 2 โดยที่ อ.บำเหน็จณรงค์ บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 100 หลัง เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่หักโค่นได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากกว่า 40 ต้น และล้มทับรถยนต์ของประชาชนเสียหายอีกหลายคัน

ล่าสุด นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ ได้นำคณะฝ่ายปกครองลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร เสียหาย จากเหตุวาตภัย ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่บริเวณถนนสุรนารายณ์-ชัยภูมิ เส้นระหว่าง ต.บ้านเพชร ไป ต.โคกเริงลม ที่หักไม่น้อยกว่า 20 ต้น รวมทั้งในจุดในหมู่บ้านตำบลใกล้เคียงเสาไฟฟ้าล้มอีกจำนวนมากไม่น้อยกว่า 30 ต้น จึงทำให้ในหลายตำบลของ อ.บำเหน็จณรงค์ ไฟฟ้าถูกตัดขาดยังใช้การไม่ได้

นอกจากนี้เสาไฟฟ้ายังล้มทับบ้านเรือนของประชาชน และทับรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมากกว่า 10 คัน ซึ่งทางอำเภอ จะได้เร่งออกสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป และในช่วงนี้ จ.ชัยภูมิ จะสภาพอากาศในพื้นที่ ยังคงแปรปรวน จนอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฤดูร้อนช่วงตอนบ่ายถึงค่ำ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้นด้วย

ตื่นตา! พบน้ำตกแห่งใหม่ที่ตรัง ไฮไลท์มีรากไม้กลายเป็นหิน

พบน้ำตกแห่งใหม่ของตรัง มีรากไม้กลายเป็นหิน ผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งของจังหวัด 

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า นายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกว่า 10 คน นำผู้สื่อข่าวชมน้ำตกแห่งใหม่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและยังไม่มีการตั้งชื่อ ซึ่งอยู่กลางขุนเขา บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง

โดยสภาพสองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้หายาก สีสันแปลกตาและมีความสวยงามตามธรรมชาติ เช่น ต้นค้างคาวดำ(นางครวญ) ต้นใบไม้สีเงิน ดอกบัวผุด ขนุนดิน ไม้มะค่า ไม้พยุงและไม้จันทน์อื่น ๆ ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึงน้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งสูงที่สุดและกว้างที่สุด โดยพบรากไม้ใหญ่บนน้ำตกกลายเป็นหินความสูงเกือบ 3 เมตร ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังพบนกแต้วแร้วท้องดำ เม่น ชะมด ค้างแว่นและกล้วยไม้ป่าหายากนานาชนิดด้วย โดยผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใน อำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง และให้มีการประกวดตั้งชื่อน้ำตกแห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชม รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในหมู่บ้าน ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าและพรรณไม้หายากหลากชนิด และยังสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง

โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและลงเล่นน้ำมากที่สุด ส่วนใครที่ชอบชมสัตว์ป่าหายากต้องไปพักค้างคืนใกล้กับน้ำตก จึงจะเห็นสัตว์ป่าหากยากออกมาหากิน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.หมู่บ้าน และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยสามารถติดต่อท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้ที่ผู้ใหญ่บ้านหมายเลขโทรศัพท์ 087-2924871

น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง
น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง

สองตายายรอดตายปาฏิหาริย์ หลังพายุถล่มต้นมะม่วงยักษ์โค่นทับบ้านพัง

สองตายายรอดตายปาฏิหาริย์ หลังโดนพายุถล่มโค่นต้นมะม่วง 2 คนโอบทับบ้านพังเสียหายยับ ที่ จ.สุโขทัย

วันนี้ 5 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.สุโขทัย ได้รับแจ้ง จากนายสำราญ หนุนนาค นายกเทศบาลตำบลในเมืองสวรรคโลก อ. สวรรคโลก จ.สุโขทัย ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีพายุฤดูร้อนได้พัดแรงและทำให้ต้นไม้ล้มทับบ้านที่อาศัยของราษฎร์ ที่หมู่12 ของตำบลเทศบาลในเมืองที่ตนรับผิดชอบพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ ปลัดเทศบาลให้ออกไปทำการสำรวจและช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวก็ได้ลงพื้นที่บ้านดังกล่าว กับนายไพศาล ยันต์วิเศษ ปลัดเทศบาลตำบลในเมือง ซึ่งเป็นบ้านไม่มีเลขที่บ้าน หมู่ที่12 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มุงสังกะสีด้านในยกพื้นสูงครึ่งเมตรไม่มีห้อง ซึ่งมีสภาพบ้านพังยับทางด้านข้างส่วนที่นอนเพราะโดนต้นมะม่วงซึ่งมีลำต้นขนาดใหญ่ประมาณว่า 2 คนโอบรอบลำต้นได้ล้มทับเข้าไปถึงในตัวห้องนอนของบ้าน หลังคาพังลงมา

จากการสอบถามก็พบเจ้าของบ้านทราบชื่อว่านายแคล้ว ใจดี อายุ 90ปี และ นางน้อง ใจดี อายุ 87ปี ซึ่งได้อาศัยอยู่เพียงสองคนและนายแคล้วก็ได้เล่าให้ฟังว่า ตนและภรรยาได้อยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงสองคน ส่วนลูกหลานได้ แยกครอบครัวออกไปและได้ปลูกบ้านอยู่ในบริเวณรอบตัวเอง ซึ่งบ้านตัวเองอยู่ด้านหน้าและปลูกใกล้ต้นมะม่วง

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีฝนฟ้าคะนองและได้มีลมแรงมากๆ ตนและภรรยาก็ได้เข้านอนในที่นอนในบ้าน สักครู่ใหญ่ก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก ก่อนและสักพักต้นไม้ก็ได้ล้มลงมาฟาดที่ตัวบ้านลงตรงที่ตนและภรรยานอน แต่โชคดีที่ไม่ใช่ลำต้นใหญ่ ไม่งั้นตนและภรรยาก็คงจะต้องโดนต้นไม้ทับอาจเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวก็ได้สอบถามตายายว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรที่นับถืออยู่ นายแคล้วก็ได้บอหกว่ามีเพียงสิ่งเดียวในบ้านคือ รูป หลวงพ่อแดง วัด ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี ซึ่งตนเองพื้นเพเป็นคนที่ จ.สุพรรณบุรีและได้นำติดตัวมาตั้งแต่ กว่า
70 ปีที่แล้วก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วได้แขวนไว้บนหัวนอนบ้านที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าคงจะเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อแดงคงจะช่วยคุ้มครอง ให้ แคล้วคลาด สมกับชื่อตน ไม่ให้ตนและภรรยาได้รับภัยอันตรายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลในเมืองและผู้ใหญ่บ้านก็จะได้สำรวจบ้านที่ได้รับความเสียหายจากพายุครั้งนี้กว่า 20 หลังคาเรือนในเขตเทศบาลจากหลายหมู่ ว่ามีอะไรที่เสียหายบ้างก่อนที่จะเข้าทำการซ่อมแซมช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ซึ่งในเหตุการณ์พายุฝนครั้งนี้บ้าน สองตายายถือว่าได้รับความเสียหายมากกว่าทุกๆหลังคา