สลดใจ! ลูกป่วยทางจิต แทงพ่อจนเสียชีวิต เหตุฉุนทำกับข้าวไม่ถูกปาก

เกิดเหตุสุดสลดที่ จ.บุรีรัมย์ หลังลูกป่วยทางจิตไม่ได้กินยา สังหารโหดพ่อแท้ๆ เหตุจากทำอาหารจืดไม่ถูกปาก แนะเป็นอุทาหรณ์เตือนครอบครัวที่มีผู้ป่วยทางจิตระวัง หมั่นตรวจสอบอย่าให้ขาดยา 

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ. บุรีรัมย์ ได้เกิดเหตุสุดสลด เมื่อลูกป่วยทางจิตได้ลงมือสังหารผู้เป็นพ่อเสียชีวิต หลังไม่พอใจพ่อทำกับข้าวให้กินแต่ไม่ถูกปาก โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านไม่มีเลขที่ ในหมู่บ้านหนองจิก ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

ข่าวจังหวัดบุรีรัมย์, ลูกฆ่าพ่อ, ผู้ป่วยทางจิต

ขณะที่รายงานได้ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ทำกับข้าวมาให้ลูกที่ป่วยทางจิตกิน แต่ระหว่างนั้นลูกได้ถามพ่อว่าทำไมแกงถึงจืด พ่อจึงตอบกลับว่าลืมใส่น้ำปลา ทำให้ลูกไม่พอใจใช้ขวดน้ำปลาฟาดหัวพ่อจนล้ม จากนั้นจึงกดหัวพ่อลงพื้นแล้วแทงซ้ำอีกจนเสียชีวิต

ทั้งนี้เมื่อภาพและเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้เหตุการณ์เป็นอุทาหรณ์ให้กับครอบครัวที่มีผู้ป่วยทางจิตอาศัยอยู่ด้วย ให้ระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบอย่าให้ขาดยา ไม่อย่างนั้นเหตุสลดดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง

ข้อมูลข่าวจาก  วรวุฒิ สุริยะธินันท์

ค้านประกันตัว ‘นิสา นางฟ้า’ เผยเป็นคดีสำคัญของสตช.

ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เผยคัดค้านการประกันตัว น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ “นิสา นางฟ้า” ซึ่งถือว่าคดีค้ามนุษย์ เป็นคดีนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล

จากกรณี พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และทหาร สังกัด กรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ “นิสา นางฟ้า” อายุ 41 ปี สาวเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดังหลัง โทรศัพท์สายตรงถึง ผบ.ตร. ว่าถูกตำรวจยัดข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกตำรวจออกหมายจับและจับกุมตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ในฐานความผิดคดีค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อหา โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพัก ย่านพัทยากลาง ก่อนตำรวจจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (5 พ.ค.60) พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าเบื้องต้นได้สั่งการพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีคัดค้านการประกันตัว น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ “นิสา นางฟ้า” ซึ่งถือว่าคดีค้ามนุษย์ เป็นคดีนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้นำตัวส่งฟ้องศาลวันนี้ ส่วนทาง น.ส.ปะระนิสา จะยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวต่อศาลคงเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวออกมาสู้คดีหรือไม่

อดีตนางพยาบาลไปเที่ยวญี่ปุ่น พบชายชรานอนหมดสติ ปรี่เข้าช่วยปั๊มหัวใจ

อดีตนางพยาบาล โรงพยาบาลแมคคอมมิค จ.เชียงใหม่ ปรี่เข้าช่วยปั๊มหัวใจชายชรานอนหมดสติ ที่สถานีรถไฟฟ้านัมบะ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ (5 พ.ค. 60) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันชื่นชมและแชร์ต่อกันอยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกเฟซบุ๊ก Sakunna Chawasiri ได้โพสต์คลิปขณะช่วยปั๊มหัวใจชายสูงอายุที่หมดสติ ที่สถานีรถไฟฟ้านัมบะ โอซาก้า

จากการตรวจสอบทราบว่า หญิงสาวที่อยู่ในคลิปคือ คุณสกุลณา ชะวะศิริ อดีตนางพยาบาล โรงพยาบาลแมคคอมมิค จ.เชียงใหม่ เธออยู่ระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัว และได้ให้ความช่วยหลือด้วยการทำ CPR กับ ชายสูงอายุที่นอนหมดสติที่ สถานีรถไฟ้านัมบะ โอซาก้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่น

ทั้งนี้แฟนเพจ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) EMIT_1669 ได้โพสต์ข้อความแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ CPR ว่า

1.เมื่อพบคนหมดสติ ให้ตรวจดูความปลอดภัย ก่อนเช้าไปช่วยเหลือ เช่น ระวังอุบัติเหตุ ไฟช็อต หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ

2.ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดัง และตบไหล่ทั้งสองข้าง หากผู้ป่วยรู้สึกตัว หายใจเองได้ ให้จัดท่านอนตะแคง แต่หากยังไม่หายใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
3.โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 พร้อมกับนำเครื่องAED (เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ) มา

4.ประเมินผู้ป่วย หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ให้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพทันที

5.ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย วางสันมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอก ด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที

6.หากมีเครื่องเออีดี ให้เปิดเครื่อง ถอดเสื้อผ้าผู้ป่วยออก

7.ติดแผ่นเออีดี หรือแผ่นนำไฟฟ้า บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา และชายโครงด้านซ้าย และห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย

8.ปฏิบัติตามที่เครื่องเออีดีแนะนำ คือ หากเครื่องสั่งให้ช็อกไฟฟ้า ให้กดปุ่มช็อก และทำการกดหน้าอกหลังทำการช็อกทันที  แต่หากเครื่องไม่สั่งช็อก ให้ทำการกดหน้าอกต่อไป

9.กดหน้าอกต่อเนื่อง ทำ CPR และปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องAED จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง

10. ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัย

ทั้งนี้การให้ความช่วยเหลือโดยทันที ถือว่ามีความสำคัญ เพราะหากสมองคนเราถ้าขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเกินกว่า 4 นาที จะมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองบางส่วนไปได้อย่างถาวร แม้หัวใจจะสามารถกลับมาเต้นใหม่ได้ในภายหลัง แต่สมองส่วนที่เสียไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้สมบูรณ์ดังเดิม

ขอบคุณข้อมูลและคลิปจาก แฟนเพจ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) EMIT_1669 , Sakunna Chawasiri